"แกนนำ นปช." เข้ารับฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีก่อการร้าย "ณัฐวุฒิ" ชี้ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว พวกเราปฏิเสธข้อกล่าวหามาโดยตลอดตั้งแต่ชุมนุมจนถึงวันนี้

วันที่ 1 ธ.ค. 2565 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก "ศาลอุทธรณ์" นัดอ่านคำพิพากษาในคดีแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ร่วมกันก่อการร้าย กรณีเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองระหว่างวันที่ 28 ก.พ. – 20 พ.ค. 2553 โดยพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์, นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เหวง โตจิรากรร, นายก่อแก้ว พิกุลทอง, นายขวัญชัย ไพรพนา, นายยศวริศ ชูกล่อม, นายนิสิต สินธุไพร, นายการุณ โหสกุล, นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท, นายพงศ์พิเชษฐ์ สุขจินดาทอง, นายสุกเสก พลตื้อ, นายจรัญ ลอยพูล, นายอำนาจ อินทโชติ, นายชยุต ใหลเจริญ, นายสมบัติ มากทอง, นายสุรชัย เทวรัตน์, นายรชต วงค์ยอด, นายยงยุทธ ท้วมมี, นายอร่าม แสงอรุณ, นายเจ็มส์ สิงห์สิทธิ์, นายสมพงษ์ บางชม, นายมานพ ชาญช่างทอง, นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง เป็นจำเลยที่ 1-24  

ซึ่งจำเลยทั้ง 24 คน ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และระหว่างพิจารณาคดี นายเจ็มส์ สิงห์สิทธิ์ อดีตคนสนิท เสธ.แดง ได้หลบหนีคดี ศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราว จนกว่าจะได้ตัวกลับมาดำเนินคดี ส่วนนายสมบัติ มากทอง หรือ ผู้กองแดง เสียชีวิตระหว่างพิจารณา โดยศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีของจำเลยที่ 16 ที่เสียชีวิต ออกจากสารบบความไปแล้ว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2562 ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษา "ยกฟ้อง" จำเลยที่ 1-15 และ 18-24

ด้าน นายณัฐวุฒิ​ ใสยเกื้อ กล่าวกับสื่อมวลชนก่อนขึ้นไปฟังคำพิพากษาว่า​ ในกระบวนการต่อสู้คดีเราก็ได้รวบรวมพยานหลักฐาน​และข้อเท็จจริงทั้งหลาย​ เรายืนยันในความบริสุทธิ์​และ ปฏิเสธข้อกล่าวหาก่อการร้ายมาโดยตลอดตั้งแต่ยังปักหลักชุมนุมจนถึงวันนี้ ดังนั้นข้อเท็จจริงเหล่านี้หากปรากฏต่อสาธารณชนก็เป็นวิจารณญาณในแต่ละบุคคลของแต่ละรุ่นแต่ละช่วงเวลา​ที่จะพิจารณา เพราะว่าข้อเท็จจริงย่อมมีเพียงหนึ่งเดียว​ ไม่ว่าจะมีการเห็นแตกต่าง​​ ฝักฝ่ายกันอย่างไรก็ตาม​ถึงที่สุดเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์​ หรือแม้กระทั่งคำพิพากษาของศาลก็จะเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่ง ที่จะทำให้คนรุ่นต่อไปได้ศึกษาและพิจารณา

ด้านนายแพทย์เหวง โตจิราการ กล่าวว่า เราเคารพในคำพิพากษาของศาลไม่ว่าจะออกมาแบบไหนก็ตาม ไม่ว่าท่านจะคำวินิจฉัยว่าพวกผมมีความผิดหรือต้องเข้าเรือนจำอีกพวกเราก็ยินดีเคารพ หรือสมมุติท่านเกิดให้ความเมตตาพิพากษายกฟ้อง​ พวกผมก็ให้ความเคารพ​

ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการพิจารณาของศาล