"พีระพันธุ์" ลั่น บัตรคนจน "บิ๊กตู่" เป็นคนคิด ยัน ใจกว้าง พรรคร่วมรัฐบาลหยิบไปใช้ได้ ไม่ติดใจ "บิ๊กป้อม"ปาดหน้าลงพื้นที่หลายจังหวัด

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ปาดหน้าลงพื้นที่ในหลายจังหวัด ว่า เรื่องนี้ไม่ได้มองว่าเป็นการปาดหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ หากใครจะมองเช่นนั้นก็แล้วแต่ สำหรับตนไม่ได้สนใจ การเมืองใหญ่ไม่ควรจะมาคิดเล็กคิดน้อย และไม่ได้มีปัญหาใดๆ ต่างคนต่างก็ต้องทำงานกันทั้งนั้น เข้าใจดีว่าทุกพรรคการเมืองก็ต้องลงพื้นที่กันทั้งนั้น  เพียงแต่ใครจะลงแบบไหนอย่างไรก็แล้วแต่  เป็นนักการเมืองก็ต้องหัดใจกว้างกันบ้าง ไม่ใช่มาคิดอะไรจุกจิกๆ

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คิดกับเรื่องนี้อย่างไร นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ไม่ได้คิด  นายกฯไม่ได้คิด นายกฯเข้าใจว่าทุกคนก็ต้องทำงาน เข้าใจดีถึงภาระหน้าที่ของพรรคการเมือง และหน้าที่การเป็นนักการเมืองก็ต้องแบบนี้ ทุกคนก็ต้องหาเสียง ต้องมีความใกล้ชิดประชาชน ทุกพรรคก็มีสิทธิที่จะทำแบบนี้เหมือนกัน

 

ผู้สื่อข่าวถามถึง การแย่งโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระหว่าง พรรคพลังประชารัฐ กับพรรครวมไทยสร้างชาติ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ไม่ได้แย่งหรอก โครงการนี้อันที่จริงมาจากนายกฯ ที่มาจริงๆมาจากนายกฯ และก็ต้องถือเป็นของรัฐบาล เพราะฉะนั้นทุกพรรคร่วมรัฐบาลก็สามารถใช้ได้หมด แต่ที่สำคัญคือมันเริ่มต้นมาจากนายกฯ แต่มันจะเป็นอย่างไรสุดท้ายขอให้ประชาชนได้ประโยชน์ ก็พอแล้ว

 

เมื่อถามว่า อย่างนี้แสดงว่าทุกพรรคสามารถนำนโยบายดังกล่าวไปใช้ เสนอต่อประชาชน ได้ใช่หรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า เป็นนโยบายของนายกฯ แต่ว่าทำในนามของรัฐบาล พรรคการเมืองที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล หากจะนำไปพูดเราจะไปห้ามได้อย่างไร เพราะเขาก็มีส่วนร่วมในการทำโครงการนี้มา เรื่องแบบนี้อย่างที่ตนบอกแล้วว่ามันก็ต้องใจกว้างกันบ้าง เพียงแต่ว่า ข้อเท็จจริงคือมาจากไหน สุดท้ายก็ขอให้ประชาชนได้ประโยชน์

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯก็ไม่ซีเรียสใช่หรือไม่หากพรรคพลังประชารัฐจะนำไปใช้ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า เราก็ใช้ได้ เขาก็ใช้ได้ เพราะมาจากรัฐบาลเหมือนกัน

 

เมื่อถามว่า หากพรรครวมไทยสร้างชาติจะใช้ต้องนำมาเปลี่ยนชื่อก่อนหรือไม่ หัวหน้ารทสช. กล่าวว่า ก็ต้องมาดูกันอีกทีก่อน แต่บัตรอันนี้ก็เริ่มต้นมาจากนายกฯ เพราะฉะนั้น บัตรอันนี้นายกฯก็เห็นว่ามันสามารถช่วยประชาชนได้อยู่ และคงจะเดินหน้าต่อ เพียงแต่ในรายละเอียดจะเป็นอย่างไรเดี๋ยวค่อยว่ากัน

 

เมื่อถามว่า หากเดินหน้าต่อแล้วจำนวนเงินจะบลัฟพรรคพลังประชารัฐหรือไม่  นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า อย่าไปคิดว่าจะบลัฟอะไรเลย แต่ละคนก็มีสิทธิที่จะคิดอะไร ที่สำคัญอย่าไปพูดจนไปกระทบงบประมาณแผ่นดิน การหาเสียงก็ต้องมีความรับผิดชอบ ไม่ใช่พูดจนสุดท้าย จำนวนตัวเลขฐานะการเงินของประเทศไปไม่ได้ อย่างนั้นมันก็ไม่ถูกต้อง จะเอางบประมาณส่วนไหนมาก็ต้องดูด้วย ดังนั้นหลักการก็คือการจะเอาเงินใส่ไปในบัตรจะต้องไม่กระทบต่องบประมาณแผ่นดิน ต้องพยายามให้อยู่ในกรอบวงเงินเดิมให้มากที่สุด ไม่ใช่มาใช้วิธีเกทับบลัฟกันไป มันไม่ได้อะไรขึ้นมา ใครๆก็สามารถเบิ้ลกันได้ทั้งนั้น ที่สำคัญทำได้หรือไม่ได้ และกระทบงบประมาณหรือไม่