หยุดสูบเลือดประชาชน! "ปานเทพ - คปพ." จี้ กระทรวงพลังงานลดราคาน้ำมันวันนี้!! พร้อมออกโรงแฉกำไรค่ากลั่น-ค่าการตลาดพุ่ง ประกาศ 16 เม.ย. นี้พามวลชลบุกกระทรวง ทวงถามรัฐมนตรี

เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) นำโดย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ แถลงข่าวปมราคาพลังงานที่ไม่เป็นธรรม จากกรณีความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้เกิดวิกฤตพลังงานของประเทศไทยในขณะนี้ รัฐบาลใจไทยจำเป็นต้องเข้าตรวจสอบและควบคุมการขึ้นลงของราคาน้ำมัน น้ำมันเชื้อเพลิงอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างสมดุลด้านราคา ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ไม่ใช่ปล่อยให้มีการแสวงหากำไรเกินควรจากประชาชน คือ การขึ้นราคาตามราคาตลาดโลก แต่เมื่อราคาตลาดโลกลดลง ไม่ลดราคาลงตามสัดส่วนที่ต้องลดจริง

พร้อมกันนี้ ได้ยื่นข้อเสนอแนะ 3 สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือ

1.ลดค่าการกลั่นน้ำมัน ระหว่างวันที่ 1-10 เมษายนที่ผ่านมา ค่าการกลั่นเฉลี่ยอยู่ที่ 16.40 บาทต่อลิตร จากปกติราคาค่าการขายอยู่ที่ 2 บาทต่อลิตร จึงทำให้ได้กำไรเกินสมควรที่ 14.40 บาทต่อลิตร หรือเฉลี่ยวันละ 1,000 ล้านบาทต่อวัน เพียงเพราะมีการใช้ราคาอิงสิงคโปร์ และใช้ราคานำเข้าจากสิงคโปร์ที่ไม่มีอยู่จริง

2.ลดค่าการตลาด มีการบวกกำไรเพิ่มเติมจากมติ กบง. เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ให้ควบคุมค่าการตลาดน้ำมันดีเซล 1.50 บาทต่อลิตร ในขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มลดลง ในวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา มีการคิดค่าการตลาดที่ 10.589 บาทต่อลิตร หรือคิดเป็น 7 เท่าของราคาค่าการตลาดตามมติ กบง. โดยวันที่ 9 เมษายนวันเดียวได้กำไรเกินสมควรมากถึง 636 ล้านบาท ในขณะที่วันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา ค่าการตลาดอยู่ที่ 4.29 บาทต่อลิตร ได้กำไรเกินควรวันเดียวถึง 195 ล้านบาท วันที่ 9-10 เมษายนที่ผ่านมา ได้กำไรเกินควรกว่า 800 ล้านบาท

3.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้จ่ายค่าชดเชยไปแล้ว 57,700 ล้านบาท ณ วันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ชดเชยค่าน้ำมัน 1,244 ล้านบาท ประชาชนต้องจ่ายชดเชยอย่างไม่เป็นธรรมกองทุนฯ จึงไม่เห็นด้วยกับการกู้เงินให้แก่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอีก 150,000 ล้านบาท เพื่อนำไปรักษากำไรเกินควรที่เกิดขึ้น

รัฐบาลจึงไม่ควรปล่อยให้มีการแสวงหากำไรเกินควร จึงเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแก้ไขปัญหากำไรเกินควร ด้วยการสั่งการให้ลดราคาน้ำมันภายในวันนี้ เพราะใกล้ถึงเทศกาลสงกรานต์ที่จะมีประชาชนเดินทางจำนวนมาก ถ้าไม่ลดราคาตามข้อเสนอแนะ ถือว่าไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหา โดยองค์กรภาคประชาชนทั้งสามข้างต้น จะรวมตัวกันไปยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในวันที่ 16 เมษายนนี้ เวลา 10.00 น. ที่กระทรวงพลังงาน

นอกจากนี้ยังระบุว่า จุดเริ่มต้นที่ทำให้กองทุนน้ำมันติดลบมาจากการอุ้มก๊าซแอลพีจี จึงเห็นว่าต้องปรับโครงสร้างราคาก๊าซแอลพีจี โดยยึดหลักการสำคัญว่าทรัพยากรธรรมชาติของประเทศต้องให้ประชาชนได้ใช้ก่อนในราคาที่เป็นธรรม ส่วนในภาคขนส่ง และอุตสาหกรรม ให้ใช้ก๊าซแอลพีจีหลังจากที่แบ่งสัดส่วนให้กับภาคครัวเรือน

ฉะนั้น การแก้ปัญหากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบ รัฐบาลจะต้องเข้าไปแก้ปัญหาในเรื่องของค่าการกลั่น, ค่าการตลาด รวมถึงการปรับโครงสร้างราคาก๊าซแอลพีจีด้วย เนื่องจากกองทุนน้ำมันนั้นเป็นการเก็บเงินภาษีจากประชาชนมาเป็นกองทุน แทนที่จะช่วยเหลือประชาชนแต่ความเป็นจริงแล้ว กลับกลายไปเกื้อหนุนนายทุนพลังงานแทน การกู้เงินมาเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอีก 150,000 ล้านบาท จึงเป็นการซ้ำเติมประชาชน