รู้จัก "The Bangkok Voices" คณะนักร้องประสานเสียงไทย ได้รับเกียรติเชิญพิเศษจาก Philippine Madrigal Singers คณะนักร้องประสานเสียงระดับโลกจากฟิลิปปินส์ ขึ้นแสดงในคอนเสิร์ต Tempus Est ณ โรงละคร Proscenium Theatre กรุงมะนิลา
คณะนักร้องประสานเสียง The Bangkok Voices นำโดยวาทยากร นพ.กิตติพร ตันตระรุ่งโรจน์ ได้รับเกียรติเชิญพิเศษจาก Philippine Madrigal Singers คณะนักร้องประสานเสียงระดับโลกจากฟิลิปปินส์ ให้ร่วมขึ้นเวทีในคอนเสิร์ต Tempus Est ซึ่งจัดแสดงในวันที่ 14 และ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569 ณ Proscenium Theatre กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

การได้รับเชิญครั้งนี้ถือเป็นการยืนยันถึงศักยภาพของวงการดนตรีประสานเสียงไทยบนเวทีนานาชาติ เมื่อคณะนักร้องจากกรุงเทพมหานครได้ยืนเคียงข้างคณะที่องค์การ UNESCO ยกย่องให้เป็น Artist for Peace และเป็นผู้ครองแชมป์ European Grand Prix for Choral Singing ถึงสองสมัย

โอกาสที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
การที่ Philippine Madrigal Singers เลือกเชิญ The Bangkok Voices มาร่วมเวทีในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา เพราะนับเป็นครั้งแรกที่คณะนักร้องประสานเสียงจากประเทศไทยได้รับเกียรตินี้จากคณะที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในคณะประสานเสียงที่ดีที่สุดในโลก
Philippine Madrigal Singers ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 และสั่งสมชื่อเสียงระดับนานาชาติมาตลอดกว่า 60 ปี ด้วยการคว้ารางวัล European Grand Prix for Choral Singing ถึงสองสมัย ในฐานะคณะแรกของโลกที่ทำได้ และในปี พ.ศ. 2552 องค์การ UNESCO ได้มอบตำแหน่ง Artist for Peace ให้กับคณะนี้ เพื่อยกย่องบทบาทในการส่งเสริมสันติภาพและความเข้าใจระหว่างประชาชนในเอเชียผ่านดนตรี การได้รับเชิญจากคณะระดับนี้จึงเปรียบได้กับการที่นักดนตรีคลาสสิกได้ขึ้นเวที Carnegie Hall เป็นครั้งแรก
ในมุมของไทย โอกาสนี้สะท้อนให้เห็นว่าวงการดนตรีประสานเสียงไทยได้ก้าวข้ามพรมแดนของภูมิภาคอย่างแท้จริง และยังสอดรับกับทิศทาง Soft Power ของไทยที่มุ่งนำเสนอศักยภาพทางศิลปะและวัฒนธรรมสู่สายตาโลก โดยครั้งนี้ไม่ใช่การไปประกวดแข่งขัน แต่เป็นการได้รับเชิญในฐานะศิลปินเคียงบ่าเคียงไหล่ ซึ่งมีน้ำหนักและความหมายที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

Tempus Est - ถึงเวลาแล้ว
Tempus Est เป็นคำในภาษาละตินที่แปลว่า “ถึงเวลาแล้ว” ซึ่งสะท้อนถึงจังหวะสำคัญที่ดนตรีประสานเสียงจากสองฝั่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาบรรจบกันบนเวทีเดียวกัน คอนเสิร์ตนี้จัดขึ้นสองรอบในวันที่ 14 และ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569
สถานที่จัดแสดงคือ Proscenium Theatre ที่ Rockwell ย่านใจกลางกรุงมะนิลา โรงละครแห่งนี้จุผู้ชมได้ 780 ที่นั่ง ออกแบบในแบบ proscenium arch แบบดั้งเดิม พร้อมที่นั่งที่จัดเรียงเป็นลาดชันเพื่อให้มองเห็นเวทีได้ชัดเจนทุกมุม และติดตั้งระบบอะคูสติกระดับมืออาชีพที่เหมาะกับการแสดงดนตรีสดเป็นพิเศษ ขนาดที่นั่งอันกะทัดรัดยิ่งทำให้ผู้ชมรู้สึกใกล้ชิดกับเสียงดนตรีและนักร้องอย่างแท้จริง

จากเวทีระดับโลก สู่การแลกเปลี่ยบนในระดับชุมชน
นอกเหนือจากการแสดงคอนเสิร์ตในกรุงมะนิลา The Bangkok Voices ยังได้ขยายบทบาทสู่การเป็น “ทูตทางวัฒนธรรม” ผ่านกิจกรรมแลกเปลี่ยนกับเยาวชนในประเทศฟิลิปปินส์
เริ่มต้นในช่วงเช้า Workshop ที่ City of Malolos Integrated School ในช่วงเช้าวันที่ 18 มีนาคม คณะได้จัดกิจกรรม workshop ร่วมกับนักเรียน ณ City of Malolos Integrated School - Sto. Rosario


ภายในกิจกรรม คณะได้ถ่ายทอดบทเพลงไทย “ลอยกระทง” พร้อมทั้งชวนให้นักเรียนร่วมเรียนรู้การรำวงแบบไทย สร้างบรรยากาศของการเรียนรู้ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและการมีส่วนร่วม รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความตั้งใจของนักเรียน ทำให้ช่วงเวลาสั้น ๆ เต็มไปด้วยความอบอุ่น และสะท้อนให้เห็นว่าดนตรีสามารถเชื่อมโยงผู้คนจากต่างวัฒนธรรมได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ต่อเนื่องในช่วงบ่าย - Cultural Exchange ณ Marcelo H. del Pilar National High School
ในช่วงบ่าย คณะได้เข้าร่วมกิจกรรม cultural exchange ณ Marcelo H. del Pilar National High School (MHPNHS) ซึ่งมีนักเรียน ครู และผู้แทนจากภาครัฐเข้าร่วมเกือบ 400 คน

ภายในงานมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมฟิลิปปินส์ เช่น binasuan, sayaw sa bangko และ sakuting รวมถึงการแสดง Cariñosa ในรูปแบบร่วมสมัย ขณะที่ The Bangkok Voices ได้ถ่ายทอดบทเพลง “The Prayer of Saint Francis” และ “ลอยกระทง” สร้างความประทับใจให้กับผู้ชม
รายงานข่าวจากสื่อท้องถิ่นระบุว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็น “dynamic fusion of Southeast Asian cultures” ที่เปิดพื้นที่ให้เกิดการเรียนรู้และความเข้าใจระหว่างกัน
ผู้อำนวยการโรงเรียน Ma. Victoria C. Vivo กล่าวว่า “As educators and leaders, we believe that education has no walls.”


The Bangkok Voices — 20 ปีบนเส้นทางดนตรี
The Bangkok Voices ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2548 โดย นพ.กิตติพร ตันตระรุ่งโรจน์ แพทย์ผู้มีใจรักในดนตรีประสานเสียง ซึ่งยังคงทำหน้าที่วาทยากรของคณะมาจนถึงปัจจุบัน รากฐานของคณะถูกวางขึ้นด้วยแรงบันดาลใจโดยตรงจาก Philippine Madrigal Singers ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองคณะนี้มีรากเหง้าที่ลึกซึ้งกว่าการเป็นเพียงคู่ร่วมเวที และได้รับการสนับสนุนจากศิลปินแห่งชาติและสมาคมขับร้องประสานเสียงแห่งประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง
จุดเด่นของคณะอยู่ที่การขับร้องแบบ A Cappella หรือการร้องโดยไม่มีเครื่องดนตรีประกอบ ซึ่งต้องอาศัยความแม่นยำของเสียงในระดับสูงมาก สมาชิกของคณะประกอบด้วยอาสาสมัครจากหลากหลายอาชีพที่มีใจรักในดนตรีร่วมกัน ครอบคลุมแนวเพลงตั้งแต่คลาสสิก เพลงพระราชนิพนธ์ เพลงไทย ไปจนถึง Spirituals และ Gospel
ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา The Bangkok Voices สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในเวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันติดอันดับที่ 101 ของโลก จาก Top 1,000 Choirs ในระบบจัดอันดับของมูลนิธิ Interkultur ประเทศเยอรมนี และยังติดอันดับที่ 18 ของโลก ในสาขา Chamber Choirs & Vocal Ensembles และอันดับที่ 21 ของโลก ในสาขา Pop/Jazz/Gospel โดยเป็นคณะประสานเสียงไทยที่มีอันดับสูงที่สุดในประเทศ ในปี พ.ศ. 2567 คว้ารางวัล Golden Diploma พร้อมชนะในสองสาขาจากการแข่งขัน 7th Vietnam International Choir Competition ที่เมืองฮอยอัน ล่าสุดคณะเพิ่งจัดคอนเสิร์ตครบรอบ 20 ปีในชื่อ “The Endless Road of Music” ก่อนที่จะก้าวสู่เวทีมะนิลาในครั้งนี้

เสียงจากผู้อยู่เบื้องหลัง
นพ.กิตติพร ตันตระรุ่งโรจน์ วาทยากรและผู้ก่อตั้ง The Bangkok Voices กล่าวในงานคอนเสิร์ตครบรอบ 20 ปี “The Endless Road of Music” ว่า “การได้รับเชิญจาก Philippine Madrigal Singers ครั้งนี้มีความหมายพิเศษอย่างยิ่งสำหรับพวกเราทุกคน เพราะคณะนี้คือทั้งแรงบันดาลใจและรากฐานของ The Bangkok Voices มาตั้งแต่วันแรก การได้กลับไปยืนบนเวทีเดียวกับพวกเขา จึงไม่ใช่เพียงแค่การแสดงร่วมกันอีกครั้ง แต่คือการเดินทางที่หมุนกลับมาบรรจบอย่างสมบูรณ์ จากวันที่เราเคยมองขึ้นไปบนเวทีด้วยความชื่นชม สู่วันนี้… วันที่เราได้ยืนอยู่เคียงข้าง ด้วยหัวใจเดียวกัน”

ดนตรีประสานเสียงของไทยบนเวทีโลก
แม้ดนตรีในรูปแบบประสานเสียงจะไม่ใช่แนวดนตรีกระแสหลักในประเทศไทย แต่วงการนี้เติบโตอย่างเงียบงามและต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ โดยมีคณะนักร้องจากมหาวิทยาลัย โรงเรียน และกลุ่มอิสระผุดขึ้นทั่วประเทศ ในขณะที่สมาคมขับร้องประสานเสียงแห่งประเทศไทยทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานอย่างจริงจัง
บนเวทีนานาชาติ ไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้ร่วมแข่งขันอีกต่อไป แต่เริ่มได้รับการยอมรับในฐานะผู้เล่นระดับแนวหน้าของเอเชีย The Bangkok Voices คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด เมื่อคณะที่ก่อตั้งโดยแพทย์ผู้มีใจรักในดนตรีสามารถติดอันดับ 101 ของโลก และอันดับ 18 ในสาขา Chamber Choirs ได้ภายในเวลาไม่ถึงสองทศวรรษ
นอกเหนือจากเวทีการแสดง การเดินทางครั้งนี้ยังมีมิติของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอย่างแท้จริง เมื่อ The Bangkok Voices ได้นำเพลง ลอยกระทง ไปถ่ายทอดให้กับนักเรียนที่เมือง Malolos ประเทศฟิลิปปินส์ การที่เด็ก ๆ ชาวฟิลิปปินส์ได้เรียนรู้และร้องเพลงพื้นบ้านไทยด้วยปากของตัวเองคือภาพที่สะท้อนให้เห็นว่า Soft Power ไม่ได้เกิดขึ้นบนเวทีใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นได้ในห้องเรียนเล็ก ๆ ที่มีแต่เสียงเพลงและรอยยิ้มเช่นกัน
การได้รับเชิญให้ขึ้นเวที Tempus Est ในครั้งนี้จึงไม่ได้สะท้อนเพียงความสำเร็จของ The Bangkok Voices เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงทิศทาง Soft Power ของไทยที่กำลังขยายตัวออกไปในมิติของศิลปะและวัฒนธรรม ในยุคที่ไทยมุ่งนำเสนอตัวเองสู่โลกผ่านความคิดสร้างสรรค์ ดนตรีประสานเสียงคือหนึ่งในเสียงที่ดังชัดและทรงพลังที่สุด

ก้าวต่อไปของ The Bangkok Voices
สำหรับ The Bangkok Voices คอนเสิร์ต Tempus Est ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่คือก้าวสำคัญบนเส้นทางที่ยังคงเดินหน้าต่อไป นับจากวันแรกที่คณะก่อตั้งขึ้นด้วยความฝันและแรงบันดาลใจจาก Philippine Madrigal Singers สู่วันที่ได้ยืนเคียงข้างคณะในตำนานนั้นบนเวทีเดียวกัน ระยะทาง 20 ปีพิสูจน์ให้เห็นว่าดนตรีไม่มีพรมแดน และความทุ่มเทสามารถพาเสียงร้องจากกรุงเทพมหานครไปดังถึงมะนิลาได้จริง
















