"สนธิ" แถลงข่าว ร่ายยาว "คดีฮั้ว สว.-คดีโกงข้อสอบ-คดีกักตุนน้ำมัน-คดีเขากระโดง-เลิกอุ้มจีนเทายิวเทา-ดาต้าเซนเตอร์" เหตุผลจัดม็อบ ทวงคืนประเทศไทย ดีเดย์ 10 ก.ย. ย้ำ ไม่ไล่รัฐบาลไม่ได้ให้ลาออกแต่ต้องการให้รัฐบาลทำเพื่อประชาชนทุกคน ยัน ไม่ได้ปักหลักพักค้าง แต่เชื่อการชุมนุมจะรุนแรงมาก ลั่นไม่หวั่นคนมองเป็นม็อบน้ำหมาก ยอมตายเพื่อเรียกร้องให้ประเทศไทยกลับมาเป็นของเรา
วันที่ 7 ก.ย. 2569 นายสนธิ ลิ้มทองกุล พร้อมด้วย นายนิติธร ล้ำเหลือ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และนายพิชิต ไชยมงคล แกนนำคปท. ร่วมกันแถลงข่าว ‘กำหนดการเคลื่อนไหว เอาประเทศไทยของเราคืนมา’ โดยช่วงหนึ่งระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นพ่อค้าต้นตระกูลคือทำงานก่อสร้าง และพ่อของเขาตั้งบิรษัทชืโนทัย และชิโนทัย คือ จุดเริ่มต้นของการสร้างสภาที่มีปัญหา และที่ตนเองเล่าเรื่องนี้เพราะพึ่งจะมาสืบประเด็นสำคัญ ว่าถ้าตนเองเข้าใจไม่ผิด ประชาชนของกลุ่มนายอนุทิน คือเจ้าของประเทศไทยที่แท้จริง ส่วนกลุ่มอื่นไม่ใช่เจ้าของประเทศไทย เพราะประชาชนที่ตนเองเรียกร้องให้มาร่วมขบวนการคือ อยากให้รัฐบาลมีศีลธรรม มีความซื่อสัตย์ กล้าหาญ และกล้าเสียสละผลประโยชน์ของตัวเอง และในที่สุดทั้งหมดคือศักดิ์ศรีของประเทศไทย และศักดิ์ศรีของประชาชน ซึ่งหาไม่ได้ในกลุ่มคนของนายอนุทิน เพราะกลุ่มของรัฐบาลชุดนี้ ไม่สามารถจะรักษาให้หลักนิติรัฐคงอยู่และมีหลักนิติธรรม
นายสนธิ ยังกล่าวอีกว่า การบริหารประเทศ 8-9เดือนนี้ตั้งแต่เรื่องการกักตุนน้ำมัน และคิดว่าคงจะจับตัวการที่แท้จริงไม่ได้เพราะอยู่ในรัฐบาลอนุทิน รวมไปถึงน้ำท่วมหาดใหญ่ มีการเยียวยาแต่ยังมีคนอีกมากมายไม่ได้รับ และยังมีการฉ้อราษฎร์บังหลวงของรัฐบาลนี้อีกมาก ทั้งการโกงข้อสอบ มูลค่าประมาณ 4-5พันล้านบาท โดยมีความพยายามจะตัดทอนผู้ที่เกี่ยวข้องระดับสูง แต่หลักฐานที่ตนเองมีไปแค่อธิบดี ไม่มีหลักฐานถึงระดับนักการเมืองเลย ซึ่งอธิบดีจะไม่ทำถ้าไม่มีคำสั่งจากนักการเมือง
นายสนธิ ยังไล่เรียงกล่าวถึงเรื่องกรณีคดีฮั๊ว สว. โดยระบุว่า พรรคภูมิใจไทยได้เข้าไปเป็นสว.จำนวนมาก และมีการตรวจสอบ จาก กกต.โดยตั้งคณะกรรมการจำนวนมาก ทั้งคณะที่26 และคณะ36 ซึ่งคณะ26 ซึ่งพบว่ามีหลักฐานที่เชื่อมโยงหลักฐานไปถึงผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย อัดคลิปเสียง ข้อความในไลน์ ที่เกี่ยวพันกับผู้ใหญ่ในพระราชสำนัก และวิดีโอ แต่ในที่สุดมีการโยกย้ายดีเองไอหลายคนที่ทำคดีฮั๊ว สว.
รวมถึง เรื่องที่คนทั้งประเทศข้องใจและไม่มีใครตอบคำถามได้เรื่องคดีเขากระโดงที่ ศาลฎีกาตัดสินแล้วว่าเป็นที่ของรัฐไม่ใช่ของตระกูลใดตระกูลหนึ่ง และเหตุผลที่ อนุทิน ขอกระทรวงมหาดไทยมาตลอดเพราะเป็นสารเริ่มต้นของความชั่วร้าย ความไม่มีศรีธรรมและความไม่ซื่อสัตย์ เพราะกระทรวงมหาดไทยคือ กรมที่ดินที่ออกมาตรการต่างๆ ที่ทำให้คดีเขากระโดงบิดเบือนไป
ส่วนเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ ก็มีเงินลงทุน10,000ล้านบาท และตนเองเป็นคนเปิดประเด็น ซึ่งดาต้าเซนเตอร์ประเทศไทยไม่ได้อะไรเลย แต่รัฐบาลพึ่งจะร้อนใจเพราะถูกเปิดโปงหมด และพึ่งจะประกาศในการตั้งคณะกรรมการ ซึ่งในกทม.มีดาต้าเซ็นเตอร์ประมาณ 40 จุด
นายสนธิ ยังกล่าวถึง กรณีการลงถนนไม่ได้เรียกร้องให้รัฐบาลลาออกหรือไล่ออก แต่เป็นกรณีกลุ่มเทาทั้งจีนเทา ยิวเทา อินเดียเทา และรัสเซียเทา รวมกระทั่งไทยเทา ขบวนเทาเหล่านี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องดำเนินการ และได้ออกระเบียบใหม่ โดยเนรเทศยิวเทาออกนอกประเทศไทยไปแล้วหนึ่งคน และต้องการให้รัฐบาลเลิกทำความชั่ว เลิกอุ้มจีนเทา ยิวเทา
นี่คือสาเหตุที่ต้องออกมารวมตัวเรียกร้องต่อสู้เพื่อขอประเทศไทยคืนมา ประเทศไทยของเราต้องมีศักดิ์ศรีเพื่อให้เป็นของคนไทย
นายสนธิ ยังกล่าวอีกว่า “ถ้าต้องตายในระหว่างการเรียกร้องให้ประเทศไทยกลับมาเป็นของเราผมยอมตาย ตอนนี้ผม72ปีแล้ว หลายคนด้อยค่าว่าม็อบผมเป็นม็อบน้ำหมาก แต่ก็ไม่เป็นไร หากศรัทธาในสิ่งที่ตนเองพูดก็ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น ต่อให้มีผมคนเดียวผมก็จะสู้”
และตนเองรวมถึงเครือข่ายจะไม่หยุดแค่นี้ เมื่อยืนหนังสือที่สถานทูตอิสราเอลแล้ว ก็จะเรียกมวลชนของเราทั่วประเทศมาฟังว่า เห็นด้วยหรือไม่จะออกมาเรียกร้องประเทศไทยให้กลับมาเป็นของคนไทย และตนเองไม่ได้ต้องการไล่รัฐบาล แต่ต้องการไม่ให้รัฐบาลอยู่อย่างเป็นสุข และถ้าการกดดันของพวกเราทำให้อนุทินเลิกเต้นรำทำเพลง และตัดสินใจเด็ดขาดเพื่อประชาชนทั้งประเทศ อย่ามาอ้างประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของประเทศไทยแต่ประชาชนของพวกคุณเท่านั้นที่เป็นของประเทศไทย ส่วนคนอื่นถูกพวกคุณเหยียบย้ำ ยากจน
นายสนธิ ยังตอบคำถามสื่อมวลชนด้วยว่า การชุมนุมแบบปักหลักพักค้างคงไม่ได้ แต่เชื่อว่าจะรุนแรงมาก และเราวางแผนไว้หมดแล้ว เริ่มจากวันที่ 10 ก.ย.นี้ก่อน รวมถึงจับตาดูวันที่ 14 ก.ย.ถ้า กกต.ตัดตอน เรื่องการส่งฟ้องสว. ไม่ส่งฟ้อง ก็ได้เห็นดีกันแน่ และจะชุมนุมใหญ่แน่นอน
ส่วนการชุมนุมจะถี่แค่ไหน นายสนธิ ระบุว่า ขึ้นอยู่กับความชั่วของรัฐบาลและตนเองก็จะเดินสายไปตามพรรคต่างๆด้วย ซึ่งนักการเมืองพรรคภูมิใจไทยอยู่บนความเท็จ
ขณะที่หน้าบ้านพระอาทิตย์ มีมวลชนที่มาร่วมสนับสนุนการชุมนุมของนายสนธิ ส่งเสียงเชียร์และเฮ ตลอดการแถลงข่าวด้วย โดยหลังการแถลงข่าวนายสนธิ ได้ลงไปพบปะพูดคุยเพื่อยืนยันเน้นย้ำถึงการชุมนุมที่จะเริ่มต้นในวันที่ 10 ก.ย.นี้ ที่หน้าสถานทูตอิสราเอล

















