เต้ มงคลกิตติ์ บุก กกต. ชี้แจงทุกนโยบายของพรรคเป็นไปได้หมด ไม่ได้บ้า ไม่ได้เพ้อเจ้อ ไม่พลาดโชว์ฟิตวิดพื้นเรียกหา "แสวง" โวตนอาจเป็น "ไอน์สไตน์" กลับมาเกิด

วันที่ 6 ก.พ. 2569 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือเต้ เลขาธิการพรรคทางเลือกใหม่ ในฐานะแคนดิเดทนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้าชี้แจงกับกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องนโยบายของพรรคที่นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. บอกว่าเป็นไปไม่ได้ เรื่องนี้นายมงคลกิตติ์ ระบุว่า พรรคทางเลือกใหม่ ได้ส่งนโยบายไปให้ กกต. ทั้งหมดสองนโยบาย ซึ่งที่ผ่านมา กกต. มีการเร่ง เพราะจำเป็นจะต้องพิมพ์ไปให้ประชาชน และทางพรรคการเมืองต้องส่งภายใน 20 วัน ซึ่งถ้าส่งช้าครั้งแรกจะถูกปรับ 500,000 บาท หลังจากนั้นจะโดนปรับวันละ 10,000 บาท ซึ่งมีบางนโยบายที่พรรคทางเลือกใหม่ส่งช้าจึงทำให้โดนปรับ

สำหรับนโยบายที่ส่งไป ก็มีทั้งนโยบายที่ไม่ใช้เงินและนโยบายที่ใช้เงิน รวมถึงนโยบายที่ใช้เงินจำนวนมาก พร้อมบอกว่า ทั้งนโยบายไดโนเสาร์ นโยบายอวกาศ หรือนโยบายแก้ปัญหาผัวเมีย ไม่ได้ถูกยับยั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หลังจากนั้นได้มีการไปอธิบายนโยบายต่อสาธารณชน ในกระบวนการการอธิบายต่อสาธารณชนคือห้ามอธิบายเกินความจริง แต่ต้องเข้าใจว่าตัวเองเป็นอาจารย์สอนฟิสิกส์ทางด้านวิทยาศาสตร์ เวลาไปเจอนักเรียนนักศึกษามักจะถามคำถามต่อ ๆ เรื่อย ๆ จึงจำเป็นต้องตอบและอธิบายให้นักศึกษาเข้าใจ

แต่กรณีที่นายแสวงมาบอกว่า นโยบายของพรรคทางเลือกใหม่เป็นไปไม่ได้ ตนมองว่าแต่ละนโยบายมันเป็นไปได้หมด จะบอกว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าตนเองยังไม่ได้บริหารประเทศ อย่างนโยบายที่พรรคการเมืองอื่นหาเสียงว่าจะทำให้คนไทยหายจน ก็ไม่เห็นมีพรรคไหนที่สามารถทำได้ แล้วเหตุใดทาง กกต. ถึงไม่ดำเนินคดี หรือแม้กระทั่งรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย แจกเงิน 10,000 บาท ก็ทำไม่ได้เช่นเดียวกัน

พร้อมบอกว่านโยบายอวกาศที่จะไปตั้งเซ็นทรัลเวสต์เกตที่ดาวอังคาร มันไม่ได้เพ้อเจ้อ แต่รายละเอียดที่ตนส่งไปให้ กกต. คือการจัดวิจัยพัฒนา ส่งเสริมการศึกษาในการทำธุรกิจอวกาศไปในระบบสุริยะ และนอกระบบสุริยะ ซึ่งนโยบายนี้เป็นการต่อยอดมาจากแผนพัฒนาประเทศจากเดิมในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ต้องการสร้างธุรกิจขนส่งอวกาศ แต่ในช่วงนั้นประเทศไทยประสบวิกฤตปัญหาโควิด-19 จึงทำให้ใช้งบประมาณไปเยอะในการดูแลประชาชน ทำให้เรื่องการขับเคลื่อนอวกาศหยุดชะงักไป แต่เราแค่มาต่อยอดแผนพัฒนา ต่อยอดจากนโยบายที่เคยมี

นายมงคลกิตติ์ บอกว่า วันนี้ที่มา กกต. และที่นายแสวงบอกว่า นโยบายของตนเองเป็นไปไม่ได้ เพ้อเจ้อ อยากให้มองว่าต่างประเทศมีหลายประเทศแล้วที่สามารถไปดวงจันทร์และดาวดวงอื่น ๆ ซึ่งหมายความว่าทุกสิ่งเป็นไปได้หมด ทุกประเทศเขาทำมาหลายปีแล้ว ตนไม่ได้คิดเกินเลย เป็นคนปกติ คิดแบบต่างชาติ จบวิศวะไฟฟ้าจากพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สอนคณิตศาสตร์มาเกือบ 10 ปี อยู่กับพวกนี้มานาน ไม่ใช่คนบ้าเพ้อเจ้อ

ส่วนนโยบายไดโนเสาร์ สิ่งที่ตนรู้สึกขัดใจกับนายแสวง คือ ในภาคอีสานของประเทศไทยค้นพบซากและโครงกระดูกไดโนเสาร์ของจริง ทั้งไดโนเสาร์กินเนื้อ และกินพืช รวมถึงโครงกระดูกเป็นจำนวนมากในประเทศไทยประมาณ 20 จังหวัด เขากำลังปลูกถ่ายวิจัยในการสร้างไดโนเสาร์ ซึ่งนานาชาติเขาก็ทำกัน เป็นนโยบายที่ไม่ได้เพ้อฝัน เป็นนโยบายที่เป็นไปได้ จึงขอเน้นว่าไดโนเสาร์มันไม่ได้ตายไปจากโลกมนุษย์ มนุษย์เบื่อที่จะเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวแล้ว เขาอยากจะเลี้ยงไดโนเสาร์มันผิดตรงไหน มันเป็นความฝันและความหวังของประชาชน ตนในฐานะนักการเมืองก็ต้องค้นคว้าให้ประชาชนพึงพอใจ

ตนตั้งเป้าหมายไว้ว่า ประเทศไทยจะต้องเป็นเบอร์หนึ่งของโลกมันผิดตรงไหน ต่อให้ไม่ได้เบอร์หนึ่งก็ขอให้ได้เบอร์สาม เบอร์สี่ก็ยังดี ประเทศต้องพัฒนา นี่คือสิ่งที่ตนเขียนนโยบายไป และต้องทำให้ได้ถ้าได้อำนาจมาจากประชาชนในอีกสองวันข้างหน้า ตนแค่ชี้แจงว่าตนไม่ได้เพ้อเจ้อ

ส่วนนโยบายที่จะเจรจาซื้อทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จึงขอเปรียบเทียบกับอดีตนายกฯ นายทักษิณ ที่เคยซื้อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้กับประชาชนได้ ถ้าตนจะให้ประชาชนลงขันคนละ 10,000–20,000 บาท ซื้อแมนยูได้ก็สามารถซื้อได้ ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ตนจึงหมั่นไส้นายแสวง ไม่แน่ใจว่าแมนยูชนะ 3 นัดติดหรือไม่ และทีมที่แพ้เป็นทีมที่นายแสวงเชียร์หรือไม่ จึงเป็นฟืนเป็นไฟแบบนั้น

ส่วนนโยบายที่จะให้ผู้หญิงมีสามีได้ถึง 4 คน ตนก็จะทำจริง เพราะมันสามารถทำได้ ซึ่งในอดีตผู้ชายมีภรรยาเป็นฝูง จนปัจจุบันพฤติกรรมเหล่านี้ก็ยังคงมี เพียงแต่สามารถจดทะเบียนได้เพียงแค่หนึ่งคนหนึ่งใบเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันแม้กระทั่งนักการเมือง สส. สว. ตำรวจก็ยังมีกิ๊กอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งตนมองว่าพฤติกรรมมนุษย์กับสภาพสังคมไม่สมดุลกัน กฎหมายในรัฐธรรมนูญลักษณะผัวเมียกับมนุษย์ โดยมนุษย์เกิดก่อน กฎกติกามาทีหลัง หากตามศักยภาพจะมีผัวมีเมียมากกว่าหนึ่งคนมันผิดตรงไหน พร้อมตั้งคำถามอีกว่าจริยธรรมกับความเป็นมนุษย์อันไหนเกิดก่อนอันไหนเกิดหลัง กฎหมายใดที่ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมของมนุษย์ เราจะต้องแก้ไขโดยใช้อำนาจของ สส. ในสภา แล้วค่อยไปถกกันที่หลัง ซึ่งตนได้เสนอนโยบายนี้ต่อ กกต. ไปแล้ว จะผ่านหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง

เขาบอกว่า ตนไม่ได้ต้องการสร้างให้สังคมแตกแยก ซึ่งตอนนี้มีผู้หญิงบอกว่า อย่ายกเลิกนโยบายนี้ เพราะถ้าผู้ชายมีเมียหลายคน เราจะได้เอาตรงนี้ไปเป็นหลักค้ำประกัน เราไม่ได้บอกว่าต้องการให้มีผัวเมียหลายคนเพราะขี้เกียจตรวจว่าใครเป็นพ่อเด็ก เขาบอกว่าประเทศไทยประสบปัญหาวิกฤตหนักกว่าชายแดน คือวิกฤตการมีลูก ซึ่งถ้าเด็กเกิดน้อย โรงเรียนก็จะเจ๊ง ครูตกงาน ทางพรรคทางเลือกใหม่จึงเสนอนโยบายไปว่าจะต้องเพิ่มประชากรปีละ 1,000,000 คนเป็นขั้นต่ำ โดยจะให้ค่าเลี้ยงดูลูกจากรัฐบาลเดือนละ 5,000 บาทจนเรียนจบ ในช่วงตั้งครรภ์จะให้ 100,000 บาท

และจะให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ส่งสัญญาณเตือนให้มาปั๊มลูกวันละ 2 ครั้ง คือ 19.00 น. กับ 05.00 น. พร้อมจะสั่งให้ประชาชนวิดพื้นเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ประชาชนป่วย และทำให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น เขาบอกว่าการที่สนับสนุนให้ผู้หญิงมีสามี มีเพศสัมพันธ์เพื่อเป็นการป้องกันมะเร็งปากมดลูก เพราะผู้หญิงที่ไม่มีลูกเสี่ยงเป็นมะเร็งปากมดลูก ส่วนผู้ชายก็เสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก อีกทั้งจะให้คนไทยนอน 8 ชั่วโมงต่อวัน เพราะถ้านอนน้อย อสุจิมันวิ่งช้า มันไปไม่ถึงฝั่ง ประเทศไทยก็ขาดความมั่นคง เพราะเราไม่มีเด็ก รวมถึงจะเพิ่มขนาดให้ชายไทยมีความยาวขึ้น เพราะมีผลต่อการมีลูก

ส่วนนโยบายเซ็กซ์เวิร์กเกอร์ ปัจจุบันยังมีอาชีพนี้ รวมถึงหนังโป๊และเซ็กซ์ทอย ในเมื่อแก้ไม่ได้ก็ควรทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงประเด็นคนละครึ่งไปใช้ในร้านอ่างอบนวด ซึ่งมันไม่ผิด เพราะผู้ชายเวลามีอารมณ์ไม่ได้ระบายก็จะไปข่มขืนผู้หญิง มันเป็นการแก้ปัญหา

ส่วนนโยบายที่จะแก้ปัญหารถติด ตนสามารถทำได้ โดยตนจะนำเข้ารถยนต์และมอเตอร์ไซค์บินได้จากประเทศจีนและประเทศรัสเซียเข้ามายังประเทศไทย ซึ่งเป็นการแก้ปัญหารถติดและแก้ปัญหามลภาวะ ในอีกห้าปีข้างหน้าจะไม่มีรถวิ่งบนพื้นดินแล้ว

วันนี้ทางพรรคทางเลือกใหม่เข้ามาชี้แจงด้วยตนเอง เพราะเพิ่งได้รับเอกสารเมื่อเช้านี้ว่าเราโดนปรับ และต้องการอธิบายให้ กกต. เข้าใจว่าทุกนโยบายของพรรคสามารถทำได้จริง พร้อมบอกว่านโยบายพรรคการเมืองที่โฆษณาว่าจะทำให้คนไทยหายจน กับนโยบายไดโนเสาร์ มองว่านโยบายไดโนเสาร์สามารถทำได้จริงกว่า

"อย่าสบประมาทวิศวกรอย่างผม เห็นผมบ้า ๆ บอ ๆ เพี้ยนแบบนี้ บางทีผมอาจจะเป็นไอน์สไตน์กลับมาเกิดใหม่ก็ได้" นายมงคลกิตติ์ กล่าว

จากนั้นนายมงคลกิตติ์ได้วิดพื้นโชว์สื่อมวลชนอยู่ด้านหน้าทางเข้าสำนักงาน กกต. โดยมีการพูดว่าเป็นการวิดพื้น 30 ครั้ง รอนายแสวง พร้อมเรียกหานายแสวงระหว่างวิดพื้น ก่อนจะเข้าไปพบกับเจ้าหน้าที่ กกต. เพื่อชี้แจงนโยบายพรรค