"แม่แตงโม" เข้าพบตำรวจไซเบอร์ พร้อมให้ข้อมูลปมส่งมือถือให้บังแจ็ค สอบนาน 3 ชั่วโมง เคลียร์ชัดทุกประเด็น ด้าน "อัจฉริยะ" เดินหน้าเอาผิด ยื่นฟ้องคนทำลายหลักฐาน และกุนซือ 18 มิ.ย.นี้

 

วันที่ 7 มิ.ย.65 นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน คุณแม่ของแตงโม นิดา พร้อมด้วยนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางมายังกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อให้ข้อมูลกับตำรวจ ประเด็นเรื่องที่แม่แตงโมส่งโทรศัพท์มือถือของแตงโมไปให้บังแจ็ค โดยก่อนเข้าไปให้ข้อมูลกับตำรวจ แม่กล่าวว่า "ตอนนี้ยังเชื่อใจบังแจ็ค 100% ตอนนี้ไม่เครียดอะไร เพราะมีทีมคอยช่วย" ขณะที่ตำรวจเองก็เตรียมซักถามข้อมูลต่างๆ ทั้งหมดกว่า 30 ประเด็น

โดยตำรวจใช้เวลาสอบปากคำคุณแม่นานถึง 3 ชั่วโมง ก่อนที่พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. จะออกมาแถลงชี้แจง โดยระบุว่า คุณแม่เล่าว่าบังแจ็คติดต่อเข้ามาผ่านนักข่าวคนหนึ่ง และตำรวจก็ได้ทราบเหตุผลความจำเป็นที่คุณแม่จะต้องส่งโทรศัพท์มือถือไปให้บังแจ็คแล้ว แต่รายละเอียดอยู่ในสำนวน เบื้องต้น คุณแม่บอกว่า ทำไปเพราะอยากรู้ความจริงว่าจะโดนหลอกหรือไม่ และวันนี้เองคุณแม่ก็ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจโดยการนำโทรศัพท์มือถือของตนเองให้ตำรวจสำรองข้อมูลการติดต่อทุกอย่างพร้อมเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน

ขณะนี้ต้องรอให้บังแจ็คส่งโทรศัพท์มือถือของแตงโมกลับมาให้คุณแม่ คาดว่าจะมาถึงภายในอาทิตย์นี้ ซึ่งคุณแม่ได้มีการพูดคุยกับบังแจ็คอยู่ และหากได้โทรศัพท์กลับมา ก็จะได้ข้อมูลที่จะปรากฏต่อสายตาประชาชมากขึ้น ส่วนโทรศัพท์มือถือที่ส่งกลับมาข้อมูลจะยังอยู่ครบไหม ต้องขอตรวจสอบดูก่อน เพราะตำรวจเองก็ไม่มั่นใจว่าผู้ส่งจะทำอะไรกับข้อมูลหรือไม่ แต่ในส่วนของข้อมูล จุดพิกัดต่าง ๆ ในวันเกิดเหตุ รวมถึงบันทึกการเปิดปิดเครื่อง ยืนยันว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

ส่วนการดำเนินคดีกับบังแจ็ค ตำรวจได้ขออนุมัติการสอบสวนคดีนอกราชอาณาจักร และเตรียมออกหมายแดง ก่อนขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งในส่วนของระยะเวลาในการดำเนินคดีจะช้าหรือเร็วนั้น ขึ้นอยู่กับประเทศต้นทาง

ขณะที่แม่แตงโมตั้งโต๊ะแถลงข่าว โดยกล่าวว่า แม่ยินดีให้ตำรวจตรวจสอบทุกอย่าง ทั้งมือถือของแม่ และบัญชีธนาคาร นอกจากนี้แม่ยังได้ตอบข้อสงสัยที่ว่า ทำไมแม่ต้องส่งมือถือแตงโมไปให้ ซึ่งยังยืนยันคำเดิมว่าแม่อยากรู้ว่า ภาพ และคลิปที่ถูกลบเป็นภาพอะไร ซึ่งบังแจ็คบอกแม่ว่า มีคนรู้จักอยู่ในศูนย์ใหญ่ของโทรศัพท์ที่อเมริกา สามารถกู้ข้อมูลได้ แม่เลยตัดสินใจส่งไปให้

แม่ยอมรับว่า ไม่รู้ว่าที่ประเทศไทยกู้ข้อมูลแบบนี้ได้ เพิ่งรู้วันนี้ว่าสามารถทำได้เหมือนกัน ก่อนหน้านี้แม่เคยไปที่ศูนย์โทรศัพท์แล้ว แต่ก็กลัวว่าถ้าให้โทรศัพท์ไป ข้อมูลในเครื่องจะรั่วไหล เป็นจังหวะเดียวกับที่บังแจ็คเองพยายามติดต่อแม่ และบอกว่ากู้ข้อมูลได้ รวมถึงบังแจ็คยังบอกอีกว่ารู้เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนเรือ เพราะมีพยานให้ข้อมูลกับเขามา โดยแลกกับเงิน 3 แสนบาท ซึ่งตอนนี้แม่บอกให้บังแจ็คส่งมือถือกลับมาตั้งแต่ 3 วันก่อนแล้ว ซึ่งบังแจ็คบอกว่ากำลังส่ง แต่ขอคัดลอกข้อมูลไว้ ซึ่งแม่ก็ยินยอม เพราะเชื่อว่าในเครื่องมีแต่รูปสวยงาม ไม่มีอะไรเสียหาย

ทั้งนี้แม่แตงโมทิ้งท้ายอีกว่า ไม่โกรธบังแจ็คที่ยังโพสต์ข้อความ และรูปภาพในเพจเฟซบุ๊กของแตงโม เพราะมองเป็นเรื่องปกติ และส่วนตัวคิดว่าสาเหตุที่บังแจ็คโพสต์อาจจะเป็นเทคนิคทำให้คนผิดยอมรับสารภาพก็ได้ และจนถึงตอนนี้ตนเองยืนยันว่า "ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองพลาดที่ส่งโทรศัพท์ให้บังแจ็ค"

ในขณะที่นายอัจฉริยะ บอกว่า ทางคดีกำลังเดินหน้าต่อเนื่อง โดยเตรียมนำคลิปหลักฐานคราบเลือดให้อธิบดีอัยการภาค 1 ในวันพรุ่งนี้ (8 มิ.ย.65) และหลังจากที่นำหลักฐานทั้งหมดส่งฟ้องแล้ว จะนำคลิปนี้มาเปิดเผยให้สังคมรับรู้ มั่นใจว่าหลักฐานชัดเจน ซึ่งกำหนดไว้ว่า จะยื่นฟ้องในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ พร้อมทั้งเตรียมแจ้งความเอาผิดคนที่ช่วยทำลายหลักฐานดังกล่าว รวมถึงร้องแพทยสภาเอาผิดแพทย์ 1 คน ที่เป็นกุนซือในคดีแตงโมให้กับตำรวจ ในวันพฤหัสบดี (9 มิ.ย.65) นี้

ส่วนประเด็นที่บังแจ็คออกมาบอกว่าจะแฉตัวเองว่า ไปตบทรัยพ์ 1 ในผู้ต้องหาบนเรือ นายอัจฉริยะท้าเลยว่าให้แฉมา เพราะมั่นใจว่าไม่ได้ทำ และยังยืนยันว่าหลักฐานที่ยื่นฟ้อง ไม่มีส่วนไหนเป็นของบังแจ็คเลย ส่วนเรื่องที่แม่เชื่อใจบังแจ็คนั้นเป็นสิทธิ์ของแม่ แต่ทางคดีไม่ได้มีความสำคัญ

และวันนี้ (7 มิ.ย.65) ระหว่างที่แม่แตงโมเดินทางกลับ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ "สส.เต้" ได้เดินทางเข้ามาให้กำลังใจคุณแม่แตงโม ก่อนพูดคุย และมอบเอกสารที่เกี่ยวข้องในคดีการเสียขีวิตของแตงโมให้กับนายอัจฉริยะด้วย