กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ ลุยตรวจ "ช่องสะงำ-ช่องจอม" ลั่นชาวบ้านแฮปปี้ ค่า GDP ยังพุ่งไม่ง้อเขมร ยันยังปิดด่าน 100% เผยภูมิใจประเทศไทยสกัดแก๊งสแกมเมอร์เขมรแทนทั่วโลก

วันนี้ 12 ก.ค. 69 ที่ด่านช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร นำคณะ กมธ. ความมั่นคงแห่งรัฐฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือและรับฟังปัญหาในพื้นที่

จากการลงพื้นที่ของ กมธ. ความมั่นคงแห่งรัฐฯ พบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีกลุ่มชาวบ้านและทหารของกัมพูชามายืนเกาะรั้ว จับตามองความเคลื่อนไหวจากฝั่งไทย อีกทั้งผู้สื่อข่าวยังสังเกตเห็นว่ามีชาวกัมพูชา ได้ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพและคลิปอีกด้วย ก่อนจะพากันหลบเข้าไปด้านในที่พักเนื่องจาก มีพายุฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ดังกล่าว

ภายหลังการลงพื้นที่ได้ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการลงพื้นที่ด่านช่องจอมและด่านช่องสะงำ ว่า ได้รับข้อมูลจากหลายหน่วยงานเป็นจำนวนมาก ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี โดยประชาชนสามารถมั่นใจได้ว่าหน่วยงานฝ่ายปกครอง ฝ่ายทหาร และทุกภาคส่วนมีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งในด้านการอพยพ การรับมือหากเกิดสถานการณ์สู้รบ รวมถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย

ส่วนกรณีที่ทั้งด่านช่องจอมและด่านช่องสะงำอยู่ใกล้พื้นที่คาสิโนและฐานปฏิบัติการของแก๊งสแกมเมอร์ นายมณเฑียร กล่าวว่า ด่านช่องสะงำเป็นด่านถาวรที่มีการเดินทางข้ามแดน และพื้นที่บ่อนคาสิโนรวมถึงฐานสแกมเมอร์ก็อยู่บริเวณดังกล่าว

“พูดในนามรัฐบาลเลยก็ได้ว่าแทนท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เรามีนโยบายชัดเจนไม่เปิดด่านร้อยเปอร์เซ็นต์ ชัดเจนนะครับตรงนี้เราไม่เปิดแน่นอน” นายมณเฑียร กล่าว

นายมณเฑียร กล่าวต่อว่า จากการลงพื้นที่ด่านช่องจอมพบว่า พื้นที่ฝั่งกัมพูชามีการขยายตัวของแหล่งปฏิบัติการแก๊งสแกมเมอร์จำนวนมาก ซึ่งไม่ได้หลอกลวงเฉพาะคนไทย แต่หลอกลวงประชาชนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา อินเดีย ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศ ซึ่งการดำเนินการของฝ่ายไทยมีส่วนสำคัญในการสกัดเครือข่ายหลอกลวงเหล่านี้ โดยเอกสารและข้อมูลที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจยึดได้ เป็นหลักฐานเกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมทางออนไลน์ของแก๊งสแกมเมอร์ที่ใช้ฐานปฏิบัติการในพื้นที่ดังกล่าวหลอกลวงผู้เสียหายในต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการยึดและรวบรวมหลักฐานไว้ทั้งหมดแล้ว

“ก็เห็นภาพแล้วว่าเราเอาเต็มที่ ครั้งที่สองเรื่องสแกมเมอร์หายไปหมดเลย ตอนนี้เรียบร้อย แล้วเราก็ยึดได้หมด เขาไม่มีทางที่จะเอาคืนได้ง่าย ๆ เราตรึงไว้หมดแล้ว” นายมณเฑียร กล่าว

ส่วนหลังปิดด่านแล้วประชาชนในพื้นที่สะท้อนเสียงมาว่าอย่างไรบ้าง นายมณเฑียร กล่าวว่า มีแต่เสียงสะท้อนว่าถ้ารัฐบาลหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ เปิดด่านจะไม่ยอม ซึ่งทางรัฐบาลก็มีนโยบายที่ชัดเจนว่าเราก็ไม่เปิด 100 เปอร์เซ็นต์เหมือนกัน

เมื่อถามว่าการค้าขายในแนวชายแดนก่อนหน้าที่อู้ฟู่ แต่ว่าหลังจากที่มีการปิดด่านไปการค้าขายแถบชายแดนการตัดขาด ประชาชนได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง นายมณเฑียร ยืนยันว่า ไม่จริง เพราะตั้งแต่เราปิดด่านชายแดน ในเรื่องของการค้าขายในแถบชายแดนประเทศมี GDP เพิ่มขึ้น โดยเป็นข้อมูลที่เห็นได้ตามสื่อ หรือจากกระทรวงที่ออกมาเผยแพร่ว่า GDP เราเพิ่มประมาณ 9 เปอร์เซ็นต์

เมื่อถามว่าจากการได้ลงพื้นที่และรับฟังหารือกับหน่วยงานที่เกีายวข้องประชาชนยังมีข้อกังวลอะไรหรือไม่ นายมณเฑียร กล่าวว่า ไม่มี และตนเองขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจได้ไม่ว่าทหาร ตำรวจ หน่วยงานกรมการปกครอง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เราเตรียมการไว้แล้ว

นายมณเฑียร กล่าวว่า ขณะนี้ยังคงมีผู้แทนในพื้นที่ ได้แก่ นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ นางสาวจินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล และนางสาวปทิดา ตันติรัตนานนท์ สส.พรรคภูมิใจไทย ทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์และประสานข้อมูลกับฝ่ายรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดย สส.ในพื้นที่มีการรายงานความคืบหน้าต่อที่ประชุมอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะสถานการณ์บริเวณชายแดน ทั้งด่านช่องจอมและด่านช่องสะงำ เพื่อให้รัฐบาลติดตามสถานการณ์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ นายมณเฑียร ยังเปิดเผยอีกว่า ในวันพรุ่งนี้ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ จะเดินทางไปลงพื้นที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเจ้าหน้าที่และหน่วยงานด้านความมั่นคง ก่อนนำข้อมูลทั้งหมดกลับไปพิจารณาและผลักดันการแก้ไขปัญหาในชั้นคณะกรรมาธิการต่อไป