“เเพรวา ณิชาภัทร” รับ ไม่ใช่ข่าวลือ เลิกกับ “หน่อง” จริง เหตุเพราะไปกันไม่ได้ ไร้ปัญหาเรื่องมือที่สาม

 

นักข่าว : สรุปชี้เเจงประเด็นข่าวลือว่าโสดเเล้วจริงไหม?
แพรวา : เรื่องจริงค่ะ คือจบความสัมพันธ์กันแล้วค่ะ ตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค. ที่ผ่านมา สาเหตุคือเราเข้ากันไม่ได้ หมายถึงว่าเราพยายามปรับจูนกันแล้วหลายรอบ แต่มันถึงจุดที่รู้สึกว่ามันไม่มีทางไปต่อแล้วจริง ๆ

นักข่าว : เเต่ก่อนหน้านี้ คู่เราดูเหมือนจะเข้าขากันได้ดีนะ?

แพรวา :ใช่ค่ะ แต่ว่ามันก็จะมีจุดหนึ่งของทุกความสัมพันธ์ หนูรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของคนสองคนมันไม่สามารถที่จะเข้าขากันได้ 100% ขนาดนั้น ยกเว้นเราจะเป็นเนื้อคู่เกิดมาเพื่อกันและกัน มันเลยต้องมีการปรับกันอยู่แล้ว เหมือนเราพยายามกันมาสุดทางแล้ว

นักข่าว : อย่างเช่นอะไรบ้าง ที่เราพยายามปรับเเล้ว?
แพรวา : มันเหมือนเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ว่าเหมือนต่างฝ่ายต่างปรับให้กัน ลองปรับแล้วมันก็ยังไม่ได้ค่ะ

นักข่าว : เรื่องของเวลาหรือป่าว เพราะเหมือนเคยบอกไม่ค่อยได้เจอกัน?

แพรวา : เรื่องเวลาไม่ใช่ค่ะ พอเราทำงานตรงนี้ด้วยกัน เขาไปทำงานเราก็เข้าใจ เราไปทำงานเขาก็เข้าใจ เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องของเวลา

นักข่าว : หรือเรื่องของไลฟ์สไตล์ในชีวิต?
แพรวา : ใช่ค่ะ

นักข่าว : ตัดสินใจยากไหม ที่ต้องมาลดความสัมพันธ์ลง?
แพรวา : ก็สักพักค่ะ หนูรู้สึกว่าเป็นครั้งที่ยากที่สุด ตั้งแต่หนูมีความสัมพันธ์มา คือมันยากตรงที่ว่าหนูรู้สึกว่าการจะจบความสัมพันธ์กับใครสักคนโดยที่เรายังรู้สึกรักเขามาก ๆ มันยากมากเหมือนกัน มันก็เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมหนูเพิ่งจะบอกให้ทุกคนทราบว่าหนูจบความสัมพันธ์กับพี่เขาแล้ว เพราะว่าก่อนหน้านี้หนูค่อนข้างอ่อนแอมาก แต่ว่าเราไม่ได้อยากจะโชว์ให้ทุกคนเห็น ก็เลยรอวันที่เราโอเค เเละคิดว่าเราพร้อมจะพูดแล้ว

นักข่าว : เป็นฝ่ายขอเดินออกมาใช่ไหม?

แพรวา :ใช่ค่ะ

นักข่าว : วันที่เราไปพูดกับเขาว่าเราอยากจะออกมา เขาว่ายังไงบ้าง?

แพรวา : คือก่อนหน้าที่เราจะสู้กันครั้งสุดท้าย เกิดการคุยและตกลงกันแล้วว่าโอเคเราลองมาปรับกันอีกรอบนึง ถ้ามันไม่ได้รอบนี้คือมันไม่ได้แล้ว เพราะเราปรับกันมาเยอะมากแล้ว ก็เลยตกลงกันว่าอันนี้น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายนะที่เราจะลองปรับกัน ถ้าไม่ได้มันก็คือเราเข้ากันไม่ได้จริง ๆ

นักข่าว : ตอนที่คุยกันเขาว่ายังไง เขาพร้อมเหมือนกันไหม คิดตรงกับเราหรือเปล่า?

แพรวา : คือวันนั้นพร้อมกันนะคะ แต่หนูไม่รู้ว่าวันที่แยกกันไปสภาพจิตใจเขาเป็นยังไง เพราะว่าตัวหนูเองก็ไม่ไหวเหมือนกัน แต่เราก็ได้มีการถามผ่านเพื่อนเขาว่าช่วยฝากดูหน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง เพราะเรารู้ว่าเขาเป็นคนที่ค่อนข้างเก็บ ซึ่งก็เหมือนเรา รู้ว่าเขาคงไม่ไหวแหละ เพราะขนาดเราพยายามที่จะเข้มแข็งเรายังไม่ไหวเลย

นักข่าว : ทำไมเลือกตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เพราะก็ยังดูรักกัน?
แพรวา : ใช่ค่ะ นั่นคือเรื่องยากที่จะจบความสัมพันธ์กับใครสักคนนึง

นักข่าว : ทำไมเราไม่สู้กันต่อไปอีก?

แพรวา : เพราะมันเกิดการสู้มาเยอะแล้ว และหนูรู้สึกว่าทุกครั้งที่เราพยายามสู้เพื่อกันและกัน มันทำร้ายกันทั้งคู่ และมันทำให้เขาก็เจ็บ หนูก็เจ็บค่ะ มันเลยรู้สึกว่าหนูไม่อยากให้ถึงวันที่เราทั้งสองคนต้องเจ็บจนจะตายหรือว่าเราจะเกลียดกันไปเลย

นักข่าว : เรียกว่าจบกันด้วยดีไหม ยังคุยกันได้ไหม?
แพรวา : ด้วยดี ยังคุยกันได้ค่ะ

นักข่าว : เรามีโอกาสได้คุยหรือเจอกันบ้างไหม?

แพรวา : ไม่มีเลยค่ะ เพราะว่าคือหนูอยากทักไปถามเขาว่าเป็นยังไงบ้าง แต่ด้วยความที่เราเลิกกัน ด้วยความที่เรายังรักกันมาก ๆ การที่เราจะทักไปมันค่อนข้างยากสำหรับหนูมาก ๆ แล้วหนูคิดว่าคงยากสำหรับเขาเหมือนกัน ถ้าเราจะมาคุยกันโดยที่เรายังรักกัน แต่ว่าเราต้องเลิกกันค่ะ (ยังไม่ได้คุยกันเลย) ใช่ค่ะ

นักข่าว : วันนี้จิตใจเราเป็นยังไงบ้าง มูฟออนได้หรือยัง?
แพรวา : เรียกว่าดีขึ้นกว่าเดือนที่แล้วค่ะ เพราะเดือนที่แล้วค่อนข้างแย่ ก็ยังมีร้องไห้บ้าง ก็ขึ้น ๆ ลง ๆ แล้วแต่วัน

นักข่าว : อยากจะพูดอะไรไหม เพราะคนตีความหรือเข้าใจผิดอยู่?

แพรวา : อย่างแรกหนูก็อยากแฟร์กับทุกคนเหมือนกัน ที่ทุกคนสงสัยว่าเราได้เลิกกันไหม เพราะตอนที่เราคบกันเราก็ประกาศให้ทุกคนรู้ พอเราเลิกกันหนูก็อยากจะแฟร์กับทุกคนเหมือนกันว่าเราเลิกกันแล้วนะ แต่แค่ก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้ออกมาพูด ต้องขอโทษทุกคนด้วยจริง ๆ เพราะไม่สามารถจัดการตัวเองได้จริง ๆ ก็เลยอยากจะออกมาบอกว่าโอเคตอนนี้เราจบความสัมพันธ์กันแล้ว และก็อยากจะให้เรื่องนี้มันจบ เพราะมันมีการโจมตีแต่ละฝ่าย หนูรู้สึกว่าไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้นค่ะ เพราะการเลิกกันมันไม่มีใครผิด

นักข่าว : มีเรื่องมือที่ 3 หรือคนอื่นมาเกี่ยวข้องไหม?

แพรวา : ยืนยันว่าไม่ ลำพัง 2 คนก็ปรับกันจะแย่แล้ว มีมือที่ 3 อีกมันคงแย่ไปใหญ่ เอาตัวไม่รอดเลยแม่..

นักข่าว : ความสัมพันธ์ที่ผ่านมามันดีกับเรายังไงบ้าง?

แพรวา : คือที่ผ่านมารู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่ดี ถ้าตอนนี้ย้อนเวลากลับไปได้ก็ไม่เสียใจที่ได้คบกับเขา

นักข่าว : รู้สึกว่ามันจบไวไปไหม?

แพรวา : ก็ไม่ได้ไวไป และไม่ได้ช้าจนเกินไป เรารู้สึกว่าเราได้ทำเต็มที่แล้วในฐานะคนนึงที่รักอีกคนนึงในความสัมพันธ์นี้

นักข่าว : มีความรู้สึกแว๊บ ๆ ว่าอยากจะกลับไปคืนดีกันไหม ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา?

แพรวา : โอกาสกลับมารีเทิร์นให้เป็นเรื่องของอนาคต แค่ตอนนี้เวลาที่เราจะเจอกันเหมือนมันยังไม่ใช่ แต่ถ้าในอนาคต 5 ปี 10 ปี แล้วกลับมาเจอกันในเวลาที่ใช่ มันก็อาจจะใช่

นักข่าว : ไลฟ์สไตล์ที่ว่า คือเรื่องความติสต์ของพี่เขาหรือป่าว?

แพรวา : พี่หน่องเขาไม่ได้เป็นคนติสต์ มันอาจจะมีเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในนิสัยของเรา ที่เราอาจจะรับเขาไม่ได้ หรือเขาอาจจะรับเราไม่ได้ มันเป็นเรื่องปกติมาก ๆ ของความสัมพันธ์ ที่มันก็มีเล็ก ๆ น้อย ๆ ยิบย่อยมาเรื่อย ๆ

นักข่าว : เรียกว่าเป็นปัญหาสะสม?

แพรวา : มันไม่เชิงเป็นปัญหาสะสม คนเรามันเปลี่ยนทุกวัน วันนี้เราเป็นอย่างนี้ พรุ่งนี้เราก็เป็นอีกแบบนึง มันเลยเหมือนเราค่อย ๆ ปรับกันมาเรื่อย ๆ แต่ตอนนี้มันเหมือนค่อนข้างที่จะสุดทางแล้ว เปรียบเทียบว่าเราเหมือนจิ๊กซอว์ชิ้นนึง แล้วพี่หน่องเขาเป็นจิ๊กซอว์อีกชิ้นนึง แต่เราไม่ใช่จิ๊กซอว์ที่แมตช์กันได้ในตอนนี้ ถ้าเราจะแมตช์กันได้เราต้องหักชิ้นส่วนของเรา และเขาก็ต้องหักชิ้นส่วนของเขา ซึ่งเรารู้สึกว่ามันก็จะเจ็บปวดทั้งคู่

นักข่าว : ช่วงอายุ ช่องว่างระหว่างวัย มีส่วนเกี่ยวข้องไหม?

แพรวา : คือช่องว่างระหว่างวัยไม่ได้ขนาดนั้น จากที่คบกันมาเราก็เล่นเกมด้วยกัน เราปรึกษางานกันได้ เราเป็นคนที่ค่อนข้างจะโตกว่าอายุ และตัวเขาเองก็สามารถมาเล่นเกมกับเราได้เลยรู้สึกว่าช่องว่างระหว่างวัยไม่ใช่ปัญหา

นักข่าว : คนรอบข้างรอบตัวเราตกใจไหม?

แพรวา : ถ้าเพื่อนสนิทตกใจ เพราะจริง ๆ เวลาที่เรามีปัญหากัน ไม่ว่าเขาจะมีปัญหากับเรา หรือเรามีปัญหากับเขา จะมีคนน้อยมากที่รู้ ถ้าเป็นตัวเรา ถ้าเรามีปัญหากับเขาจะปรึกษากับผู้จัดการ ถ้าเผื่อเราเป็นอะไรไป ไม่สามารถไปทำงานได้ เขาควรเป็นคนแรกที่รับรู้ว่ามีเรื่องนี้เกิดขึ้นนะ เราเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานอาจจะไม่เต็มร้อยเพราะเรื่องนี้ ก็อยากให้เขาทราบไว้ก่อน

นักข่าว : คู่เราคบกันมานานแค่ไหน?

แพรวา : น่าจะ 2 ปี ไม่เสียดายเวลาเลย ดีใจด้วยซ้ำที่เราได้คบกับเขา

นักข่าว : ช่วงที่เฮิร์ตมีกระทบงานไหม?

แพรวา : ไม่กระทบเลย คือเราสามารถสวิตช์ในส่วนของงาน แต่พอเลิกงานขึ้นรถเมื่อไหร่ก็คือแย่เลย

นักข่าว : เเล้วที่มีภาพเราไปเที่ยวกับอดีตคนรักเก่า?
แพรวา : ไปเที่ยวทะเลกับ พลัสเตอร์ และผู้จัดการ ไม่ได้ไปกับจอส ซึ่งเขาเป็นทั้งเพื่อนและญาติเรา เป็นคนข้างตัวที่สนิท เวลาที่เรามีเรื่องอะไรเขาค่อนข้างเป็นที่ปรึกษาได้ดี ด่าได้ตรงมาก เลยค่อนข้างคลิ๊กกันมาก

นักข่าว : มีข่าวลือว่าเราเลิกกับ “หน่อง” แล้วกลับไปคบกับแฟนเก่าจริงไหม?

แพรวา : ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น (หัวเราะ) เพราะว่าหนูนับถือเขาเป็นพี่

นักข่าว : ถ้ากับ “หน่อง” ก็จะได้กลับมาเป็นเพื่อนกันได้อยู่ไหม?

แพรวา : ใช่ค่ะ หนูยินดีมากถ้าเราเป็นแบบนั้นได้ แต่ตอนนี้เหมือนสภาพจิตใจทั้งคู่น่าจะไม่ไหวกัน

นักข่าว : ตอนนี้ยังรักเขาอยู่ไหม?

แพรวา : ยังรักในฐานะพี่คนหนึ่งค่ะ คือพอเราเคยคบกันแล้วตอนนี้เลิกไปแล้ว เวลาเขามีงานอะไรหรือได้อะไรหนูก็จะยินดีกับเขามาก ๆ ถ้าเขาเสียใจหนูก็คงรู้สึกว่าเป็นห่วงเขาแหละ

นักข่าว : ถ้าเขาเฮิร์ตอยู่ ตอนนี้เราอยากให้กำลังใจอะไรเขาไหม?

แพรวา : หนูรู้สึกว่า หนูไม่กล้าเอาตัวเองไปให้กำลังใจเขา เพราะว่าเรื่องที่เขาเฮิร์ตมันคือเรื่องของเรา หนูเลยรู้สึกว่าอยากฝากเพื่อนเขา คุณแม่หรือเฮียบอย พี่ภัทร น้องวันใหม่ แล้วก็อี๊ มากกว่าว่า ให้ดูแลเขา เพราะหนูรู้สึกว่าหนูไม่ได้มีสิทธิ์จะไปทำแบบนั้น เพราะว่ามันคือเรื่องของเราเหมือนกัน

นักข่าว : ตัวเราเองมูฟออนได้หรือยัง?

แพรวา : ก็กลับไปใช้ชีวิตได้ปกติ หนูถือว่าหนูมูฟออนได้ แค่มันจะออนออฟนิดนึง แบบบางวันอาจจะมีความรู้สึกอุ้ย หรือบางวันอาจจะดีเลย แต่ทุกวันนี้ก็ใช้ชีวิตแบบวันต่อวัน

นักข่าว : จากนี้จะไปต่อเลยไหมหรือพักใจไว้ก่อน?

แพรวา : ตอบยากเพราะหนูรู้สึกว่าหนูไม่ได้ปิด แล้วก็ไม่ได้เปิด แต่ถ้าใครจะเข้ามาตอนนี้หนูค่อนข้างเป็นกำแพง ตอนนี้หนูค่อนข้างรักตัวเองค่อนข้างสูง ถ้าจะเข้ามาก็อาจจะสู้หน่อย

นักข่าว : คนรอบข้างให้กำลังใจเรายังไงบ้าง?

แพรวา : หลัก ๆ ก็เพื่อน แต่หลักที่สุดก็น่าจะเป็นผู้จัดการ เพราะว่าวันที่หนูเลิกหนูก็ต้องการไปเลย จากกรุงเทพฯ ไปทะเล เขาก็ต้องไปด้วย (หัวเราะ) ที่หนูไม่ได้โพสต์อะไรเพราะหนูรู้สึกว่าเวลาที่หนูเศร้าหนูไม่ชอบให้คนอื่นมาเห็น เพราะหนูรู้สึกว่าทุกคนคงมีเรื่องหนักใจของตัวเอง เราก็ไม่อยากเอาเรื่องของเราไปใส่ให้ใครก็เลยไม่ค่อยได้โพสต์เรื่องเศร้า

นักข่าว : แล้วถ้าคนที่จะเข้ามาต้องเป็นคนแบบไหน?

แพรวา : ถ้าสเป๊กไม่มีแล้ว (หัวเราะ) หมายถึงว่าปีนี้หนู 27 แล้ว หนูรู้สึกว่าเข้ามาได้หมดเลย (ยิ้ม) แค่แบบลองดู หมายถึงว่าโอเพ่นฟอร์ออลอะไรแบบนี้