เสียงแตก !! "เพื่อไทย" ถกสนั่นปมชี้แจง "กกต." แหล่งที่มานโยบายเงิน 1 หมื่น กู้-ขึ้นVAT-โละบัตรคนจน

เป็นประเด็นร้อนทางการเมืองอย่างต่อเนื่องหลังจาก "พรรคเพื่อไทย" ประกาศนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง ซึ่งต่อมาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ชี้แจงเกี่ยวกับการใช้งบประมาณนโยบายหาเสียงของพรรค ซึ่งยังขาดเรื่องข้อมูลการแจ้งที่มาของเงินและวงเงินที่จะใช้ โดยเฉพาะนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ให้กับผู้มีอายุ 16 ปีขึ้นไป โดยจะมีการใช้งบประมาณกว่า 5 แสนล้านบาท

ล่าสุดมี รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย (พท.) แจ้งว่านายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคเพื่อไทย ได้หารือกับทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้ข้อสรุปเกี่ยวกับแนวทางของนโยบายและที่มางบประมาณ เพื่อส่งคำชี้แจงต่อ กกต.ในวันที่ 17 เม.ย. ซึ่งทีมกฎหมายและทีมเศรษฐกิจ มีความเห็นคนละทิศทางกัน

“โดยเฉพาะประเด็นการเก็บภาษีจะมาจากภาษีชนิดใดบ้าง อาทิ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หากจะเก็บเพิ่มจากเดิม ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 7 เป็นร้อยละเท่าไร เพื่อให้มีรายได้มาดำเนินการนโยบายดังกล่าว แต่มีการทักท้วงกันภายใน จึงอาจจะไม่ระบุการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมในคำชี้แจง”

นอกจากนี้ยังมีการระบุว่าทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย เสนอให้หั่นงบประมาณของกระทรวงต่างๆ ซึ่งคาดหวังว่าจะรีดได้มากสุด 1 แสนล้านบาท แต่คาดว่าหลายกระทรวงอาจจะไม่ยินยอม แตกต่างจากในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่หลายกระทรวงพร้อมใจให้หั่นงบประมาณของกระทรวงลง

ทั้งนี้ เมื่อมีเงินเหลืออยู่จากงบประมาณปี 2567 ประมาณ 2 แสนล้านบาท คาดการณ์ว่าจะเก็บภาษีเพิ่มได้อีก 5 หมื่นล้านบาท และหั่นงบกระทรวงกว่า 1 แสนล้านบาท ทำให้มีงบประมาณ 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งยังไม่เพียงพอ ทำให้มีการเสนอให้ชี้แจงต่อ กกต.ว่าอาจจะมีการกู้เงินบ้างส่วน เพื่อนำมาดำเนินโครงการดังกล่าว แต่ทีมกฎหมายได้ทักท้วง เพราะอาจจะส่งผลกระทรวงทางกฎหมายอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ทำให้เกิดความเห็นขัดแย้งกันเอง

มีข้อถกเถียงว่าในคำชี้แจงต่อ กกต.จะระบุให้ชัดเลยหรือไม่ว่า หากพรรคเพื่อไทยดำเนินตามนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท จะต้องยกเลิกโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเลยหรือไม่ เพราะหากดำเนินการควบคู่กันจะเป็นภาระงบประมาณที่สูงขึ้นไปอีก แต่หากระบุชัดว่าจะยกเลิกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากมีผู้ผ่านเกณฑ์รอบใหม่กว่า 14 ล้านคน และอยู่ระหว่างอุทธรณ์สิทธิหลายล้านคน ซึ่งจะทำให้เสียคะแนนในฐานนี้ได้ ทางทีมกฎหมายและทีมเศรษฐกิจ จึงพยายามประวิงเวลาการชี้แจงกรณีดังกล่าวกับ กกต.


อย่างไรก็ตามทีมกฎหมายแนะนำให้ชี้แจงที่มาของงบประมาณให้ชัดเจน เพื่อให้ กกต. สิ้นข้อสงสัย ไม่เช่นนั้นอาจจะสุ่มเสี่ยงจะกระทำผิดกฎหมาย และจะส่งผลเสียถึงขั้นยุบพรรคเพื่อไทยได้