นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด และนางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พานางสาวปุณยาพร ผู้เสียหาย สาวไฮโซ อายุ 25 ปี ถูกนายณพวีร์ อายุ 27 ปี ไฮโซหนุ่มลูกชายนักการเมืองชื่อดัง พยายามฉุดข่มขืน เพื่อไปติดตามความคืบหน้าคดีที่ สน.ประเวศ เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะตั้งแต่เกิดเหตุผ่านไป 1 สัปดาห์ ยังไม่มีความคืบหน้าผู้ก่อเหตุยังไม่ถูกดำเนินคดี


ส่วนอาการบาดเจ็บของไฮโซสาว หลังถูกลูกนักการเมืองฉุดกระชากและตัวเธอพยายามต่อสู้เพื่อต้องการหนีนั้น เบื้องต้นมีบาดแผลถลอกฝ่ามือข้างขวาและข้างซ้าย แผลถลอกตรงหัวเข่าข้างขวาและข้างซ้าย รวมถึงตามร่างกายต่าง ๆ





โดยผู้เสียหาย ให้ข้อมูลว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ขณะที่ผู้เสียหายได้ไปเที่ยวกับเพื่อนสาวที่สถาบันเทิงแห่งหนึ่ง ย่านทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร จากนั้นก็ได้บังเอิญเจอกับไฮโซหนุ่ม ซึ่งเป็นเพื่อนของแฟนหนุ่มผู้เสียหาย โดยไฮโซหนุ่มคนดังกล่าว ก็ได้มีการชักชวนให้ผู้เสียหายไปนั่งดื่มสังสรรค์ด้วยกัน ณ ตอนนั้น ผู้เสียหายยอมรับว่า ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนของแฟน


หลังจากนั้น ไฮโซหนุ่มคนดังกล่าวก็ได้มีพฤติกรรมพยายามให้ผู้เสียหายดื่มเหล้าหลายขวด จนผู้เสียหายเริ่มรู้สึกไม่ไหว จึงได้ขอตัวกลับและในขณะจังหวะที่ผู้เสียหายกำลังจะหยิบโทรศัพท์เรียกรถ เพื่อที่จะไปหาแฟนหนุ่มที่สถานที่บันเทิงอีกแห่งหนึ่ง จู่ ๆ ไฮโซหนุ่มคนดังกล่าวก็ได้เข้ามาแย่งโทรศัพท์ของผู้เสียหาย และบังคับให้ผู้เสียหายอยู่ต่อ พร้อมอาสาว่าจะเป็นคนไปส่งหาแฟนหนุ่มเอง และถ้าหากผู้เสียหายไม่ยอมไปกับไฮโซหนุ่มคนดังกล่าว เขาก็จะไม่ยอมคืนโทรศัพท์ให้ และด้วยความไว้ใจ ผู้เสียหายจึงตัดสินใจขึ้นรถไปด้วย


ในขณะที่ผู้เสียหายนั่งรถไปกลับไฮโซหนุ่มคนดังกล่าว ยอมรับว่ามีอาการสะลึมสะลือ แต่ก็ได้สังเกตเห็นว่าไฮโซหนุ่มคนดังกล่าวได้ขับพาไปผิดทาง ผู้เสียหายจึงถามไฮโซหนุ่มคนดังกล่าวว่า “พาไปที่ไหน” ซึ่งไฮโซหนุ่มคนดังกล่าวก็ได้ตอบกลับมาว่า “แวะมาเอาของที่บ้านก่อน” ทางผู้เสียหายจึงไม่ได้เอะใจอะไร จนกระทั่งไฮโซหนุ่มคนดังกล่าวได้ขับรถมาจอดบริเวณหน้าบ้าน ซึ่งตอนนั้นผู้เสียหายรู้สึกมีอาการพะอืดพะอม จึงลงมาจากรถแล้วมานั่งอาเจียนอยู่บริเวณหน้าบ้าน หลังจากนั้นไฮโซหนุ่มคนดังกล่าวก็ได้มีการพูดจาโน้มน้าวให้เข้าไปในบ้าน เพื่อล้างคราบอาเจียน





หลังจากที่ผู้เสียหายเดินออกจากห้องน้ำมา ปรากฏว่าไฮโซหนุ่มคนดังกล่าวพยายามเข้ามาจะทำอนาจารและทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย ตอนนั้นทางผู้เสียหายจึงได้อาศัยจังหวะที่เผลอวิ่งหนีเท้าเปล่าออกไป แต่กลับหนีไม่ทัน ซึ่งไฮโซหนุ่มคนดังกล่าวได้มาเข้าฉุดกระชากผู้เสียหายจนล้มลุกคลุกคลาน ให้กลับมาที่หน้าบ้านประมาณ 2 ครั้ง จนกระทั่งครั้งที่ 3 ผู้เสียหายได้สะบัดตัวออกและวิ่งหนีออกมาได้ และได้มาพบพลเมืองดีขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาพอดี ผู้เสียหายจึงขอติดรถพลเมืองดีออกจากที่เกิดเหตุทันที


ทั้งนี้ ทีมข่าวได้สอบถาม น.ส.ปุณยาพร ผู้เสียหายก่อนจะเข้าพบตำรวจ เล่าว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนยังไม่สามารถเล่ารายละเอียดได้มากนัก เนื่องจากกลัวเกรงกระทบต่อรูปคดี ซึ่งในวันเกิดเหตุนั้น ตนยอมรับว่า ตนได้พบคู่กรณีที่ร้านก่อนถูกพาไปก่อเหตุ จากนั้นได้กลับไปทบทวนตัวเองถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ว่าไม่อยากให้มาเกิดซ้ำกับใครอีก จึงต้องการจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะเชื่อมั่นในกระบวนการของกฎหมาย


ทีมข่าวได้ภาพกล้องวงจรปิดวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า ไฮโซหนุ่มได้ขับรถมาจอดภายบริเวณหน้าบ้าน จากนั้นฝ่ายหญิงได้เดินมาอาเจียนบริเวณข้างรถของฝ่ายชาย ก่อนที่ฝ่ายชายจะเดินมาพูดคุยกับฝ่ายหญิง


ต่อมาทีมเวลา 01.52 น. เป็นช่วงที่ไฮโซหนุ่มได้มีการจูงมือ น.ส.ปุณยาพร (ผู้เสียหาย) เข้าไปภายในบ้าน โดยที่ฝ่ายชายได้มีการสะพายกระเป๋าของฝ่ายหญิงเอาไว้ที่ไหล่ตัวเอง ในขณะที่ฝ่ายหญิงนั้นเดินเซไปเซมาด้วยอาการเมาสุรา


จากนั้นกล้องอีกมุมหนึ่งในเวลาเดียวกัน จับภาพช่วงที่ทั้งสองกำลังเดินเข้าไปในตัวบ้าน ซึ่งผู้หญิงนั้นได้สวมเสื้อแขนยาวสีดำ และกระโปรงสีขาว-ดำ ในส่วนของผู้ชายสวมเสื้อแขนสั้นสีดำ และกางเกงขายาวสีดำ ซึ่งทางด้าน น.ส.ปุณยาพร มีลักษณะกึ่งเดินกึ่งวิ่ง และเซออกห่างจากตัวไฮโซหนุ่ม ทำให้ไฮโซหนุ่มนั้นมีการดึกตัวฝ่ายหญิงกลับเข้าหาตัว





จากนั้นเวลา 01.53 น. กล้องอีกมุมหนึ่งจับภาพผู้เสียหายและลูกนักการเมืองกำลังเดินเข้ามาภายในบ้าน ก่อนที่ฝ่ายชายจะจูงมือฝ่ายหญิงเลี้ยวเข้าไปภายในห้อง จนกระทั่งเวลา 02.20 น. ทั้งคู่ก็ได้ออกมาจากห้องดังกล่าว ซึ่งในช่วงนี้จะเห็นว่าฝ่ายชายได้มีการเปลี่ยนกางเกงตัวใหม่ จากที่สวมกางเกงขายาว กลายเป็นสวมกางเกงขาสั้นแทน และระหว่างเดินออกมาก็มีการใช้มือโอบไหล่ฝ่ายหญิงเอาไว้


ในเวลา 02.21 น. ทั้งคู่ก็ได้พากันเดินออกมาผ่านโถงทางเดิน แต่ไม่ได้มีการโอบไหล่เหมือนก่อนหน้านี้ เป็นเพียงเดินตามกันไปห่าง ๆ เท่านั้น จากนั้นที่ประตูหน้าบ้าน ทั้งคู่ได้พากันเดินออกมา ซึ่งทางด้านของ น.ส.ปุณยาพร ก็ได้พยายามเอากระเป๋าสะพายกลับมาจากไฮโซหนุ่มและนำมาสะพายไว้กับตัว ซึ่งลักษณะท่าทางของฝ่ายหญิงนั้นยังคงมีอาการเดินเซอยู่




ต่อมาเป็นกล้องบริเวณลานจอดรถ จะเห็นว่าหลังจากที่ฝ่ายหญิงสามารถนำกระเป๋าสะพายกลับมาได้ น.ส.ปุณยาพร ไม่ได้เดินขึ้นรถและมีการพยายามจะเดินออกไปทางประตูบ้าน แต่หลังจากนั้นเธอก็เดินย้อนกลับไปที่ไฮโซหนุ่มและมีการยืนพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ไฮโซหนุ่มจะจูงมือเธอออกไปที่ประตูบ้าน จนเวลาผ่านไปประมาณ 35 นาที ทางด้านของไฮโซหนุ่มก็ได้เดินกลับเข้ามาที่บ้านเพียงลำพัง โดยที่ไม่มีฝ่ายหญิงเดินกลับมาด้วย


ทั้งนี้ จากกรณีที่ผู้เสียหายให้ข้อมูลว่า ไฮโซหนุ่มคนดังกล่าวได้มาเข้าฉุดกระชากผู้เสียหายจนล้มลุกคลุกคลาน ให้กลับมาที่หน้าบ้านประมาณ 2 ครั้ง จนตัวเธอต้องต่อสู้และไปขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดีนั้น ล่าสุดทีมข่าวได้ภาพวงจรปิดขณะที่เกิดเหตุดังกล่าว โดยเป็นช่วงเวลาประมาณ 02.57 น. จะเห็นได้ว่า ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นฝ่ายหญิงได้วิ่งออกมาขอความช่วยเหลือ ก่อนที่อีกคลิปหนึ่งเป็นช่วงเวลา 03.12 น. จะเห็นได้ว่าผู้เสียหายถูกฝ่ายชายฉุดกระชากกลับมาอีกตั้ง จนฝ่ายหญิงล้มลงไปกับพื้น แต่ฝ่ายชายก็ยังไม่ยอมหยุด และพยายามลาฝ่ายหญิงกลับเข้าไปในบ้าน



ในส่วนประเด็นที่ทางพ่อของผู้ก่อเหตุได้มีการให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมัน เป็นการดิสเครดิตพรรคการเมือง ด้านนายเอกภพ เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายได้มีการประสานงานไปยัง พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับผู้เสียหาย ภายหลังทราบมาว่าครอบครัวผู้ก่อเหตุก็เป็นผู้หลักผู้ใหญ่พอสมควร เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม


ในส่วนประเด็นที่ฝั่งผู้ก่อเหตุจะมีการแจ้งความกล่าวหาว่า ผู้เสียหายทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงนั้น ตนขอถามกลับไปว่า “ชื่อเสียงของคุณมันสำคัญมากกว่าผู้หญิงเหรอ มันสำคัญมากกว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคน ๆ หนึ่งเหรอ เขาบาดเจ็บโดยการกระทำของคนของคุณ แต่คุณกลับเอามาพูดว่าจะแจ้งความกลับทำให้เสียชื่อเสียง” สำหรับผู้เสียหายนั้นถือเป็นคนมีหน้ามีตาทางสังคมเช่นเดียวกัน เขาไม่มีเหตุจำเป็นที่ต้องเรียกร้องเรื่องเงินค่าชดใช้ใด ๆ




ขณะที่ นายอภิชัย เตชะอุบล กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พ่อของหนุ่มไฮโซคนดังกล่าว ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงประเด็นนี้ว่า แก๊งพวกนี้เป็นขบวนการที่ต้องการแบล็กเมล์ ทำให้เสียชื่อเสียง ตอนนี้กำลังให้ทนายจัดการดำเนินคดีกลับ ยืนยันไม่มีการไปทำร้ายร่างกายตามที่กล่าวอ้าง หรือยึดโทรศัพท์เอาไว้ ถ้าลูกเราทำไม่ดีจะไม่ว่า แต่ถ้าโดนกลั่นแกล้งแบบนี้ก็ว่าไปตามกฎหมาย


เราไม่ใช่นักการเมืองใหญ่โต ถ้าผิดก็คือผิดก็จบไป ให้ติดคุกไม่ช่วยเหลือ แต่สิ่งที่พวกนี้ทำและออกมาพูด มีการวางแผนมาอย่างดีและไม่ใช่ข้อเท็จจริง ต้องการให้เราเสียชื่อเสียง จึงต้องดำเนินการกลับไปไม่มีการไกล่เกลี่ย คนพวกนี้ต้องเอาให้เข็ด ต้องสั่งสอนอย่าไปทำร้ายคนอื่น ไม่ใช่คิดว่าเขามีเงินก็ทำได้

 

ที่แรก! เปิดภาพลูกนักการเมืองพาเซเลบสาว เข้าคฤหาสน์โต้ฉุดปล้ำ เทียบชัดๆ รอยช้ำโดนอะไร