สืบสวนนครบาล 6 รวบสองหนุ่มอ้วน-ผอม เครือข่ายยาเสพติดย่านฝั่งธน ของกลางรวม 20 ล้าน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.สําเริง สวนทอง รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.น.6, พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร รอง ผบก.น.6 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ รอดเข็ม ผกก.กก.สส.บก.น.6,พ.ต.ท.วิสิทธิ์ สายบัวทอง รอง ผกก.กก.สส.บก.น.6 พ.ต.ต.ปัณณวัชร์ จิรัฐธรรมฤทธิ์ สว.กก.สส.บก.น.6 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการยาเสพติด กองบังคับการตำรวจนครบาล 6 ทำการสืบสวนขยายนายเอกรัตน์ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่มีการโพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ขายเฮโรอีนส่งผ่านพัสดุ และถูกจับกุมเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2566 บริเวณหน้าขนส่งพัสดุ ในซอยพุทธมณฑลสาย 3 จึงได้ขยายผลจนรู้ตัวและทราบเบาะแสเครือข่ายยาเสพติด จนสามารถจับกุมได้ 2 เครือข่าย ผู้ต้องหา 4 คน ดังนี้

1. เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาล 6 ได้เฝ้าสะกดรอยบริเวณบ้านพักของนายกิติพงศ์ อายุ 19 ปี พบขับขี่รถจักรยานยนต์ออกมาจากบ้านพัก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สะกดรอยติดตามไปโดยมุ่งหน้าไปบริเวณปากซอยเทอดไท 76 และได้หยิบถุงดำที่วางไว้บริเวณปากซอย ใส่ในกระเป๋ากล่องบริเวณท้ายรถจักรยานยนต์และขับขี่มุ่งหน้าไปซอยเพชรเกษม 67 แยก 6 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามมาอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงบริเวณจุดจับกุมปากซอยบางแค 1 ก่อนจะออก ถ.เพชรเกษม เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้ติดตามมาจึงได้จับกุมตัวและขอทำการตรวจค้น พบยาไอซ์ จำนวน 2 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ วางอยู่ในกล่องบริเวณท้ายรถจักรยานยนต์ และรับว่ายาไอซ์ของกลางที่ตรวจพบจะนำไปส่งให้นายสมศักดิ์ ในซอยเพชรเกษม 94 แยก 14 แขวง-เขตบางแค กทม. นายกิติพงศ์ฯ ผู้ถูกจับที่ 1 จึงได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปที่บ้านของนายสมศักดิ์ พบตัวนายสัมศักดิ์ อายุ 25 ปี อยู่หน้าบ้าน นายสมศักดิ์ รับว่ายาไอซ์ของกลางที่ตรวจพบนายกิติพงศ์ จะนำมาส่งให้จริง และรับว่ายังมียาเสพติดเก็บไว้ในบ้านอีก และได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจค้นพบ เฮโรอีน 1 แผ่น (ประมาณ 3 ขีด), เคตามีน 106 กรัม, ยาบ้า 2,000 เม็ด จึงได้จับกุมตัวในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์,ยาบ้าและเฮโรอีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ (เคตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า”

2. จากการซักถามขยายผลนายกิติพงศ์ ทราบว่า ติดต่อไปรับยาไอซ์ของกลางมาจากนายชวการ อายุ 28 ปี และนายวินัย อายุ 45 ปี บริเวณปากซอยเทอดไท 76 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้กระจายกำลังเฝ้าสังเกตุการณ์บริเวณถนนเทอดไท จนพบตัวนายชวการ และนายวินัย ซึ่งมีลักษณะตรงตามที่นายกิติพงศ์ ให้การไว้ ได้ขับรถยนต์เข้าไปจอดภายในลานจอดซอยเทอดไท ๗๗/๑ จากนั้น นายชวการ และนายวินัย ได้เดินไปยังรถยนต์ ยี่ห้อมิชซูบิชิ ปาเจโร่ สีดำ ซึ่งจอดอยู่ภายในลานจอดดังกล่าว จากนั้น นายชวการ ได้หยิบถุงพลาสติกสีดำ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับยาเสพติดที่ได้นำมาส่งให้กับนายกิติพงษ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวขอตรวจค้นผลการตรวจค้นพบยาไอซ์ 31 กิโลกรัม, ยาบ้า 228,000 เม็ด, เฮโรอีน 3 แผ่น (ประมาณ ๑ กิโลกรัม), เคตามีน 10 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์ปาเจโร่คันดังกล่าว จึงได้จับกุมตัวนายชวการ และนายวินัย ในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า ยาไอซ์ และเฮโรอีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ (เคตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า”



ขณะจับกุมได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า รถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นแอคคอด นายวินัย เป็นผู้ขับมาจอดในลานจอดรถเช่นเดียวกัน นายวินัยรับว่าเป็นขับมาจอดจริง แต่ไม่มีลูกกุญแจ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำรถยนต์มาที่กองกำกับการสืบสวนตำรวจนครบาล 6 ต่อมาวันที่ 20 กรกฎาคม 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจค้นในรถยนต์คันดังกล่าวพบยาเค จำนวน 26 กิโลกรัม จึงได้ทำการตรวจยึดดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



สอบถามผู้ต้องหาให้การว่ารับสารภาพว่ายาเสพติดดังกล่าวได้รับคำสั่งจากผู้ใช้แอปพลิเคชั่นไลน์ชื่อว่า หนุมาน 168 เป็นผู้สั่งการให้ไปรับยาเสพติดและนำมาพักไว้บริเวณลานจอดรถภายในซอยเทอดไท 77/1 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพ และนำออกส่งให้กับลูกค้า โดยได้ค่าจ้างครั้งละประมาณ 5,000-10,000 บาท เงินค่าจ้างที่ได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

รวมของกลางยาเสพติดทั้งหมด
1. ยาไอซ์ 33 กิโลกรัม
2. ยาเค 36 กิโลกรัม
3. เฮโรอีน 3 แผ่น (ประมาณ 1 กิโลกรัม)
4. ยาบ้า 228,000 เม็ด
รวมมูลค่ายาเสพติดประมาณ 20 ล้านบาท