“โฆษกเพื่อไทย” ชี้ “พล.อ.ประยุทธ์” แก้น้ำท่วมไร้ฝีมือ เทียบ “ยิ่งลักษณ์” ไม่ติด แนะดูตัวอย่างผู้นำต่างประเทศ ประชาชนต้องมาก่อน
28 ก.ย.2564 นางสาวอรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย โพสต์คลิปพร้อมบทความสถานการณ์น้ำท่วมปี 2554 และการบริหารจัดการของรัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ไม่รีรอในการแก้ปัญหาน้ำท่วม ทำอย่างไรให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด โดยเนื้อหามีใจความว่า ถ้ายิ่งลักษณ์ยังอยู่ ตู่คงไม่ต้องสวดมนต์ไล่พายุ
โดยนางสาวอรุณี ได้โพสต์ให้กำลังประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด พร้อมเรียกร้องไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งมือช่วยเหลือประชาชน และเร่งเตรียมแผนรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินโดยเร็วที่สุด
นางสาวอรุณียังระบุว่าเมื่อเกิดเหตุน่ำท่วมทีไร ต้องนึกถึงโครงการเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำ ปี 2555 ในสมัย อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ทุกครั้ง นางสาวยิ่งลักษณ์รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพียงแค่ไม่ถึงปี ก็เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ขึ้นในปี 2554 เวลานั้น นางสาวยิ่งลักษณ์ เดินหน้าแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนโดยไม่โทษใคร ทำทุกอย่างเพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนให้ได้เร็วที่สุด
หลังเหตุการณ์น้ำท่วมในปี 2554 ต่อมาในปี 2555 รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ได้จัดทำแผนโครงการวางระบบบริหารจัดการน้ำ และสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 วงเงินรวม 324,606 ล้านบาท มีแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งหมด 8 แผนงาน
1. การฟื้นฟู และอนุรักษ์ป่า และดิน
2. การบริหารจัดการน้ำและอ่างเก็บน้ำหลัก และการสร้างอ่างกักเก็บน้ำอย่างเหมาะสมในพื้นที่ลุ่มน้ำปิง ยม น่าน สะแกกรัง และป่าสัก
3. การจัดทำผังการใช้ที่ดิน/การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ลุ่มน้ำ รวมทั้งการจัดทำพื้นที่ปิดล้อม พื้นที่ชุมชนและเศรษฐกิจหลักของแต่ละจังหวัดและของประเทศ
4. การปรับปรุงพื้นที่เกษตรชลประทานในพื้นที่โครงการชลประทานพิษณุโลก (เหนือนครสวรรค์) และโครงการเจ้าพระยาใหญ่ (เหนืออยุธยา) ให้เป็นแก้มลิงแม่น้ำเพื่อเก็บกักน้ำชั่วคราวในฤดูน้ำหลาก
5. การปรับปรุงสภาพลำน้ำสายหลัก และคันริมแม่น้ำของแม่น้ำสายหลัก คือ ปิง วัง ยม น่าน เจ้าพระยา สะแกกรัง ป่าสัก ท่าจีน ฯลฯ
6. การจัดหาทางน้ำหลาก (flood way) และหรือทางผันน้ำ (flood diversion channel) เพื่อรับอัตราการไหลน้ำหลากส่วนเกินจากแม่น้าเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก ไปทางฝั่งตะวันออก และฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา หรือฝั่งใดฝั่งหนึ่ง รวมทั้งจัดทำทางหลวง (ระดับประเทศ) ไปพร้อม ๆ กัน
7. การปรับปรุงระบบคลังข้อมูล ระบบพยากรณ์ และเตือนภัย รวมทั้งการบริหารจัดการน้ำ ทั้งหลากและแห้ง
8. การปรับปรุงองค์กร (ทำหน้าที่บริหารจัดการน้ำสั่งการ กำกับ ดูแล ติดตาม พร้อมทั้งปรับปรุง/เพิ่มเติมกฎหมาย และกำหนดวิธีการเยียวยาที่เหมาะสม) การมีส่วนร่วมและการประชาสัมพันธ์
โครงการที่สังคมจับจ้องในตอนนั้นคือโครงการสร้างฟลัดเวย์ถาวร ป้องกันน้ำท่วม แต่โครงการนี้สะดุดลงเพราะนายศรีสุวรรณ จรรยา ไปร้องต่อศาลปกครองว่าในช่วงของการรับฟังความคิดเห็นประชาชน และการทำ EIA ของโครงการนั้น เป็นเรื่องกุขึ้น จนไม่กี่ปีที่ผ่านมาหลังเกิดรัฐประหาร ศาลได้ยกคำร้องของนายศรีสุวรรณไปโดยให้เหตุผลว่าโครงการยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง จึงไม่มีผลใด ๆ ที่ทำให้เกิดการทุจริตตามที่นายศรีสุวรรณกล่าวอ้าง แต่โครงการก็ถูกล้มเลิกโดยรัฐบาล คสช.
นอกจากนี้ยังยกตัวอย่างแผนจัดการน้ำในประเทศญี่ปุ่น และเยอรมนี ที่มีการอนุมัติเงินช่วยเหลือเยียวยาในระยะเวลารวดเร็ว และการลงพื้นที่แบบทันท่วงทีของผู้นำ พร้อมที่จะตัดสินใจหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน โดยไม่มีคำพูดประเภทว่า “อดทนนะ สวดมนต์นะ ย้ายบ้านนะ” แต่มาพร้อมคำพูดว่า “เราจะไม่ลืมพวกคุณ”
นาวสาวอรุณี ยังย้ำว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วม คือการเรียนรู้บทเรียนและวางแผนรับมืออย่างเป็นระบบ เห็นทุกข์ร้อนของประชาชนเป็นที่ตั้ง เร่งทำ เร่งช่วย เร่งแก้ปัญหา แล้วป้องกัน เพื่อไม่ให้ประเทศต้องเจอปัญหาซ้ำเดิมเหมือนพายเรือวนในอ่างแบบนี้ โควิดก็ยังไม่จบยังต้องมาพบกับน้ำท่วมอีก สุดท้ายประชาชนคือคนที่รับกรรม
นางสาวอรุณี ยังนำบทสัมภาษณ์ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ในปี 2555 เรื่องการเยียวยาประชาชนที่เร่งดำเนินการอย่างรวดเร็ว ทั้งที่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้เพียงปีเดียว ที่กล่าวว่า“…ถ้าเรามารอไปทีละขั้น มันไม่ทันแล้วละค่ะ การแก้ปัญหาน้ำ มันต้องแก้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วด้วยซ้ำไป…” มาประกอบการโพสต์ในครั้งนี้ด้วย

















