ชูวิทย์ "แฉเพื่อชาติ EP 1" เปิดข้อมูลทำนิติกรรมอำพราง "เศรษฐา" เลี่ยงภาษี ที่ดินสารสิน 521 ล้านบาท

2 ส.ค. 66 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตนักการเมือง จัดแถลงข่าว "แฉเพื่อชาติ EP 1" ภายหลังพรรคเพื่อไทยแถลงฉีก MOU ไม่จับมือก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาล โดยออกมาเปิดเผยข้อมูล นิติกรรมอำพราง เลี่ยงภาษี ของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี "ตัวสูง" จากพรรคเพื่อไทย

นายชูวิทย์ แถลงว่า ในโฉนดหมายเลขเดียวกัน 16515 เนื้อที่ 1 ไร่ หรือ 399.7 วา ตั้งอยู่ใน ถ.สารสิน ตารางวาละ 4,000,000 บาท ถือว่าเป็นราคาที่ดินแพงที่สุดในไทย เดิมเป็นที่ดินของนายพจน์ สารสิน โอนให้ทายาทและต่อมาขายให้ท่านผู้หญิงนงเยาว์ ต่อมาขายให้นางประไพ เมื่อปี 2507 และได้โอนที่แปลงนี้ให้บริษัทประไพทรัพย์ ปี 2527

โฉนดที่ดินแปลงเดียว ที่มีชื่ออยู่ 12 คน คือ นางประไพ และลูกหลาน เรียกว่าเป็นคณะบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนสามัญ จ่ายภาษีที่กรมที่ดิน 59.2 ล้านบาท แต่ไม่ได้จ่ายภาษีสรรพสามิต อัตราก้าวหน้า 35% จำนวน 521 ล้านบาท

นายชูวิทย์ ระบุว่า 12 คน แยกโอน 12 วันติดต่อกัน หรือ 1 วันต่อ 1 คน ไม่เข้าคณะบุคคล แต่เป็นบุคคลธรรมดา จ่ายภาษีที่กรมที่ดินรวม 59.2 ล้าน ถือเป็นนิติกรรมอำพราง แบ่งขาย 12 คน 12 วัน จ่ายเฉพาะกรมที่ดิน 59.2 ล้านบาท ทำให้รัฐไม่ได้ภาษี 521 ล้านบาท นายพิธาถือหุ้นไอทีวี 4 หมื่นหุ้น ยังไม่ได้ทำความเสียหายให้รัฐแม้แต่บาทเดียว แต่นายเศรษฐา ร่วมกระทำความผิดโดยการหลีกเลี่ยงภาษีให้ผู้ขาย 521 ล้าน ทำให้รัฐไม่ได้เงิน

"จะปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้ซื้อในนามบริษัทแสนสิริไม่รู้เรื่อง เพราะผู้ขายเสนอวิธีการขายแบบเลี่ยงภาษี แต่ผู้ซื้อก็ยังซื้อที่ดินนี้ในปี 2562 ในราคาตารางวาละ 4,000,000 บาท ถือเป็นการสมรู้ร่วมคิด เพราะราคาประเมินในเวลานั้น 1,000,000 ต่อตารางวา แต่ไม่มีทางขายได้ถึง 4,000,000 บาท นายเศรษฐา คือ นายทุน ในวันที่เป็นกรรมการผู้จัดการ บมจ.แสนสิริ ซื้อที่ดินทั่วประเทศ จะบอกว่าไม่รู้ว่าเขาโอนวิธีนี้ แต่ตัวเองกลับทำรายการประชุมมีลายเซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้อง ทำรายงานการประชุมวันเดียว ฉบับเดียว แต่แตกออกเป็น 12 วัน 12 คน บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ทำแบบนี้ ธรรมาภิบาลไม่มีอยู่แล้ว"


ประวัติความเป็นมาที่ดินสารสิน

- เริ่มต้นที่ดินเป็นของ นายพจน์ สารสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 9 ของประเทศไทย

- นายพจน์เป็นบุตร พระยาสารสินสวามิภักดิ์ กับ คุณหญิงสุ่น

- เดือนมีนาคม พ.ศ. 2491 นายพจน์ ยกที่ดินให้กับน้องชาย คือ นายกิจ สารสิน

- เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2493 นายกิจ สารสิน ขายที่ดินให้กับ ท่านผู้หญิงนงเยาว์ ธรรมาธิกรณาธิบดี

- เดือนธันวาคม พ.ศ. 2494 ท่านผู้หญิงนงเยาว์ โอนที่ดินเป็นมรดกให้หลานชาย คือ หม่อมหลวงปม มาลากุล

- เดือนมกราคม พ.ศ. 2507 หม่อมหลวงปม มาลากุล ขายที่ดินให้กับ นางประไพ ชินพิลาศ

- เดือนพฤศิกายน พ.ศ. 2526 นางประไพ ชินพิลาศ ตั้งบริษัทชื่อ บ. ประไพทรัพย์ จำกัด และนำที่ดินแปลงนี้โอนเข้าชำระหุ้นเข้าบริษัท


ที่ตั้งที่ดินปัจจุบัน

เลขที่ดิน : โฉนดเลขที่ 16515 เลขที่ดิน 56 หน้าสำรวจ 619

เนื้อที่ : 0 ไร่ 3 งาน 99.7 ตารางวา

ที่ตั้ง : ถนนสารสิน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

สภาพปัจจุบัน : อาคารฮักส์ อินชัวรันส์ โบร๊คเกอร์ (ระหว่างเช่า)

สัดส่วนผู้ถือหุ้น บ. ประไพทรัพย์ จำกัด และเป็นผู้ร่วมถือครองที่ดินผืนนี้

การโอนและเสียภาษีแบบปกติทำได้ 2 วิธี

วิธีที่หนึ่ง
- ค่าใช้จ่ายวันโอน ณ สำนักงานที่ดิน (อัตราสำหรับนิติบุคคล) เป็นเงิน 70,742,903.00 บาท

- ภาษีเงินได้นิติบุคคล 20% เป็นเงิน 298,815,619.60 บาท

- หัก ณ ที่จ่ายเงินปันผลกำไรบริษัท 10% เป็นเงิน 119,526,247.76 บาท

- รวม ค่าภาษี และค่าธรรมเนียม ทั้งสิ้น 489,084,770.16 บาท

วิธีที่สอง

หากเลิกบริษัทแล้ว หุ้นทั้ง 12 คน ขายที่ดินร่วมกันเป็น “คณะบุคคล” ให้แสนสิริ เพราะเป็นที่ดินแปลงเดียว อยู่บนโฉนดเดียว ไม่มีการแบ่งแยกแปลง และไม่มีการระบุว่าแต่ละคนอยู่ตำแหน่งใดอย่างชัดเจน

การจ่ายภาษี

- ค่าใช้จ่ายวันโอน ณ สำนักงานที่ดิน (ค่าธรรมเนียมการโอน, ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอัตราของกรมที่ดิน, ภาษีธุรกิจเฉพาะ) เป็นเงิน 59,247,317.00 บาท

- ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (สิ้นปี) อัตราสูงสุด 35% เป็นเงิน 519,770,809.45 บาท

- รวม ค่าภาษี และค่าธรรมเนียม ทั้งสิ้น 579,018,126.45 บาท

ขั้นตอนพฤติกรรมเลี่ยงภาษี ที่ร่วมมือกันระหว่าง บ.แสนสิริ และ บ.ประไพทรัพย์

- วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 จดเลิก บ.ประไพทรัพย์ และ ธันวาคม 2561 แบ่งที่ดินคืนให้ผู้ถือหุ้นตามส่วนจำนวน 12 ราย

- ภายใน 1 ปี คือ ช่วงเดือนสิงหาคม 2562 จึงทำการขายที่ดินให้ บ.แสนสิริ

แทนที่ บ.ประไพทรัพย์ จะได้กำไรจากการขาย แล้วเสียภาษีเต็มจำนวน แต่ใช้ช่องของกฎหมาย โอนให้บุคคลธรรมดาก่อน

- แบ่งการโอนที่ดินเป็น 12 นิติกรรม ตามจำนวนผู้ถือหุ้นเดิม

ผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดา หากร่วมกันขาย จะเสียภาษีในนามห้างหุ้นส่วนสามัญ อีก 35% ตอนสิ้นปี (เป็นห้างหุ้นส่วนโดยผลของกฎหมายแม้ไม่จดทะเบียน) ซึ่งฐานภาษีประมาณ 1,500 ล้านบาท

เป็นเงินค่าภาษีและค่าธรรมเนียมทั้งสิ้น 579,018,126.45 บาท

จึงใช้วิธีกระจายฐานให้แต่ละคนโอนเฉพาะส่วน เสมือนว่าไม่ได้ร่วมกันขาย เพื่อลดฐานภาษีลง โดย

- แสนสิริ ประชุมผู้ถือหุ้นครั้งที่ 9/2562 วันที่ 14 สิงหาคม 2562 เป็นการประชุมครั้งเดียว แต่ทำสำเนาคัดย่อรายงานการประชุมแยกเป็น 12 ฉบับ ระบุรายชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมบนที่ดินฉบับละ 1 คน

- แบ่งการโอนที่ดินเป็น 12 วัน วันละ 1 คน โอนติดกันทุกวัน เว้น เสาร์ - อาทิตย์ ทั้งที่เป็นที่ดินแปลงเดียวกัน เพื่ออำพรางให้ดูว่าเป็นคนละนิติกรรม

อันที่จริง การโอนทั้ง 12 วัน เป็นนิติกรรมเดียวกัน การเสียภาษีจึงควรถือว่าเป็นกรรมเดียว แต่ที่ทำวิธีนี้ไป ผู้ขายเสียค่าโอน+ภาษีที่กรมที่ดินอย่างเดียว รวมกันเพียง 59,247,317.00 บาท จากวิธีปกติหากโอนขายเป็นคณะบุคคล จะต้องเสียภาษีรวมทั้งสิ้น 579,018,126.45 บาท

คิดเป็นส่วนต่างการเลี่ยงภาษีทั้งสิ้น 519,770,809.45 บาท

แสนสิริชี้แจง เศรษฐา ซื้อที่ดินถูกต้องตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าการแถลงข่าวของนายชูวิทย์ ทางบริษัท แสนสิริ ได้ออกเอกสารชี้แจงว่า ตามที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวพาดพิงถึง คุณเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารสูงสุดและกรรมการของ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้มีส่วนร่วมในการหลีกเลี่ยงภาษีในการซื้อขายที่ดินของแสนสิริ เป็นเหตุให้รัฐต้องสูญเสียรายได้เป็นเงินหลายร้อยล้านบาทนั้น บริษัทฯ ขอชี้แจงว่า

อ่านข่าว : "แสนสิริ" ออกเอกสารแจง "เศรษฐา" ซื้อที่ดินถูกต้องตามกฎหมาย