“สุทิน” แนะรัฐบาลฟังอภิปรายฝ่ายค้านให้ดี เพราะมีคำแนะนำในตอนท้าย มอง "นายกฯ" ใช้อารมณ์ ตำหนิฝ่ายค้านไม่เหมาะสม จี้รัฐบาลแจงประเด็นจัดซื้ออาวุธผิดสเปกส่อทุจริต คาดลงมติได้ 22.00 น.

 

วันที่ 2 มิ.ย.65 นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ว่า การอภิปรายวานนี้ (1 มิ.ย.65) เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และรู้สึกพอใจ ซึ่งจะเห็นว่า ฝ่ายค้านอภิปรายเสร็จแล้วจะมีข้อแนะนำ ทางออก ประกอบกับอธิบายว่าเหตุใดถึงไม่รับหลักการ แต่รัฐบาลเองยังใช้ความคิดเดิมว่า ฝ่ายค้านมีแต่ด่า หรือตำหนิ จึงฝากรัฐบาลให้ฟังดี ๆ เพราะมีข้อเสนอแนะ และทางออกดี ๆ สำหรับทุกคน

นอกจากนี้ การชี้แจงของนายกรัฐมนตรียังมีการใช้อารมณ์ ตำหนิว่า ฝ่ายค้านหาเสียง แต่ที่จริงเป็นการแนะนำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควร นายกรัฐมนตรีควรรับฟัง และตักตวงให้เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปแก้ไข

สำหรับภาพรวมการอภิปรายวานนี้เห็นว่า ประเด็นสำคัญส่วนใหญ่ผู้อภิปรายตำหนิว่ารัฐบาลยังจัดทำงบประมาณที่คิดแบบเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ มีการประมาณการผิดพลาด สวนทางกับความไม่เป็นจริง มีการกู้มากขึ้น ไม่ตอบโจทย์ของประชาชน โดยเฉพาะการช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน คนที่หลุดออกจากสวัสดิการจะมีการดูแลอย่างไร รวมถึงการดูแลผู้ค้ารายใหญ่ รายย่อย และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจครัวเรือน ซึ่งถือเป็นการจัดงบที่น่าสิ้นหวัง และในยามที่ลำบาก ยังมีความมุ่งหวังที่จะเอาเงินมาแจก ซึ่งรัฐมนตรีหลายคนก็ออกมายอมรับว่าจัดทำงบเหมือนเดิม แต่ไม่มีใครอธิบายได้ว่ามีอะไรใหม่ ทั้งนี้ หากจะไปแก้ไขในชั้นกรรมาธิการ บางเรื่องจะแก้ยาก เพราะเป็นโครงสร้างใหญ่ และฝ่ายค้านยังไม่เห็นด้วย จึงอยากให้ไปทบทวนใหม่

ขณะเดียวกัน ฝ่ายค้านได้อภิปรายเรื่องการจัดซื้ออาวุธกองทัพเรือ ที่มีการตั้งสเปกจัดซื้ออากาศยานไร้คนขับประจำฐานบินชายฝั่ง หรือ เมล์ ยูเอวี และติดอาวุธ แต่ทราบว่ามีการวิ่งเต้นให้แก้ไขทีโออาร์ ให้ซื้อยูเอวี แบบไม่ซื้ออาวุธ จึงอยากเรียกร้องรัฐบาลให้ชี้แจง เพราะระยะหลังมีการจัดซื้ออาวุธที่ผิดปกติ หากตอบไม่ได้ก็อาจจะส่อทุจริต

นายสุทินยังกล่าวว่า การอภิปรายของฝ่ายค้านวันนี้(2 มิ.ย.65) จะเน้นเรื่องการทุจริต และจะมีการกล่าวสรุปประเด็นปิดท้ายอีกครั้ง โดยนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวานิช และตนเอง โดยคาดว่าเวลา 22.00 น. จะลงมติในวาระแรกได้ ถ้าไม่มีอะไรคลาดเคลื่อน