สภาฯมีมติ 308 เสียง ไม่ส่งตัว"ชนนพัฒฐ์" ให้DSI ในระหว่างสมัยประชุม ด้านเจ้าตัวลั่นพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขอยึดตามหลักการเป็นสส.

เมื่อเวลา 11.40 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาญัตติด่วนเรื่องขออนุญาตจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกตัวนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส. สงขลา พรรคกล้าธรรม เข้ารับทราบข้อกล่าวหาและสอบสวนปากคำระหว่างสมัยประชุม ตามมาตรา 125 ของรัฐธรรมนูญ ภายหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีหนังสือถึงสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกนายชนนพัฒน์เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและสอบสวนปากคำตามข้อสั่งการของอัยการสูงสุด

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญมาตรา 125 วรรคหนึ่ง กำหนดห้ามมิให้มีการเรียกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปทำการสอบสวนในฐานะผู้ต้องหาในคดีอาญาระหว่างสมัยประชุม เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาผู้แทนราษฎร

จากนั้น พรรคประชาชน โดยนายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ต่างอภิปรายสนับสนุนให้ส่งตัวนายชนนพัฒฐ์ไปรับทราบข้อกล่าวหาและสอบสวนปากคำระหว่างสมัยประชุม ขณะที่พรรคภูมิใจไทย โดย นางนันทนา สงฆ์ประชา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายยึดเรื่องเอกสิทธิ์คุ้มครองของสมาชิกรัฐสภา ไม่ให้ส่งตัวนายชนนพัฒฐ์ไปดำเนินคดี

กระทั่งเวลา 12.30 น. นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม กล่าวเปิดใจต่อที่ประชุมว่า ทุกคำแนะนำและคำติที่เกิดขึ้น ตนได้ตั้งใจรับฟังคำติทุกคน ตนพร้อมที่จะรับผลการโหวตในวันนี้ และขอยืนยันกับเพื่อนสมาชิกที่คัดค้านการโหวตส่งตัวว่า ตนพร้อมและยินดีที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะหากปิดสมัยประชุมแล้ว ตนก็หนีกระบวนการไม่พ้นอยู่ดี แต่อย่างไรก็ตาม ตนก็ต้องยึดตามหลักการ เพราะเราเป็น สส.

หลังจากนั้น ที่ประชุมสภาฯ ลงมติ โดยเสียงข้างมาก 308 เสียง ไม่อนุญาตให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ออกหมายเรียกให้นายชนนพัฒน์ มารับทราบข้อกล่าวหา และทำการสอบสวนปากคำในระหว่างสมัยประชุมขณะที่อนุญาตให้ส่งตัวด้วยคะแนน 126 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ไม่ลงคะแนน 3 เสียง