"อิ๊งค์" คัมแบ็ก! ร่วมทีม นั่งที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ขณะที่ "จุลพันธ์" ยังเป็นหัวหน้า "เพื่อไทย" จัดทัพใหม่
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ของพรรคเพื่อไทย ถึงทิศทางและการปรับตัวครั้งสำคัญของพรรค
นายจุลพันธ์ ระบุว่า พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่มีอุดมการณ์แน่วแน่ในการทำงานเพื่อประชาชน ซึ่งสิ่งที่เห็นชัดเจนคือการเดินหน้าร่วมรัฐบาลเพื่อนำนโยบายไปขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์ อย่างไรก็ตาม ในระบอบรัฐสภาทุกพรรคการเมืองต้อง ‘ถูกตรวจการบ้าน’ โดยประชาชนผ่านการเลือกตั้ง
"เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้มีการตรวจการบ้านครั้งใหญ่ พรรคเพื่อไทยยอมรับว่าเราอาจจะไม่ได้ตามที่เราคาดหวัง โดยเฉพาะในเรื่องผลการเลือกตั้ง แต่เราก็สามารถนำพาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าไปทำหน้าที่แทนพี่น้องประชาชนได้ถึง 74 ท่าน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากเพียงพอที่เราจะขับเคลื่อนนโยบายเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนได้" นายจุลพันธ์กล่าว

ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา พรรคได้ใช้เวลาในการถอดบทเรียน รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งสมาชิกพรรค แฟนคลับ และผู้เห็นต่าง เพื่อนำข้อมูลความผิดพลาดมาสู่การเปลี่ยนแปลงแก้ไข โดยนายจุลพันธ์ย้ำว่าการปรับตัวครั้งนี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อให้รองรับกับสถานการณ์สังคมและการเมืองที่เปลี่ยนไป
“ขอยืนยันว่า ด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เรามีอยู่ ด้วยองคาพยพที่เรามี เราพร้อมที่จะทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ด้วยทุกหยาดเหงื่อ ทุกแรงกายที่เรามีต่อไป ตราบใดที่ความต้องการของพี่น้องประชาชน ในการที่จะแก้ไขปัญหาชีวิต ปากท้อง ความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ และสังคมของเขายังคงมีอยู่ การดำรงอยู่ของพรรคการเมืองอย่างเช่นพรรคเพื่อไทยในการที่จะตอบโจทย์ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เรายังคงต้องเดินหน้าปรับเปลี่ยน ปรับตัว เพื่อให้รองรับกับสถานการณ์ทางสังคมและการเมืองที่เปลี่ยนไป” นายจุลพันธ์กล่าว
นายจุลพันธ์ย้ำต่อว่า เมื่อต้องเดินต่อ การปรับตัวครั้งใหญ่เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้สำหรับทุกพรรคการเมือง พรรคเพื่อไทยก็เช่นเดียวกัน ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาเป็นเวลาแห่งการถอดบทเรียน ทั้งการรับฟังตัวเอง รับฟังสังคม ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งแฟนคลับ สมาชิกพรรค รวมถึงผู้เห็นต่างหลายกลุ่ม
ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาเราได้รับข้อมูลจำนวนมาก เราได้เรียนรู้ตัวเอง เรียนรู้ถึงความผิดพลาดเพื่อที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแก้ไข

ความจริงบางครั้งเป็นสิ่งที่ไม่ได้สวยหรูนัก แต่มีความจำเป็นสำหรับการก้าวเดินต่อไป ผมต้องเรียนกับสมาชิกทุกท่าน การเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคของพวกเราที่เพิ่งผ่านมา วันนี้จะเป็นการปรับเปลี่ยนที่สำคัญสำหรับการก้าวเดินต่อไปอย่างเข้มแข็งของพรรคเพื่อไทย
หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุด้วยว่า โครงสร้างการบริหารพรรคเพื่อไทยที่จะเดินต่อไปข้างหน้าอีก 4 ปี นั่นคือการปรับโครงสร้างการบริหารแบบมีเจ้าภาพที่ชัดเจน ทุกปัญหาจะต้องมีผู้รับผิดชอบ ทุกพื้นที่จะต้องมีคนลงไปดูแลอย่างใกล้ชิด นี่คือเป้าประสงค์ของพรรคเพื่อไทยในการที่จะทำงานอย่างสอดประสาน ทั้งในส่วนของพรรคเพื่อไทยเอง ในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร และในส่วนของฝ่ายบริหารคือคณะรัฐมนตรี
นอกจากนี้พรรคเพื่อไทยจะขับเคลื่อนโดยคณะผู้บริหาร ซึ่งประกอบไปด้วย หัวหน้าพรรคการเมือง เลขาธิการพรรค และอีก 5-9 ท่าน จะเป็นกรรมการบริหารหรือสมาชิกพรรค ซึ่งจะเข้ามาเป็นกลไกและหัวใจในการขับเคลื่อน ตัดสินใจแนวทาง ทิศทาง และยุทธศาสตร์ทางการเมืองของพรรคต่อไป
ควบคู่ไปกับการแต่งตั้งคณะที่ปรึกษา โดยมี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายภูมิธรรม เวชยชัย นายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เพื่อที่จะเข้ามาช่วยในเรื่องของการคิดยุทธศาสตร์ คิดแนวทางในการเดินหน้าทางการเมือง คิดนโยบายและคิดวิธีการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน และจะมีการประชุมหารือกันระหว่างคณะผู้บริหารและคณะที่ปรึกษาอย่างต่อเนื่อง
เพื่อให้การขับเคลื่อนพรรคสามารถสอดประสานได้ทั้งในส่วนของพรรคการเมือง การทำงานในรัฐสภา และในส่วนของคณะรัฐมนตรี เพื่อตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ด้วยโครงสร้างพรรคใหม่ที่เกิดจากการสำรวจตัวเอง ซึ่งมองเห็นว่าต้องสร้างให้พรรคมีความเข้มแข็งแต่มีความยืดหยุ่น
“เราจะไม่ยอมแพ้ ตราบใดที่พี่น้องประชาชนยังคงมีปัญหา ยังคงตั้งความหวังกับการแก้ไขปัญหาของพรรคเพื่อไทย ความตั้งใจของเราในการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนยังคงแข็งแรง เรายังคงมีความตั้งใจเดินหน้าพรรค เพื่อให้เกิดความเติบโตสู่การเป็นพรรคแกนนำหลักในการจัดตั้งรัฐบาลต่อไปในอนาคตข้างหน้า” นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ย้ำต่อว่า คนนอกอาจจะมองพรรคเพื่อไทยว่าอยู่ในภาวะวิกฤต อาจจะอยู่ในภาวะที่สะดุดติดขัด แต่คนนอกมองอย่างไรไม่ใช่ปัจจัยที่เราจะคำนึง แน่นอนครับว่าสถาบันการเมืองไม่ใช่เวทีละครที่เราจะเล่นตามบทของใครก็ตามที่มากำหนด แต่เราคือองค์กรที่มีชีวิต และเรายืนยันว่าเราจะเดินหน้าโดยใช้ลมหายใจและความหวังของพี่น้องประชาชนเป็นกำลังในการขับเคลื่อน
“เมื่อเป้าหมายของประชาชนเป็นที่ตั้งของพวกเรา ภารกิจของพวกเราจึงไม่มีคำว่าสิ้นสุด การเดินหน้า การปรับเปลี่ยน และการพัฒนาตนเอง จะเป็นสิ่งซึ่งพวกเราจะดำเนินต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด
ผมขอกราบขอบพระคุณสมาชิกพรรคทุกท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรรมการบริหารพรรค และประชาชนคนไทยทุกคน ที่ได้ให้การสนับสนุนพรรคเพื่อไทยอย่างต่อเนื่องตลอดมา
ผมกราบขอบพระคุณที่ได้เดินร่วมทางกันมาจนถึงวันนี้ และผมตั้งความหวังว่าด้วยการร่วมเดินทางของพวกเรา จากวันนี้ไปสู่อนาคตข้างหน้า พรรคเพื่อไทยจะเป็นสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็ง และได้ทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนสมตามที่พวกเราตั้งใจไว้” นายจุลพันธ์ กล่าว

















