จากกรณีเมื่อคืนเวลา 22.00 น. ของวันที่ 19 พฤษภาคม ทาง สภ.ด่านชุมพล ได้ขอกำลังสนับสนุนช่วยติดตาม ผู้ต้องหาขับรถหลบหนีการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยผู้ต้องหาได้ขับรถเข้ามาในพื้นที่ สภ.เมืองตราด จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันและปราบปราม นำกำลังเข้าสนับสนุนในการติดตามผู้ต้องหารายดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้รถกระบะสายตรวจ เข้าติดตามอย่างกระชั้นชิด แต่พอมามาถึงช่วงหนึ่ง ทางด้านผู้ต้องหาที่หลบหนีได้เกิดขับรถเสียหลัก เพราะหลบรถที่มาจากซอย จึงทำให้รถของผู้ต้องหาหมุน จากนั้นขับรถพุ่งชนรถตำรวจ




จนทำให้ ส.ต.ท.รัชกฤช พลขับ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันและปราบปรามของ สภ.เมืองตราด บาดเจ็บที่ขาขวา ไม่สามารถขยับตัวออกจากรถได้ ขณะที่ตำรวจสายตรวจที่มาด้วยกันยิงปืนใส่ล้อเพื่อหยุดรถ แต่กลับไม่หยุด รถผู้ต้องหาขับหลบหนีเข้าตัวเมืองตราดอีกครั้ง โดยมีรถสายตรวจ สภ.ด่านชุมพล ติดตามไปอย่างใกล้ชิด จากนั้น กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราด ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ส.ต.ท.รัชกฤช แล้วนำตัวส่งโรงพยาบาล




นอกจากนี้ยังพบรถเก๋งของชาวบ้านที่มาเจอเหตุการณ์พอดี บริเวณประตูข้างคนขับรถพบร่องรอยกระสุน 1 นัด และในเวลา 22.50 น. ตำรวจ สภ.ด่านชุมพล สามารถจับกุมตัวนายสิทธิศักดิ์ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหา หลังจากที่เจ้าตัวขับรถตกถนนเอง ที่สามแยกด่านชุมพล ซึ่งจุดเริ่มต้นที่นายสิทธิศักดิ์ขับรถหลบหนีไป-กลับเกือบ 100 กิโลเมตร เมื่อตำรวจค้นรถพบอุปกรณ์การเสพยาเสพติด และมีดพกจำนวน 1 เล่ม จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน




ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถาม นายสิทธิศักดิ์ ถึงสาเหตุที่หลบหนีนั้น นายสิทธิศักดิ์ ตอบสั้น ๆ ว่า ไม่รู้เหมือนกัน กลัวถูกจับ ตกใจเหมือนกัน ก่อนที่กู้ภ้ยจะปฐมพยาบาลนายสิทธิศิกดิ์ ที่ใบหน้าและศีรษะ ก่อนตำรวจได้คุมตัวไปยังโรงพยาบาลบ่อไร่ เพื่อรักษาตัวโดยมีตำรวจติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนรถคันที่เกิดเหตุเป็นรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็ก สีขาว สภาพเสียหลักพุ่งลงร่องระบายน้ำข้างถนน


จากนั้นทีมข่าวได้เดินทางไปพบกับ นางสมบูรณ์ อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นแม่ของนายสิทธิศักดิ์ อายุ 35 ปี คนก่อเหตุ โดยอาศัยอยู่ในพื้นที่ ม.2 ต.ด่านชุมพล อ.บ่อไร่ จ.ตราด โดยทีมข่าวได้พูดคุยกับนางสมบูรณ์ ได้เล่าให้กับทีมข่าวฟังว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาลูกชายของตนได้ขโมยกุญแจรถ ซึ่งปกติตนจะวางไว้โดยไม่ได้ระมัดระวังว่าลูกชายจะมาเอาไป เพราะปกติเขาไม่ค่อยได้ใช้รถยนต์ ซึ่งจะใช้แต่รถจักรยานยนต์เท่านั้น หลังจากนั้นตนจึงได้รีบแจ้งเพื่อนบ้านที่เป็นเจ้าหน้าที่ อบต. ให้ช่วยประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ด่านชุมพล เพื่อให้ช่วยสกัดจากลูกชายของตนที่ได้ขโมยรถยนต์ออกไป




แต่ตนก็ไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานกันแบบไหนอย่างไร จึงปล่อยให้ลูกชายของตนได้หลบหนีไปกว่า 100 กิโลเมตร โดยได้หลบหนีเข้าไปยังตัวอำเภอบ่อไร่ และหลังจากนั้นก็ย้อนกลับมาบริเวณถนนหน้าบ้านและมุ่งหน้าเข้าไปยังตัวเมืองจังหวัดจังหวัดตาก จนทำให้เกิดความเสียหายกับรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหลังจากนั้นจึงได้มุ่งหน้ากลับมายังถนนบริเวณใกล้เคียงกับบ้าน ซึ่งเท่าที่ดูแล้วตัวรถก็มีร่องรอยการถูกยิงยาง เหลือเพียงแต่ล้อกระบะะวิ่งบดถนนมา และมาเสียหลักตกไปบริเวณร่องกลางที่หน้าวัดใหม่โพธารามใกล้เคียงกับบ้าน


ซึ่งจากกรณีดังกล่าวสาเหตุที่ตนต้องแจ้งให้สกัดจับ ก็เพราะว่าลูกชายของตนนั้นมีอาการป่วยทางจิต ซึ่งก่อนหน้านี้เขาใช้สารเสพติดมากกว่า 5 ปี โดยเขาไปเริ่มใช้สารเสพติดตอนไปเป็นอาสาสมัครทหารทหารพราน ในตอนแรกเจ้านายของเขาก็ช่วยดูแลอยู่ แต่ช่วงหลังเห็นว่าอาการหนักขึ้น จึงให้ลาออกและกลับมาอยู่บ้าน ซึ่งตนก็ไม่ได้นิ่งดูดายก็รักษามาทุกวิถีทางและปรึกษากับเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ศูนย์ดำรงธรรม หรือปรึกษาที่โรงพยาบาล ซึ่งแต่ละหน่วยงานหลังจากปรึกษาก็เงียบหายไปหมด โดยไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาช่วยเหลือนำตัวของลูกชายตนไปรักษา จนเป็นเหตุให้เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น




ทั้งนี้ตนกลัวว่าในช่วงเมื่อคืนที่ลูกชายของตนได้รถไปก่อเหตุ จนทำให้คนอื่นได้รับความเดือดร้อน แต่เมื่อลูกชายตนเข้าไปถึงในตัวเมืองจังหวัดตราด ตนก็คิดไว้อยู่แล้วว่าต้องมีความเสียหายเกิดขึ้นไม่เป็นรถก็ต้องเป็นคน ซึ่งก็เป็นไปตามที่ตนคิด เพราะรถของตนที่นำมาใช้ภายในสวนที่ลูกชายขโมยไป ก็ได้รับความเสียหาย อีกทั้งยังไปทำความเสียหายให้กับรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ


ซึ่งในตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ด่านชุมพล ก็ได้ควบคุมตัวลูกชายของตนไว้และตนก็จะไม่ประกันตัวและปล่อยให้ดำเนินการตามกฎหมายไปให้จนถึงที่สุด เพราะถ้าหากประกันตัวออกมาก็จะกลับมาเป็นเช่นเดิม ตนอยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาล กรณีกฎหมายที่ว่าผู้ที่มียาบ้าไม่เกิน 5 เม็ด จะไม่เป็นผู้ต้องหาแต่จะเป็นผู้ป่วยนั้นในข้อหานี้ควรที่จะต้องแก้ไข เพราะการที่เป็นผู้ป่วยเมื่อไปพบแพทย์ได้เพียงสองวันก็จะกลับมาที่บ้านและก็กลับมาทำพฤติกรรมเช่นเดิมแบบนี้อีก จนทำให้ได้รับความเดือดร้อน




ด้านนางสาวสุนิสา ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ อบต.ด่านชุมพล เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาแม่ของนายสิทธิศักดิ์ ได้โทรศัพท์มาที่ อบต.ด่านชุมพล ให้ไปรับลูกชายส่งหาหมอตลอด ซึ่งทาง อบต.ด่านชุมพล ก็จัดรถไปรับตามปกติ และทุกครั้งนายสิทธิศักดิ์ไม่ได้มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด ถามตอบรู้เรื่อง ส่วนใหญ่จะมีอาการหน้ามืด เป็นลม หรือปวดท้อง ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุใด และวันนี้ช่วงเช้าตนก็ยังเข้าไปทำแผลให้นายสิทธิศักดิ์ในห้องขังที่ สภ.ด่านชุมพล นายสิทธิศักดิ์บ่นว่าปวดท้อง ก็ให้ยาไว้ให้กิน จนช่วงบ่ายยังไม่หายปวดท้องจึงให้รถ อบต.ด่านชุมพล ไปรับตัวส่งรักษาโรงพยาบาลบ่อไร่

 

ล่าระทึกขี้ยาคลั่ง! ซิ่งรถชนวินาศตำรวจยิงล้อสกัดวุ่น