นายกฯ อนุทิน สั่งเร่งเยียวยาผู้ประสบภัย! - ปภ. โอนแล้วกว่า 1,069 ล้านบาท เดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่น้ำท่วมต่อเนื่อง พร้อมรับมือฝนตกภาคใต้อย่างใกล้ชิด

วันนี้ 12 ต.ค.69 เวลา 08.00 น. ณ ห้องประชุม 1 ปภ. อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) พร้อมด้วย พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้นำเหล่าทัพ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมฯ และผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เข้าร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า วันนี้ถือเป็นวันที่ 12 ของการติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง จึงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความช่วยเหลือประชาชน ควบคู่กับการฟื้นฟูพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลาย โดยพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมอยู่ให้ทุกภาคส่วนเร่งช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง พร้อมกระจายถุงยังชีพ อาหาร และน้ำดื่มให้ทั่วถึงโดยเร็วที่สุด ส่วนพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ให้เร่งฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค บ้านเรือน และเส้นทางคมนาคม โดยประสานความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน จิตอาสา และภาคประชาสังคม เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัย ควบคู่กับการเร่งสำรวจความเสียหาย ลดขั้นตอนเอกสาร และจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาตามหลักเกณฑ์อย่างถูกต้อง โปร่งใส และรวดเร็วที่สุด และปัจจุบันมีการโอนเงินเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว ทั้งสิ้น 5 รอบ รวม 135,782 ครัวเรือน เป็นเงินกว่า 1,069 ล้านบาท ซึ่งถือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตามนโยบายรัฐบาลอย่างรวดเร็ว

“สำหรับพื้นที่ภาคใต้ ที่ต้องเตรียมรับมืออุทกภัยในระยะนี้ ขอให้วางแผนครอบคลุมทุกมิติ โดยต้องบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อย่างเป็นระบบ และให้นำแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของจังหวัดเพชรบุรี ปรับใช้เป็นแนวทางแก้ไขปัญหาตามบริบทของพื้นที่ ทั้งการวางเส้นทางน้ำ การระบายน้ำผ่านท่อ และการผันน้ำไปยังแหล่งรับน้ำ พร้อมให้จังหวัดเสี่ยงภัย เตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัย และแผนการให้ความช่วยเหลือให้พร้อมเผชิญเหตุ ขณะที่ ปภ. ต้องมีการรายงานแจ้งเตือนภัยเป็นประจำทุกวัน เพื่อให้ประชาชนทราบและเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ภัยที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ทันท่วงที รวมถึงให้ ปภ. สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หารือเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางการเคลมประกันภัยพิบัติ ตามโครงการภาครัฐจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้กับประชาชนให้มีความชัดเจน เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว” นายอนุทิน นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมถึง จังหวัดที่ยังมีสถานการณ์น้ำท่วมขัง รัฐบาลได้มอบหมายให้ผู้บริหารระดับสูง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่าง ๆ ลงพื้นที่กำกับดูแลและระดมสรรพกำลังอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ซึ่งในส่วนของกรุงเทพมหานคร ได้เข้าสู่ขั้นการฟื้นฟูพื้นที่แล้ว และหลายพื้นที่อยู่ในระดับที่จังหวัดควบคุมได้ กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) จึงจะติดตามสถานการณ์ในภาพรวมอย่างต่อเนื่อง หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น บกปภ.ช. จะเรียกประชุม ตามความเหมาะกับสถานการณ์ต่อไป อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกหน่วยงานยังคงต้องสนับสนุนการเผชิญเหตุ ฟื้นฟู และทำความสะอาดพื้นที่ประสบภัย จนกว่าประชาชนจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ พร้อมกับรายงานผลให้ฝ่ายเลขานุการ บกปภ.ช. ทราบเป็นระยะ

“ขอให้ทุกหน่วยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เร่งช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับการเยียวยาโดยเร็ว และกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งแก้ไขปัญหาพื้นที่น้ำท่วมขังเป็นเวลานาน โดยปรับแผนและกำหนดกรอบระยะเวลาการดำเนินการให้แล้วเสร็จอย่างชัดเจน รวมถึงติดตามรายงานความคืบหน้าจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย พร้อมเร่งรัดการช่วยเหลือเยียวยาให้ถึงมือประชาชนโดยเร็ว โดยให้จังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบคำขอเงินเยียวยาที่ค้างอยู่ ปฏิบัติตามขั้นตอนให้รวดเร็ว และดำเนินการทุกวันโดยไม่มีวันหยุด เพื่อให้เงินถึงมือประชาชนเร็วที่สุด ที่สำคัญต้องสื่อสารและแจ้งเตือนภัยด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายผ่านทุกช่องทาง และใช้กลไกผู้นำชุมชน หอกระจายข่าว และวิทยุสื่อสาร ขยายผลการแจ้งเตือนในพื้นที่ ตลอดจนกำจัดขยะและสิ่งกีดขวางในท่อระบายน้ำ คลอง และลำน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดปัญหาน้ำท่วมขัง” นายกรัฐมนตรีกล่าว

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยังคงประสานจังหวัดและศูนย์ ปภ. เขต ให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์และเตรียมความพร้อมรับมือปริมาณฝนที่อาจเกิดขึ้นล่วงหน้า