"เอกนัฏ" งัด พ.ร.ก. สั่งลดราคาหน้าโรงกลั่น 2 บาท ลุ้นสัปดาห์หน้าลดอีก ขณะที่พรุ่งนี้ประชุมลดราคาหน้าปั๊ม
วันที่ 7 เม.ย. 2569 เวลา 13.30 น. ที่กระทรวงพลังงาน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ได้เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. เพื่อกำหนดมาตรการ จัดการปัญหาค่าการกลั่นและราคาพลังงาน
จากนั้น เวลา 15.00น. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน และนายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ร่วมกันแถลงผลการประชุม

โดยนายเอกนัฏ กล่าวว่า วันนี้ได้พูดคุยกับโรงกลั่น ซึ่งวันนี้มีทั้งที่ให้ความร่วมมือและไม่ได้มา แต่ยืนยันว่ามีส่วนที่ให้ความร่วมมือ
ช่วงบ่ายวันนี้ จึงอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก. แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 มีคำสั่งให้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. ที่ตนเป็นประธาน ให้มีอำนาจในการกำหนดราคาหน้าโรงกลั่น จึงมีมติลดราคาค่าโรงกลั่นลง 2 บาท สำหรับดีเซล B7 B20 ซึ่งนี่คือกลไกใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย โดยใช้วิธี singapore discount ซึ่งมีการกำหนดเอาตัวราคาที่อ้างอิงตามสิงคโปร์ มากำหนดส่วนลด หรือเรียกว่า Discount คือลดราคาตั้งแต่หน้าโรงกลั่น ซึ่งการใช้กลไกนี้จะไม่เป็นภาระกับกองทุนน้ำมัน โดยให้โรงกลั่นขายเข้าระบบให้กับผู้ค้าในราคาที่ถูกลงแทน
ทั้งนี้ จะเห็นว่าตัวเลขค่าการกลั่นสูงขึ้นมากกว่าเดือนมีนาคม ดังนั้นต่อจากนี้ จะนำตัวเลขในช่วงต้นเดือนเมษายนของรอบสัปดาห์แรกมาพิจารณาในรอบต่อไปว่า ส่วนที่ลด 2 บาทนี้ จะกำหนดให้ลดลงมากขึ้นได้หรือไม่อย่างไร ซึ่งสามารถขึ้นหรือลงได้ตามสถานการณ์ แต่วันนี้เราขอตั้งไว้ที่ 2 บาทก่อน คาดว่าในอนาคตจะปรับลดได้มากกว่านี้
โดยทางคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน ยืนยันว่า จะบริหารไม่ให้เกิดความขัดแย้ง ยอมรับว่าการลดราคาหน้าโรงกลั่นมีผลกระทบต่อรายได้ของโรงกลั่นแน่นอน แต่เราก็จะดูแลกำกับไม่ให้ไปกระทบกับสภาพคล่องในการซื้อน้ำมันดิบเข้ามากลั่นให้คนไทยได้ใช้ แต่ยืนยันว่าโรงกลั่นยังคงมีกำไรหรือที่เรียกว่าขาดทุนกำไร แต่หากคิดว่ามีปัญหา ประตูห้องของตนเองหรือปลัดพลังงานก็ยังเปิดให้เข้ามาปรึกษาได้อยู่
เมื่อถามว่า แล้วจะมีผลเมื่อไหร่ที่ทำให้ราคาหน้าปั๊มลดลงนั้น นายเอกนัฏ บอกว่า ตามขั้นตอนต้องรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา คาดว่ากระบวนการจะเรียบร้อยในวันพรุ่งนี้ หลังจากนั้นจะมีการประชุม กบน. หารือ เพื่อลดราคาหน้าปั๊มทันที เพื่อพิจารณาว่าส่วนลดราคาหน้าโรงกลั่น 2 บาท จะไปลดราคาหน้าปั๊มต่อไปอย่างไร
และภายในวันที่ 20 เมษายน จะเร่งเปิดหัวจ่ายสำหรับ B20 ให้มีปริมาณเพียงพอบนถนนสายหลัก (ทางหลวงเลขตัวเดียว) ทุก 100 กิโลเมตร หลังจากนั้นจะเร่งเปิดหัวจ่าย B20 ในเส้นหลักที่มีเลขสองหลักให้เพียงพอ
เราพยายามทำหลายเรื่องทั้งข้อกฎหมาย ได้หารือกับท่านปลัดว่า จากนี้ไปการประชุมสื่อสารของ กบน. ไม่ต้องรอราคาตลาดสิงคโปร์ตอนเย็นก็ได้ สามารถขยับขึ้นมาประชุมได้เร็วขึ้น
ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าจะสามารถประกาศราคาได้ทันก่อนวันพฤหัสบดีหรือไม่ นายเอกนัฏ บอกว่าจะพยายาม เพราะตนเองทำหลายเรื่องในเวลาเดียวกัน และได้หารือกับปลัดกระทรวงพลังงาน ว่าจากนี้ไปการสื่อสารของ กบน. ไม่จำเป็นต้องรอราคาของตลาดน้ำมันสิงคโปร์ตอนเย็นก็ได้ ก็สามารถขยับขึ้นมาได้ โดยพรุ่งนี้ก็จะมีการเตรียมประชุม ลดราคาหน้าปั๊ม ซึ่งหากลดหน้าโรงกลั่น 2 บาท จะทำให้ราคาน้ำมัน B7 และ B20 ลดลงหน้าปั๊ม 2 บาทกับอีก 14 สตางค์ ซึ่งเป็นราคาหน้าโรงกลั่น รวมกับภาษี แต่แนวโน้มอาจจะลด B20 ได้มากกว่า B7 เพราะมีคนใช้มากกว่า
เมื่อถามว่าวันนี้มีโรงปั่นไหนที่มาและไม่มาบ้าง นายเอกนัฏ บอกว่า หาก กบน. มีมติที่ออกมา โรงกลั่นมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฏหมาย และฝากสื่อไปรอคำแถลงของโรงกลั่น เดี๋ยวก็จะรู้เอง
พร้อมย้ำว่าน้ำมันทุกหยดจากทุกโรงกลั่นในประเทศไทย B7 B20 โรงกลั่นขายได้ถูกลง 2 บาท ลดลง 2 บาท ทั้งนี้หากโรงกลั่นไหนไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิดตามกฏหมาย พ.ร.ก. ซึ่งมีโทษทั้งปรับและจำคุก ซึ่งยืนยันว่ามีกฎหมายรองรับชัดเจนและได้มีการปรึกษากฤษฎีกาแล้ว เนื่องจากสถานการณ์ประเทศไทยในตอนนี้ประสบปัญหาไม่ได้อยู่ในสภาวะปกติ จะใช้กลไกปกติในการกำหนดราคาพลังงานไม่ได้
เมื่อสอบถามราคาน้ำมันในประเทศไทยลดลงจะมีการลักลอบนำไปขายในต่างประเทศหรือไม่ นายเอกนัฏ บอกว่า ก็จับครับ และทีมสุดซอยก็อยู่ครบ พร้อมห้ามกักตุน
วันนี้ มีมาตรการนี้แล้ว น้ำมันทุกหยดของทุกโรงกลั่นจะต้องใช้มาตรการนี้ใช่หรือไม่ ไม่ว่าใครจะมาหรือไม่มาประชุม นายเอกนัฏกล่าวว่า ก็ยังเจรจากันอยู่ เดี๋ยวใครแสดงท่าทียังไงก็รู้เองพร้อมยกตัวอย่างว่า เช่น เรามีโรงกลั่น 6 โรง มี 3 โรงกลั่นที่ยินดีช่วย แต่อีก 3 โรงกลั่นไม่ทำตาม นั่นแปลว่าเราต้องเอาเงินของคนที่เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศ ยินดีที่จะช่วยในยามวิกฤตจำนวน 3 โรงกลั่นมารับผิดชอบภาระอีกสามโรงกลั่นที่ไม่สนใจใยดีเลยหรือ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการจึงคิดว่านี่คือมาตรการที่เป็นธรรมที่สุดแล้ว ทุกโรงกลั่นทั้ง 6 โรงต้องช่วยกัน

















