"ไชยชนก" ชี้รอฟังเสียงประชาชน 11 มิ.ย. นี้ ก่อนชี้ชะตา TH-AI PASSPORT ย้ำไม่ยึดติดหากไม่เป็นประโยชน์พร้อมทบทวน
วันที่10 มิ.ย. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้สัมภาษณ์กรณีที่กระทรวงฯ เปิดรับฟังความคิดเห็นโครงการ TH-AI PASSPORT ในวันที่ 11 มิ.ย. คาดหวังผลอย่างไรว่า เจตนาคือ อยากรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่สนใจและใส่ใจต่อโครงการนี้ เพื่อที่จะถึงมือประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และเป็นประโยชน์สูงสุด ซึ่งความคาดหวังมีอยู่ในใจอยู่แล้ว คือ อยากปรับเปลี่ยนให้มีความชัดเจนมากขึ้นในการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า แต่อยากรอรับฟังความคิดเห็นก่อน
นายไชยชนก กล่าวอีกว่า ตนก็รู้สึกเสียดายเล็กน้อยเ พราะช่วงที่ผ่านมาจะเห็นว่ามีกระบวนการทำให้หลายคนที่อยากแสดงความคิดเห็น รู้สึกไม่กล้าหรือกังวล ทั้งที่ทุกความคิดเห็นมีความสำคัญ แต่ตนก็เชื่อว่าจะมีหลายคนมาร่วมแสดงความคิดเห็นแล้ว เดี๋ยวมาสรุปกันอีกครั้ง เมื่อถามว่า เมื่อรับฟังความคิดเห็นแล้วจะสามารถนำไปเปลี่ยนแปลงรูปแบบโครงการถึงขั้นไหน นายไชยชนก กล่าวว่า เท่าที่ตนศึกษาและได้ปรึกษากับปลัดกระทรวงดีอี ในเชิงสิ่งที่ทำได้ต้องอยู่ในกรอบทีโออาร์เดิม แต่เราสามารถทำบันทึกแนบท้ายเพื่อไปเจรจากับคู่สัญญาได้ คิดว่าทำได้เยอะพอสมควร ตามความเข้าใจของคนหลายอย่างที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วในโครงการ ขอให้รอสรุปทีเดียวเพื่อความชัดเจน
เมื่อถามว่าใน TOR เปิดช่องให้ยกเลิกสัญญาได้แต่แนวทางขณะนี้คือเดินหน้าต่อแน่นอนใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า รอฟังความคิดเห็นในวันที่ 11 มิ.ย. ก่อน จริง ๆ ทุกสัญญาต้องสามารถตอบได้ทุกอย่าง แล้วหากตอบได้ทุกอย่างแล้วรู้สึกว่าอย่างไรก็จะนำไปสู่โครงการที่เป็นประโยชน์ คุ้มภาษีประชาชน เป็นธรรม ตนคิดว่าสมควรที่จะเดินต่อเพราะเมื่อตรวจสอบในเชิงกระบวนการถูกต้องตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่เป็นแบบนั้น ตนก็พร้อมทุกทาง ไม่ได้ยึดติด
ส่วนจะไม่กังวลว่า โครงการนี้จะฉุดความนิยมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า “ไม่ครับ ผมว่าเรามีความตั้งใจดี และคิดว่ารัฐบาลนี้ค่อนข้างที่จะรับฟังความคิดเห็นประชาชนเป็นอย่างมาก แม้เราจะโดนกระแสสังคมอย่างไร พอมีความคิดเห็นจากประชาชนผมว่าเป็นสิ่งที่ดีแล้วนำมาปรับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรืออะไรต่าง ๆ นานา ตราบใดที่เป้าหมายเราเหมือนเดิมจะใช้เส้นทางไหนเดินไปก็โอเค เราไม่ได้ยึดมั่นตรงนั้น”
เมื่อถามอีกว่าใน TOR กำหนดให้ต้องพาข้าราชการในกระทรวงเดินทางไปดูงานต่างประเทศด้วย ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายไชยชนก กล่าวว่า ตนไม่ได้เห็น ขอไปดูก่อน รอฟังความคิดเห็นในวันที่ 11 มิ.ย. เพราะตอนนี้มีทั้งสื่อที่จริงและไม่จริง สื่อสารกันมั่วไปหมด รอสรุปทีเดียว

เปิดใจหลังถูกดราม่าเรื่องแม่-วุฒิการศึกษา ย้ำไม่เคยปิดบัง ขอหากจะโจมตีให้พุ่งเป้ามาที่ตน อย่าโฟกัสผิดจุด เตรียมปรึกษาทนายเอาผิด
ความสัมพันธ์กับคุณแม่นั้น ตนทราบว่าได้หย่ากับนายเนวิน ชิดชอบ บิดาของตนตั้งแต่ตนอายุประมาณ 2-3 ขวบ ซึ่งยังจำความอะไรไม่ได้เลย และเมื่อจำความได้ คุณแม่กรุณา ชิดชอบ เป็นผู้เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กจนโต
ทั้งนี้ ตนเคยถามเรื่องมารดาที่ให้กำเนิดกับคุณพ่อ แต่คำถามดังกล่าวนี้เป็นคำถามที่คุณพ่อไม่สบายใจที่จะตอบ จึงไม่ได้ถามต่อถึงเหตุผลว่าทำไมถึงเลิกรากัน โดยทราบว่าคุณแม่มีครอบครัวใหม่และมีความสุขดี คบกันมายาวนานหลายสิบปีแล้ว
นายไชยชนก กล่าวว่า ตนไม่ได้พบหรือพูดคุยกับคุณแม่ โดยเมื่อเติบโตขึ้นก็ได้ติดตามความเป็นอยู่ของคุณแม่ ซึ่งทราบว่าไม่ได้ลำบากอะไร
ส่วนกรณีคดีปี 2554 ที่ตำรวจบุกทลายบ่อนและมีคดีความที่เกี่ยวข้องกับมารดาของตนนั้น ตนไม่เคยทราบมาก่อนและเพิ่งมาทราบภายหลัง ทำให้ได้รู้จักคุณแม่มากขึ้น ทั้งนี้ หากฝากอะไรถึงคุณแม่ หากได้เห็นข่าวนี้ อยากบอกว่าอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเป็นอย่างไร ขอขอบคุณที่ให้กำเนิดตนมาและเรื่องที่เป็นกระแสข่าวไม่ได้กระทบความรู้สึก ขอให้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข
“ส่วนสื่อมวลชนที่มีจุดประสงค์จะทำลายอนาคตทางการเมืองของผมหรือดิสเครดิตผม ขอให้โฟกัสให้ถูกจุด อย่าเบี่ยงไปเรื่องอื่น เพราะคุณแม่ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ ต่างคนต่างอยู่ ต่างครอบครัวและทุกคนก็มีความสุขอยู่แล้ว” นายไชยชนก กล่าว
เมื่อถามว่าตั้งแต่เกิดเรื่องคุณพ่อได้ให้คำแนะนำอะไรหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ต้องอดทน เพราะเราเป็นเป้าและเป็นเรื่องปกติ ต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่ให้ได้ ที่ตนเลี่ยงการเมืองมาตั้งแต่เด็กจนโตเพราะรู้ว่าการเมืองโหดร้าย และเมื่อเข้ามาเองก็ต้องยอมรับ เชื่อมั่นในสิ่งที่คุณพ่อสอนว่า หากมีเจตนาทำดีก็ให้ยึดมั่นและทำต่อไป
เมื่อถามถึงกรณีวุฒิการศึกษาที่ไปศึกษาต่อต่างประเทศถึง 17 ปี แต่เหตุใดจึงมาจบปริญญาตรีที่จังหวัดบุรีรัมย์ นายไชยชนก กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่เคยปิดบัง เคยเรียน prep school และ high school ระหว่างเรียนมหาวิทยาลัยมีการซ้ำชั้น มีฝึกงาน และสุดท้ายจึงออกจากการเรียนเพื่อไปทำสนามแข่งรถทั้งที่ยังเรียนไม่จบ ทั้งหมดไม่มีสิ่งใดที่เคยปิดบังทั้งเรื่องครอบครัวและการศึกษา
เมื่อถามถึงกระแสวิจารณ์ครั้งนี้มองว่าเป็นการ “ชกใต้เข็มขัด” หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ตนเป็นมือใหม่ทางการเมือง จะใต้หรือไม่ใต้ไม่ทราบ แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ตนจะไม่ทำสิ่งเหล่านั้นและยึดจุดยืนนี้
เมื่อถามว่า จะใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อปกป้องตนเองหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา โดยได้มอบหมายฝ่ายกฎหมายไปดูแล หากรับได้ก็อาจไม่จำเป็นต้องดำเนินการ เพราะไม่อยากก่อกรรมเพิ่ม แต่จะขอปรึกษาทีมกฎหมายก่อน
มั่นใจปมเขากระโดงไม่เป็นจุดอ่อนของรัฐบาล ย้ำคำเดิมเรื่องเอกสารสิทธิยึดความถูกต้อง แจง "ปู่ชัย" เซ็นคืน 6 ไร่ ในส่วนที่ไม่มีเอกสารสิทธิครอบครอง แต่ที่เหลือมีหมด ขอให้ปล่อยไปตามกฎหมาย
นายไชยชนก กล่าวถึงกรณีที่พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย รวมถึงกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อทวงคืนที่ดินเขากระโดงว่า ตามที่ได้ศึกษาข้อมูลมาขอให้ปล่อยไปตามกระบวนการกฎหมาย และขอยืนยันเหมือนเดิมตามที่เคยบอกในเรื่องของสิทธิและความถูกต้อง
“สำหรับในส่วนที่ถูกขุดขึ้นมาเป็นประเด็นคือเรื่องของนายชัย ชิดชอบ เรื่องนี้ตนอยากให้ไปเช็กข้อมูลด้วยตัวเอง ไม่ต้องฟังจากปากตน ซึ่งเรื่องเนื้อที่ที่ปู่ชัยเซ็น เพราะไม่มีเอกสารสิทธิมีเพียง 6 ไร่ และเห็นแล้วว่าหากไม่มีเอกสารสิทธิครอบครัวของเราก็เซ็นอยู่ อะไรที่ไม่มีสิทธิและไม่ถูกต้อง เราต้องยึดมั่นในความถูกต้อง แต่พื้นที่ที่เหลือมันมีเอกสารสิทธิและเราครอบครองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ก็ขอปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย” นายไชยชนก กล่าว
ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ฟ้องในส่วนของที่ดินที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวชิดชอบหรือไม่ นายไชยชนก ระบุว่า ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนกระบวนการของกฎหมาย ขอให้เป็นเรื่องของทีมฝ่ายกฎหมายมาตอบเพื่อความชัดเจน
ประเด็นดังกล่าวนี้จะเป็นจุดอ่อนของรัฐบาลใช่หรือไม่ นายไชยชนก ยืนยันว่า “ผมคิดว่าไม่”

















