"เท้ง" จ่อเสนอญัตติด่วนหารือในที่ประชุมวันนี้หาทางออกของวิกฤติการณ์ขาดแคลนน้ำมัน ยัน ไม่เคยออมมือให้ภูมิใจไทย แต่เวทีนี้ไม่ใช่ศึกซักฟอก ไม่หวังชิงจัดตั้งรัฐบาล เผยตอนนี้พรรคประชาชนยังไม่มีงูเห่า

วันที่ 19 มี.ค. 2569 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยก่อนเข้าประชุมสภาว่า การเป็นฝ่ายค้านยังเป็นทางการยังไม่เริ่มขึ้นเพราะขณะนี้ยังไม่มีการโหวตนายกรัฐมนตรี แต่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตอนนี้ได้มีการหารือว่าจะมีการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาในการหารือในที่ประชุมวันนี้สำหรับการหาทางออกของวิกฤติการณ์ขาดแคลนน้ำมัน ตนเชื่อว่าฝั่งเสียงข้างมาก หรือฝั่งรัฐบาลวันนี้ก็คงจะให้โอกาส ถ้า และให้พื้นที่กับพวกเราในการหอภิปรายเสนอแนะไปยังรัฐบาลรักษาการในปัจจุบัน

สำหรับสิ่งสำคัญในตอนนี้มากกว่าหรือเท่ากับสถานการณ์การขาดแคลนน้ำมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือน้ำมันสำเร็จรูป ที่ตอนนี้รัฐบาลก็ยังให้คำตอบไม่ชัดเจนว่าตกลงแล้วมันหายไปไหน ใครเป็นคนกักตุน วันนี้ตนทราบว่ารัฐบาลจะมีการเชิญผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องหารือในสภา ตนคิดว่าสิ่งที่ทำได้ที่สุดและทำได้เลยในตอนนี้เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นของประชาชน คือการเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างให้มีความโปร่งใส

อีกทั้งตั้งแต่เกิดวิกฤติเกิดขึ้นในฐานะพรรคประชาชนก็ได้นำเรื่องส่งให้สส.ในแต่ละพื้นที่ไปสำรวจปั๊มน้ำมันว่าในแต่ละพื้นที่ประชาชนพบปัญหาอะไร ขาดแทนน้ำมันที่ไหนบ้างรวมถึงราคาสินค้าที่หลายพื้นที่พบว่ามีสินค้าจำเป็นบางอย่างปรับราคาสูงขึ้น โดยจะมีการรวบรวมปัญหาทั้งหมดสะท้อนเสียงไปถึงการประชุมในวันนี้ หากรัฐบาลให้พื้นที่กับพวกเรา เราก็พร้อมที่จะเสนอแนะไปให้รัฐบาลรักษาการแก้ไขปัญหา

เมื่อถามว่ามีกระแสวิจารณ์ว่าพรรคประชาชนออมมือให้พรรคภูมิใจไทยมากเกินไป เพราะถ้าเกิดว่ามีนายกเป็นนางสาวแพทองธาร หรือมาจากพรรคเพื่อไทย ตอนนี้คงมีการตีแผ่ หรือโจมตีมากกว่านี้แล้ว นายณัฐพงศ์ ระบุว่า ยืนยันว่าไม่มีการออมมือใดๆ ตนเชื่อว่าการอภิปรายในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ก็จะมีการอภิปรายถึงคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีด้วย ตนเชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะจากพรรคประชาชนและหลายส่วนน่าจะออกมาอภิปรายในส่วนนี้ แต่ตนอยากทำความเข้าใจกับทุกคนว่า ณ เวทีแห่งนี้ยังไม่ใช่เวทีที่เรียกว่าเป็นศึกซักฟอกหรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนั้นในการพูดเราต้องมีการรักษาบรรยากาศให้อยู่ในกรอบของการอภิปรายในวันนี้ แต่ยืนยันว่าการตรวจสอบเราสามารถตรวจสอบได้ทุกเวทีอย่างเต็มที่ รวมถึงการส่งข้อเสนอแนะไปไปถึงรัฐบาลด้วยเช่นเดียวกัน

 

 

ส่วนในวันนี้การเสนอชื่อนายกฯ ที่นอกเหนือจากพรรคประชาชนให้ชิงตำแหน่งนายกฯ ได้มีการพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านในการชื่อพรรคอื่นอย่างพรรคกล้าธรรม หรือไม่ นายณัฐพงศ์ ระบุ ตนก็ได้ยินข่าวมาบ้าง แต่ความแน่ชัดต้องรอการประชุมสภาในวันนี้ ตนไม่สามารถไปตอบแทนการตัดสินใจของพรรคอื่นๆไม่ได้

ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ ห้องประชุมและพระอื่นๆที่ประกาศงดออกเสียง จะทำให้การเสนอชื่อในครั้งนี้เสียเปล่าหรือไม่ นายณัฐพงศ์ระบุว่า การเสนอชื่อในครั้งนี้เราทุกคนรู้ดีว่าการจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้เกิดขึ้นในสภาวันนี้แต่เกิดขึ้นมาตั้งแต่คืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์แล้ว จนถึงวันก่อนโหวตนายกรัฐมนตรี หากพรรคภูมิใจไทยไม่สามารถรวบรวมเสียงข้างมากได้ ประธานสภาก็คงไม่บรรจุระเบียบวาระให้มีการบวชเรื่องนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ส่วนการที่พรรคประชาชนมีมติเสนอชื่อตน ไม่ได้ต้องการชิงที่จะจัดตั้งรัฐบาลแข่ง แต่เราต้องการใช้เวทีแห่งนี้ให้เป็นประโยชน์ในการสื่อสารต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน ส่วนผลการโหวตที่ออกมาเราไม่ได้มุ่งหวังผลลัพธ์อยู่แล้ว จะเสียเปล่าหรือไม่ ตนคิดว่าเป็นประโยชน์มากกว่าการที่เราใช้เวทีนี้ในการสื่อสาร

ส่วนข้อกังวลที่บางส่วนมองว่าฝ่ายค้านดูไม่เป็นเอกภาพ หรือพรรคประชาชนได้ทำงานประสานกับพรรคอื่นหรือไม่ ตนยืนยันว่าที่ผ่านมาเราได้ประสานงานกับพรรคฝ่ายค้าน แจ้งข่าวสารกันทุกพรรคอยู่แล้ว แต่เพียงแค่มติในการโหวตในวันนี้ไม่ต้องการอะไรที่เป็นเอกภาพจากฝ่ายค้านอยู่แล้ว ก็ถือว่าเป็นเอกสิทธิ์ที่แต่ละพรรคจะเสนอหรือลงมติโหวตในวันนี้

เมื่อถามว่าวันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกุล ควรมีการแสดงวิสัยทัศน์ในที่ประชุมวันนี้หรือไม่ นายณัฐพงศ์ ระบุว่า ตนทราบข่าวจากการประสานงานหลังบ้านมาว่าอาจจะมีการใช้เวทีแห่งนี้ในการสื่อสาร จากฝั่งนายอนุทินแต่ตนคงไม่สามารถไปตอบแทนได้ คงต้องรอดูว่านายอนุทินจะมีการใช้เวทีแห่งนี้ในการลุกขึ้นชี้แจงหรือแสดงวิสัยทัศน์หรือไม่ แต่หากดูตามข้อบังคับจริงๆไม่ได้เหมือนการโหวตประธานสภาที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนี้เป็นการอภิปรายคุณสมบัติของคนที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่ามีความพร้อมในการแสดงวิสัยทัศน์หรือไม่ นายณัฐพงศ์ระบุว่า ต้นขอเรียกว่าจะใช้เวทีแห่งนี้ในการสื่อสารข้อห่วงใย ซึ่งหากใช้คำว่าแสดงวิสัยทัศน์อาจจะมีสมาชิกลุกขึ้นคัดค้านบอกว่าผิดข้อบังคับได้

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่ามีงูเห่าในภาคอีสาน ของพรรคประชาชน นายณัฐพงศ์ ระบุว่า สถานการณ์การเมืองตอนนี้พรรคภูมิใจไทยก็รวบรวมเสียงข้างมากได้ค่อนข้างมีเสถียรภาพระดับหนึ่ง ไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องมีการซื้อตัว สส.ข้ามพรรค แต่ถ้าหากเป็นอย่างนั้นจริงตนก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องมาอธิบาย แต่คิดว่าไม่น่าเกิดขึ้น หากมีการเกิดขึ้นจริงตนคงตั้งคำถามกลับไปว่าเราอยากให้มีวิธีการทำงานการเมืองแบบนี้เกิดขึ้นในสภาไทยต่อไปหรือเปล่า และตนยังเชื่อในเพื่อนร่วมพรรค อีกทั้งหากเกิดขึ้นจริงตนและเพื่อนร่วมคงต้องมีการออกมาแสดงบทบาทและให้คำชี้แจงในอนาคตอย่างแน่นอน ส่วนที่ผ่านมาที่มีประเด็นการคัดสรรผู้สมัครเราก็ไม่เคยหลีกหนี แต่ก็อยากตั้งคำถามกลับไปว่ามันไม่ใช่ผู้สมัครของพรรคประชาชนเท่านั้นที่มีปัญหา ซึ่งสภาก็มีปัญหาเรื่องงูเห่าไม่ใช่แซะเพราะพรรคส้ม มี สส.หลายคนที่มีประวัติไม่ดี ก็อยากให้ทุกคนได้ร่วมกันจับตามอง