‘ปชน.‘ ปราศรัยใหญ่สามย่านมิตรทาวน์ "เท้ง" เปิดวิสัยทัศน์รัฐบาลประชาชน ชู 12 ภารกิจแก้ประเทศติดหล่ม-เปลี่ยนโครงสร้างอำนาจรัฐ
วันนี้ (11 ม.ค.69) เมื่อเวลา 14.03 น. ที่ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนขึ้นเวทีปราศรัยแสดงวิสัยทัศน์รัฐบาลประชาชนพร้อมเปิด 12 ภารกิจรัฐบาลประชาชนทีมบริหารครบทีม
นายณัฐพงษ์ เริ่มด้วยการขอเสียงประชาชนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง พร้อมระบุว่าเราจัดเก้าอี้ไว้ 900 ตัว แต่วันนี้เกิน 1,000 คนแน่นอน นี่คือเสียงของความหวังและพลังของการเปลี่ยนแปลง วันนี้ตนเองดีใจที่จะมาแนะนำทีมบริหารของรัฐบาลประชาชนซึ่งได้มีส่วนร่วมทำงาน ทุกคนมีความรู้ความสามารถ ซึ่งจะมีการเปิดตัวแสดงวิสัยทัศน์
ใน 10 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยติดหล่มอยู่ในคำว่า “ประเทศกำลังพัฒนา” ปัญหาเดิมรุนแรงมากยิ่ง ปัญหาใหม่ ๆ ก็ถาโถมเข้ามาทุกวัน พวกเรากำลังเผชิญหน้ากับเศรษฐกิจไทยที่โงหัวไม่ขึ้น อุตสาหกรรมเก่ากำลังถูกปล่อยให้ตายสนิท อุตสาหกรรมใหม่ไม่สามารถเติบโตขึ้นมาใหม่ได้ ผู้ประกอบการรายย่อยในประเทศมองไม่เห็นอนาคต ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ก็ไม่สามารถแข่งขันกับโลกได้ เงินใช้จ่ายภายในประเทศแทนที่จะหมุนเวียนตกถึงมือโรงงานผู้ประกอบการของไทยกลับไม่เป็นอย่างนั้น แต่กำลังไหลออกไปสู่ต่างประเทศเพิ่มขึ้นทุกวัน
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ทุกวันนี้เรากำลังเผชิญกับการประสบกับปัญหาค่าไฟแพง ค่าแรงถูก โดยแทบจะไม่ได้รับการปรับและหยุดนิ่งมาตลอดหลายปี ขณะที่ค่าครองชีพแพงขึ้นทุกวัน ซ้ำร้ายชนบทของไทย กำลังถูกเลี้ยงไข้แช่แข็งกับการทำเกษตรแบบเดิม พี่น้องเกษตรกรไทยในต่างจังหวัดยิ่งทำยิ่งเป็นหนี้ ขาดงานใหม่ที่มีคุณภาพในต่างจังหวัด เรายังประสบปัญหาสิ่งแวดล้อมภัยพิบัติน้ำท่วมน้ำแล้ง รุนแรงมากขึ้นทุกปี
ระบบราชการไม่ตอบสนองต่อปัญหาเหล่านี้ได้ดีพอ กระบวนการยุติธรรมภายในประเทศแทนที่จะเป็นที่พึ่งที่หวัง แต่กลับมีปัญหาทุจริตคอรัปชั่นที่รุกรานบานปลายไปถึงบุคคลที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานความมั่นคงของประเทศยังไม่สามารถตอบสนองความมั่นคงในโลกยุคใหม่ได้ ทุนเทากำลังคืบคลานเข้ามาในกลุ่มก้อนการเมืองภายในประเทศ ซึ่งเป็นปัญหาที่น่ากลัวมาก
เมื่อหันกลับมาดูเรื่องของคน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุด ระบบการศึกษาของบ้านเรายังล้าหลัง โครงการพัฒนาทักษะที่รัฐพยายามทำส่วนใหญ่เป็นแค่โครงการผลาญงบประมาณแต่แทบจะไม่เคยเกิดผลลัพธ์ สถานการณ์ที่รุมเร้าเช่นนี้การบริหารประเทศแบบเดิม การจัดตั้งรัฐบาลแบบเดิมไม่สามารถทำให้ประเทศของเราก้าวไปตรงไหนได้อีกต่อไป จึงเป็นโจทย์ของพรรคประชาชนที่จะตั้งรัฐบาลประชาชนเพื่อออกแบบมาทลายข้อจำกัดต่าง ๆ
สำหรับการบริหารแบบเดิมมี 2 ปัญหาสั้น ๆ ประการแรก การบริหารนราชการแบบเดิม ๆ ทำงานแบบเป็นไซโล ตัวชี้วัดต่างคนต่างตั้งประการที่สอง การจัดสรรรัฐมนตรีประจำกระทรวงต่าง ๆ ไม่ได้จัดตามภารกิจที่เหมาะสม ไม่ได้จัดตามคนที่มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสมแต่จัดตามโควตาทางการเมือง เอาจำนวน สส.ในสภาฯ หารแลกรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง ซึ่งยิ่งซ้ำเติมปัญหา ต่างคนต่างพรรคไม่มีการประสานงานทางกระทรวง เพราะต่างคนต่างกลุ่มผลประโยชน์ ดูแลงบประมาณในกระทรวงของตนเอง
หลายคนต่างสงสัยว่าเมื่อคุมงบประมาณในกระทรวง ฝ่ายการเมืองมีผลประโยชน์ทับซ้อนในการใช้งบประมาณซื้อสิทธิ์ขายเสียงเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาวงจรอุบาทว์ในประเทศไทยที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า รัฐบาลประชาชนจะมาทำลายข้อจำกัดเหล่านี้ เป็นรัฐบาลแห่งการเปลี่ยนแปลงให้ประเทศไทยหลุดออกจากวงจรซ้ำซากแบบนี้ ไม่ให้เกิดขึ้นต่อไป
เมื่อถามว่ารัฐบาลประชาชนจะสร้างความแตกต่างจากปัญหาดังกล่าวได้อย่างไร เราออกแบบโครงสร้างทีมบริหารที่มุ่งเน้นการทำงานแบบใช้ภารกิจเป็นตัวนำเพื่อตอบสนองความท้าทายของประเทศ และเอาผลประโยชน์ของชาติเป็นตัวตั้ง ชาติในที่นี้หมายถึงประชาชนคนไทยทุกคน รัฐบาลประชาชนจะเป็นรัฐบาลที่ใช้บุคลากรเหมาะสมกับงาน มีความรู้ความสามารถ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เจตจำนงทางการเมือง คือตัวแทนประชาชนที่มาจากประชาชนคนไทยทุกคน รัฐบาลประชาชนจะเป็นรัฐบาลที่สร้างประเทศไทยที่ไม่เทา เท่ากัน และเท่าทันโลก
วิธีการบริหารงานของรัฐบาลประชาชนมุ่งเน้นการเอาภารกิจนำ ซึ่งต้องใช้ทีมผู้นำที่เข้มแข็งไม่ใช่ผู้นำที่เข้มแข็งคนเดียว ตนเองทำงานคนเดียวยังไม่เพียงพอ เราต้องการทีมบริหารที่เข้มแข็ง ประกอบไปด้วยโครงสร้างที่สำคัญ 2 ส่วน ส่วนแรกคือ ทีมทำเนียบและส่วนที่สองคือ ทีมประจำกระทรวง โดยทีมทำเนียบรัฐบาลจะเป็นศูนย์กลางของการทำงานรัฐบาลประชาชน เปรียบเสมือนกองบัญชาการคอยกำหนดเป้าหมายจัดลำดับความสำคัญและเชื่อมประสานการทำงานในแต่ละกระทรวง โดยประกอบด้วย ตนเอง ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี 4 คน ได้แก่
นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านอาชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่
นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ
นายเดชรัตน์ สุขกำเนิด รองนายกรัฐมนตรีด้านคุณภาพชีวิต
นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านการปฏิรูปรัฐ
เราอยากให้รองนายกรัฐมนตรีดูไม่จำเป็นต้องลงไปตำแหน่งประจำกระทรวง เพราะไม่อยากให้ติดพันกับภารกิจรายวันในแต่ละกระทรวง ตนเองในฐานะนายกรัฐมนตรีจะดูแลภาพใหญ่เชื่อมประสานการทำงานระหว่างรองนายกรัฐมนตรีทุกคน โดยมีรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงจะดูแลเชิงประเด็น ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบุคลากรที่จัดตามความรู้ความสามารถเหมาะสมกับงาน เข้าใจภารกิจและมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง เป็นผู้บริหารที่สามารถทำงานร่วมกับข้าราชการได้ และได้รับความไว้วางใจจากประชาชน
”การเลือกตั้งครั้งนี้พอกันทีกับประโยคที่บอกว่าเลือกใครไปก็เหมือนกัน เลือกใครไปก็เหมือนเดิม ตนเองยืนยันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่ใช่แค่ประโยคที่บอกว่ากาก้าวไกลหรือพรรคประชาชนแล้วประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิม ต่อจากนี้คือ เวลาของการตั้งรัฐบาลประชาชน รัฐบาลแห่งการเปลี่ยนแปลง“

















