“แท็กซี่เสื้อแดง” ไม่ทน ประกาศตัดขาด “เพื่อไทย”
“แท็กซี่เสื้อแดง” ไม่ทน ประกาศตัดขาด “เพื่อไทย” ถอดเสื้อแดงสมัย “ทักษิณ” ใส่พานคืน เปิดเพลง “อกหักซ้ำสอง” พร้อมวางดอกไม้จันทน์หน้าที่ทำการพรรค รับไม่ได้ จับมือ “ภูมิใจไทย” บอกพรรคนี้เคยจับมือรัฐบาล 2 ลุง ที่รัฐประหารนายกฯ “พท” ยก 9 ปีที่ผ่านมา ประชาชนล้มตายหลายพันหลายหมื่น
กลุ่มแท็กซี่ทวงคืนความยุติธรรม กลุ่มแท็กซี่อิสระเพื่อสังคม และกลุ่มเสื้อแดงรักประชาธิปไตยหลายพื้นที่กรุงเทพฯปริมณฑล นำโดยนาย วรพล แกมขุนทด เดินทางมาประกาศจุดยืน ไม่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยอีกต่อไป หากพรรคเพื่อไทยยังมีความคิดแนวทางที่จะไปร่วมจัคตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองที่เคยร่วมจัดตั้งรัฐบาลจากการรัฐประหาร เพราะจากนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน โดยจะมีการรวมตัวกันจนถึงเวลา 12.00 น.

โดยนายวรพล ระบุว่า ตนเองไม่ได้มาคัดค้านการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย แต่มาเพื่อแสดงจุดยืน ว่าจะไม่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยอีกต่อไปหลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยร่วมกันต่อสู้กับคนเสื้อแดง และพรรคเพื่อไทยในการโจมตีพรรคภูมิใจไทยมาก่อน แต่มาวันนี้พรรคเพื่อไทยจะจับมือกับภูมิใจไทยเป็นสิ่งที่ตนเองรับไม่ได้ ยังเชื่อมั่นว่า 312 เสียง ที่จับมือกันก่อนหน้านี้ย่อมดีกว่า 212 เสียงเสมอ
กลุ่มเสื้อแดงรักประชาธิปไตยหลายพื้นที่ในกรุงเทพและปริมณฑลขอแสดงจุดยืนไม่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย หากพรรคเพื่อไทยยังมีแนวคิดที่จะไปร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองที่เคยจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคทหาร 2 ลุง ที่ทำการรัฐประหารนายกจากพรรคเพื่อไทย ที่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยระบอบประชาธิปไตย

มาถึงวันนี้พรรคเพื่อไทยได้ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมาแล้ว ลืมคำสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ โดยในตลอดช่วงหาเสียงก่อนวันเลือกตั้งมีการประกาศว่าไม่ร่วมมือกับเผด็จการที่เคยหักหลังพรรคเพื่อไทย
9 ปีที่ผ่านมาพ่อแม่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ต้องล้มตายมากมายหลายพันหลายหมื่นชีวิตจาก โควิด-19 บางครอบครัวต้องสิ้นเนื้อหมดตัว ลูกหลานหลายคนต้องขาดโอกาส ความยากจนเพิ่มขึ้นการบริหารประเทศไทยที่มีรัฐบาลเผด็จการมาควบคุมอำนาจการปกครองให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนประเทศต้องลำบากอยู่อย่างทาส พอมาถึงวันนี้พรรคเพื่อไทยจะไปร่วมมือกับเผด็จการและหวังที่จะเป็นรัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปอีกต่อไป โดยลืมความเป็นตัวตนของพรรคเพื่อไทย

จากนั้น เวลา 11.38 น. กลุ่มแท็กซี่ได้อ่านแถลงการณ์ และได้นำเสื้อสีแดงที่มีสัญลักษณ์ของพรรคเพื่อไทยและครอบครัวเพื่อไทย ใส่พานพร้อม ที่เรียกว่า “พานทองแท้” วางดอกไม้จันทน์ และมีการเปิดเพลง “อกหักซ้ำสอง” ของ สายันต์ สัญญา เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่าจะคืนเสื้อแดงให้กับพรรคเพื่อไทยแล้ว และขอยุติการเป็นสมาชิกครอบครัวเพื่อไทยต่อไป
จากนั้นกลุ่มแท็กซี่ได้ มาที่บริเวณหน้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย ก่อนถอดเสื้อแดงใส่พานทองคืนให้พร้อมเผานามบัตรประจำตัวสมาชิกครอบครัวเพื่อไทย และนำดอกไม้จันทน์ส่วนหนึ่งใส่พานมอบให้นายนิคม บุญวิเศษ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยที่เป็นตัวแทนพรรคออกมาพูดคุย ก่อนจะเผาดอกไม้จันทน์เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึงความอัดอั้นตันใจที่มีต่อแนวทางของพรรคเพื่อไทย
จากนั้นได้ไปที่ตึกไทยซัมมิทเมื่อมอบดอกไม้ให้กำลังใจ โดยมีนายสุเทพ อู่อ้น สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล เป็นผู้รับ ก่อนจะยุติการทำกิจกรรม
ขณะที่บนถนนเพชรบุรีด้านหน้าที่ทำการพรรคเพื่อไทยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากสน. มักกะสัน วางกำลังโดยรอบเพื่อรักษาความปลอดภัยพร้อมกับปิดการจราจรหนึ่งช่องทาง เพื่ออำนวยความสะดวกในการสัญจรไปมา และติดป้ายเตือนว่าให้หลีกเลี่ยงเส้นทางเพราะจะมีการชุมนุมเกิดขึ้น
ญาติวีรชน ปี53 ให้กำลัง "เพื่อไทย" ตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ ขอแค่ 3 เงื่อนไข วอนอย่าลืมปากท้องประชาชน
ครอบครัวญาติวีรชน ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ ปี 2553 รวม 12 ครอบครัวมายื่นหนังสือให้กำลังใจพรรคเพื่อไทยในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งมีตัวแทนพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นอดีตแกนนำ นปช. มารับหนังสือ อาทิ อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด และ นิคม บุญวิเศษ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย , ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย
โดยแสดงความจำนงให้พรรคเพื่อไทยเป็นผู้นำในการจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ แต่มีเงื่อนไขว่า จะต้องไม่รวมกับ พรรคพลังประชารัฐ และ พรรครวมไทยสร้างชาติ รวมถึง พรรคประชาธิปัตย์ ด้วย

ผู้สื่อข่าวสอบถาม นางสาวอุบลวดี จันทร ซึ่งเป็นญาติของ นายเสน่ห์ นิลเหลือง และ นายสมใจ เข็มทอง ซึ่งเป็นญาติของ นายมงคล เข็มทอง ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เมษา-พฤษภา 53 ว่ารอยแผลในปี 2553 ได้จางไปหรือยัง ทั้ง 2 คนยืนยันว่า รอยแผลไม่ได้จางหายไป จนถึงขณะนี้คดียังไม่มีการสอบปากพยานของผู้สูญเสีย โดยคาดหวัง หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะสามารถให้ความเป็นธรรมในคดีสลายการชุมนุมเสื้อแดงได้ ซึ่งขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียง 2-3 ปี ซึ่งก็มีความกังวลว่าถ้าพรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นรัฐบาล กลุ่มญาติวีรชนจะไม่ได้รับความเป็นธรรมไปด้วย จึงสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทยเดินหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ โดยมีเงื่อนไขที่กล่าวไปเบื้องต้น
ส่วนถ้าหาก พรรคเพื่อไทยไม่สามารถจะตั้งรัฐบาลได้สำเร็จจริงๆและต้องจับมือกับ 3 พรรคการเมืองที่กล่าวมาเบื้องต้น จะสามารถรับได้หรือไม่ หนึ่งในญาติผู้เสียชีวิตกล่าวตอบว่า น้อมรับการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยแต่ขอให้อย่าลืมประชาชนทั้งในเรื่องเกี่ยวกับความยุติธรรมเศรษฐกิจปากท้อง และดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึง

อนุทิน จวก กลุ่มทะลุวังคุกคามแกนนำภูมิใจไทยไม่สมควร ฝาก ผบ.ตร.กำชับ เจ้าหน้าที่ช่วยรักษาความสงบ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกลุ่มทะลุวังที่ไปแสดงจุดยืน ไม่เห็นด้วยที่พรรคเพื่อไทยจับมือตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยเมื่อวานนี้ ว่า เป็นสิ่งที่ไม่สมควร ประเทศไทยต้องมีการรักษาวัฒนธรรม ไม่พอใจอะไรกันต้องคุยด้วยเหตุผล การใช้ถ้อยคำหยาบคายและการใช้คำที่ไม่เคารพคนที่มี อาวุโสสูงกว่าไม่ใช่ขนบธรรมเนียมที่ดีของคนไทย การที่ประเทศไทยอยู่มาได้ถึงทุกวันนี้เพราะมีวินัย และ การเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ถือเป็น เอกลักษณ์และซอฟพาวเวอร์ของเราอย่างหนึ่ง จึงอยากให้รักษาเอาไว้
พร้อมยกสุภาษิต "น้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็นปลาตาย" เชื่อว่ายังเป็นแบบนั้นอยู่เพราะฉะนั้นต้องคุยกันดีๆ เพราะทุกคนมีอารมณ์หมดเพียงแต่ใครจะข่มได้มากกว่า

ส่วนจะดำเนินการตามกฏหมายหรือไม่หลังกลุ่มทะลุวังมีการล้อมรถ และคุกคามแกนนำพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปอย่างกฎหมาย ขออย่าทำเกินกฎหมาย และขอฝากไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเพราะเมื่อวานนี้เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนเฉย มองว่าหากมีการคุกคามแบบนี้คงไม่ต้องรอไปแจ้งความ และเจ้าหน้าที่ตำรวจควร ช่วยกันรักษาความสงบไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
ส่วนจะต้อง กำชับไปยังพรรคก้าวไกลหรือไม่เพราะบางส่วนมองว่าเป็น กลุ่มนี้เป็นแนวร่วมของพรรคก้าวไกลนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคการเมืองคงไม่ได้อยากให้ภาพเหล่านี้เกิดขึ้น ยิ่งหากบอกว่าเป็นแนวร่วมยิ่งจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดอะไรง่ายๆ ตนยังไม่อยากให้ไปถึงจุดนั้น เพราะถือว่าทุกคนมีสิทธิ์แสดงออก แต่ต้องดูที่เหตุผลด้วย


















