กรณีผู้อาศัยในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ย่านบางใหญ่ โฟสต์เรื่องราวเพื่อนบ้านกร่าง อ้างทำงานในวังไม่กลัวตำรวจ ข่มขู่คุกคามจนแม้แต่เด็กอายุ 9 ขวบ ไม่กล้าออกมาเดินหน้าบ้าน คู่กรณีเครียดจนจะคิดสั้นแล้ว วอนช่วยตรวจสอบเป็นทหารหรือข้าราชการส่วนไหน หรือแค่แอบอ้าง
โดยระบุว่า ตนซื้อบ้านมาตอนนี่จะเข้าปีที่ 5 แต่มาเจอคนมาซื้อทีหลังเป็นครอบครัวทหาร บางคนเห็นว่าทำงานในวัง ชอบเมาแล้วเปิดเพลงเสียงดัง เลี้ยงแมวปล่อยให้แมวมาฉี่และอุจจาระใส่บ้านคนอื่น เท่านั้นยังไม่พอยังเอากระบะทรายที่แมวฉี่แล้วมาเททิ้งข้างสวนส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว และยังมีพฤติกรรมชอบดื่มเหล้า หลังจากนั้นก็จะด่าเพื่อนบ้านด้วยถ้อยคำที่หยาบคาบ แล้วเรื่องมาเกิดเพราะเขาซื้อม้าหินมาวางข้างสวนซึ่งติดกับบ้านของตน ซึ่งมีคนไปแจ้งนิติให้เอาออกซึ่งเขาคิดว่าตนเป็นคนแจ้ง ก็มาอาละวาดใส่ตน ซึ่งตนก็บอกว่าถ้าตนแจ้งด่าได้เลยแต่นี่ไม่ได้แจ้ง

3 ปีนี้ตนจะต้องเจอแบบนี้ในคลิป ลูกสาวตน 9 ขวบ ไม่กล้าให้ออกจากบ้าน เปิดเพลงเสียงดังมีคนในซอยแจ้งก็ด่าว่าเป็นตนต้องให้มีการยิงกันตายก่อน ถ้าตนคืนบ้านกับธนาคารได้ก็คงคืน เพราะตอนนี้ด่าแม้นกระทั่งลูกของตน ซึ่งตนยอมไม่ได้จริง ๆ เคยลองติดต่อไปทางข้างในวังแต่ทำยังไงก็ไม่สามารถติดต่อไปถึงคนระดับโต ๆ ได้สักที ฝากสื่อช่วยเหลือกระจายข่าวหน่อย



ล่าสุด ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่หมู่บ้านดังกล่าว พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ เดินทางไปพูดคุยเจรจากับเจ้าของบ้านที่โวยวาย ทราบชื่อนายอุลิด อายุ 50 ปี ข้าราชพลเรือน แผนกบริการทั่วไป ยืนโวยวายด่าทอตำรวจและกลุ่มสื่อมวลชนไปทำข่าวอยู่หน้าบ้าน ทางตำรวจเข้าไปเจรจาพูดคุยเพื่อให้สงบอารมณ์ ต่อมาลูกสาวของคนที่โวยวายเดินมาที่บ้านช่วยห้ามปรามพ่อไม่ให้โวยวายพร้อมทั้งพยายามพาเข้าไปในบ้าน จนถูกพ่อดุว่าพยายามจะทำร้ายร่างกาย เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรีบเข้าไปช่วยห้ามปราม

ขณะที่ ทีมข่าวได้เดินทางมาที่บ้าน นายอุลิด ซึ่งมีเจ้าที่ตำรวจกว่า 10 นายได้เดินทางมาลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณจุดดังกล่าว นอกจากนี้ ดร.ธนกฤต จิตต์อารีรัตน์ ผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี พร้อมกับ หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย และ พ.ต.อ.รณภัฎ ทับทิมธงไชย ผกก.สภ.บางใหญ่ได้เดินทางมาพูดคุยกับชายคู่กรณีคนดังกล่าว

จากการพูดคุยกับทางชายคู่กรณีคนดังกล่าวยังคงอยู่ในอาการมึนเมา และพูดคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง ซึ่งชายคู่กรณีได้มีการไหว้ และกล่าวคำขอโทษกับ ดร.ธนกฤต และหนุ่ม กรรชัย ที่มีการพูดจาต่อว่ากลางรายการ



นอกจากนี้ ชายคู่กรณี ยืนยันว่า ที่ผ่านมาไม่เคยขอสร้างความเดือดร้อนให้กับใคร วัน ๆ นั่งแต่ดื่มเหล้าอยู่ภายในบ้านมี แต่คนเข้ามารังแกตนมากกว่า และรับปากว่าหลังจากนี้จะไม่เสียงดังทำให้ชาวบ้านตกใจ ที่ผ่านมาตนขอโทษ หากสร้างความเดือดร้อนให้กับใคร ก่อนจะมีการยกมือไหว้ขอโทษ

ทั้งนี้ เมื่อมีนักข่าวถามว่า เป็นเสธทหารตามที่กล่าวอ้างจริงหรือไม่ ชายคนดังกล่าวตอบว่า ตนเองไม่ได้เป็นเสธแต่อย่างใด แต่ตอบว่าตัวเองเป็นเสเพล ซึ่งเบื้องต้นชายคนดังกล่าวได้พยายามยกมือไหว้ขอโทษด้วยท่าทีของอาการมึนเมา บางครั้งก็รับปากว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกแต่บางครั้งก็กลับส่งเสียงดังขึ้นมาว่าผมไม่ได้ทำอะไรผิด

โดย ดร.ธนกฤต เผยว่า สาเหตุที่ตนเดินทางมาในวันนี้ก็เพราะว่าต้องการยืนยันตัวตน เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางชายคู่กรณีคนดังกล่าวได้มีการพูดจาด่าทอต่อว่าตน และหนุ่ม กรรชัย กลางรายการ หลังจากการพูดคุยพบว่าชายคู่กรณีคนดังกล่าว ยังอยู่ในอาการที่มึนเมา พูดคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง ประกอบกับชายคู่กรณีคนดังกล่าว หูไม่ค่อยดี จึงอาจจะส่งผลให้มีการพูดจาเสียงดัง จึงเป็นเหตุทำให้ชาวบ้านหวาดกลัว

ในส่วนกระบวนการของกฎหมายนั้น มันมีการบังคับใช้อยู่แล้ว แต่ในขณะนี้ยังไม่มีชาวบ้านคนไหนมาร้องทุกข์จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ทั้งนี้ ตนก็อยากจะให้ทุกคนอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข ค่อยที่ค่อยอาศัยกัน หลังจากนี้ก็ต้องขอความร่วมมือจากเจ้าที่ตำรวจชุมชนสัมพันธ์ให้มาสร้างความเข้าใจในการอยู่ร่วมกันของคนในหมู่บ้าน ถ้าหากหมู่บ้านไม่มีนิติบุคคล ตนก็อยากให้ส่งเรื่องมาทางตน เพื่อจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



ด้าน หนุ่ม กรรชัย เผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนมองว่า เป็นปัญหาระหว่างเพื่อนบ้าน ซึ่งพบเห็นกันได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งในกรณีนี้ชายคนดังกล่าวได้มีการข่มขู่ชาวบ้านเพื่อนบ้านว่า “จะยิงทิ้งและเผาทิ้งหมด” จึงเป็นเหตุทำให้เพื่อนบ้านเกิดความรู้สึกหวาดกลัว แต่ถ้าหากการลงพื้นที่เจรจาพูดคุยกันรู้เรื่องในวันนี้นั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ดี

ด้าน พ.ต.อ.รณภัฎ เผยว่า ณ ตอนนี้เรื่องราวดังกล่าวยังไม่เป็นคดีความ เนื่องจากยังไม่มีผู้เสียหายเข้าไปแจ้งความร้องทุกข์แต่อย่างใด แต่หลังจากนี้ตนจะมีการพูดคุยกับทางผู้เสียหายว่า มีการติดใจหรือต้องการแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับชายคนดังกล่าวอย่างไร ก่อนจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายต่อไป ส่วนประเด็นที่ทางชายคนดังกล่าวมีการข่มขู่ว่าเป็นทหารนั้น อยู่ในระหว่างตรวจสอบว่า เป็นทหารจริงหรือทหารเท็จอย่างไร



ในขณะที่นางวิว (ขอสงวนชื่อจริง) เพื่อนบ้านที่เป็นผู้ร้องเรียนและมีปัญหากับชายคนดังกล่าว เปิดเผยกับทีมข่าวหลังจากเจ้าหน้าที่กลับไปหมดแล้ว ว่าตัวเองก็ยังไม่มั่นใจในความปลอดภัยว่าหลังจากนี้ชายคนดังกล่าวจะระงับสติอารมณ์ตัวเองได้จริงหรือไม่ แต่ก็อยากให้โอกาสเขาพิสูจน์ตัวเองตัวเองเหมือนกัน เพราะเพื่อนบ้านทุกคนก็อยากอยู่กันอย่างสงบสุขไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน

แต่สิ่งที่กังวลก็คือว่าสาเหตุที่เค้าอาละวาดเป็นแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้น เพราะอาการมึนเมาจากการดื่มสุราแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะเวลาปกติเค้าไม่ดื่มเหล้าเค้าก็เคยอาละวาดกับเพื่อนบ้านมาแล้ว เลยไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป

นอกจากนั้น ทีมข่าวยังสังเกตุเห็นอีกด้วยว่าบ้านของชายผู้ก่อเหตุอาละวาดนั้น มีต้นกระท่อมและต้นกัญชาปลูกอยู่หน้าบ้าน ซึ่งมีช่วงจังหวะหนึ่งที่พี่ชายเจ้าของบ้านอ้างว่าบางครั้งตัวเองก็เคยนำไปกัญชามาต้มกิน และบริเวณตัวหน้าบ้านยังพบขวดเหล้าขาวอยู่อีกด้วย ซึ่งน่าจะเป็นเหล้าที่ชายผู้ก่อเหตุมักดื่มกินจนเมาแล้วอาละวาดเพื่อนบ้าน

ทีมข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับทาง นางวรางคณา อายุ 62 ปี เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้กับบ้านของชายคนก่อเหตุ เปิดเผยว่า ชายคนนี้ย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ได้ประมาณ 3 ปี เริ่มสร้างความวุ่นวายให้กับเพื่อนบ้านตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้ามา เพราะวันแรกที่ย้ายเข้ามาก็กินเหล้าเมาส่งเสียงดังแต่ตอนนั้นเพื่อนบ้านก็ต่างให้อภัย เพราะเข้าใจว่าเป็นวันแรกที่มีการเลี้ยงฉลองเข้าบ้านใหม่แต่ปรากฏว่าอยู่มาเรื่อย ๆ ก็ยิ่งอาละวาดมาเรื่อยเรื่อยจนถึงทุกวันนี้

ก่อนที่ทางคู่กรณีจะย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้าน ปรากฏว่าทุกคนก็อยู่กันอย่างสงบไม่เคยมีปัญหาเรื่องทะเลาะวิวาทหรือส่งเสียงดังแม้แต่หลังเดียว จนทางฝั่งคู่กรณีได้ย้ายเข้ามาอยู่ก็เริ่มมีปัญหา จนมีการทะเลาะวิวาทกับเพื่อนบ้านโดยรอบ ลักษณะนิสัยของบ้านหลังดังกล่าวมักมักจะพูดจาเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้าน ตลอดจนมีการนั่งดื่มสังสรรค์อยู่ภายในบ้านเมื่อมีอาการเมาก็จะพูดจาหยาบคายตะโกนพูดคุยกันภายในบ้านจนชาวบ้านในพื้นที่รู้สึกรำคาญ



อย่างตนเองก็เคยเจอเหตุการณ์โดยตรง คือ ตนไปขออนุญาติโครงการขอพื้นที่ประมาณ 1 คืบ ปลูกใบกระเพราตรงพื้นทีส่วนกลาง และให้ชาวบ้านคนอื่นมาเก็บไปกินได้ จากนั้นคู่กรณีเห็นก็ไปซื้อม้าหินอ่อนมาไว้ตรงพื้นที่ส่วนกลางบ้าง ตัวเองเห็นจึงไปบอกโครงการให้เอาออก เพราะกลัวว่าคู่กรณีจะมานั่งกินเหล้าแล้วส่งเสียงดัง จากนั้นโครงการก็มาบอกให้คู่กรณีเอาม้าหินอ่อนออก คู่กรณีก็บอกว่าซื้อให้โครงการเพื่อเป็นส่วนรวมและจะไม่เอาออก โครงการจึงย้ายม้าหินอ่อนไปไว้ตรงพื้นอื่น

อีกทั้งเขาเองยังมีการเลี้ยงแมว จำนวน 2 ตัว และมักจะปล่อยให้แมวของเขาออกมาวิ่งข้างนอก เข้าออกบ้านคนอื่น สร้างความเสียหายไม่ว่าจะเป็นรถ หรือเฟอนิเจอร์ของเพื่อนบ้าน บางหลัง ก่อนออกจากบ้านและมีการทำความสะอาดและกวาดถูไว้อย่างดี แต่ปรากฏว่าพอกลับบ้านมาครบร่องรอยของฉี่แมว รวมไปถึงคราบดินจากแมวของเขา

ขณะที่บ้านที่ได้รับความเสียหายเข้าไปพูดคุย ปรากฏว่าเขาเองกลับไม่พอใจและพูดจาลักษณะข่มขู่และพูดกร่าง ประมาณว่า “แล้วจะเอายังไง เสียหายเท่าไหร่ บอกมาจะจ่ายให้” โดยเป็นการพูดด้วยวาจาที่ข่มขู่ ท่าทางที่กร่าง จนทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ไม่อยากจะเข้าไปพูดคุยและยุ่งเกี่ยว แม้ว่าจะมีการร้องเรียนไปยังนิติบุคคลรวมไปถึงโครงการของหมู่บ้าน ตลอดจนทางตำรวจ แต่ปรากฏว่าไม่สามารถคุยหรือไกล่เกลี่ยกับเขาได้ จนทำให้เขาเองรู้สึกได้ใจและฮึกเหิมกว่าเดิม ชาวบ้านเองเลยรู้สึกท้อกับสิ่งที่เกิดขึ้น พยายามร้องเรียนไปหลายงานแต่ก็ไม่มีใครสามารถทำอะไรได้

นางวรางคณา ยอมรับหวาดกลัวและรำคาญกับสิ่งที่เกิดขึ้น ถึงขั้นที่บ้านหลายหลังมี มีการปรึกษาและพูดคุยว่าหากในอนาคต ไม่สามารถหาทางออกได้จริง ก็คงตัดสินใจขายบ้านย้ายออกไปอยู่ที่บริเวณอื่น

พฤติกรรมที่อยากให้มีการแก้ไข คือการเมาแล้วกร่างพูดจาเสียงดัง หยาบคาย รวมไปถึงปล่อยสัตว์เลี้ยงออกมาด้านนอก ตลอดจนมีการจอดรถในพื้นที่ต้องห้าม สร้างความเดือดร้อน ทั้งที่บางครั้งอยากให้คุยกันด้วยดี แต่เขากลับพูดจาหยาบคาย บาวครั้ง รปภ. มาเคลียร์ แต่กลับโดนข่มขู่ นิติก็ไม่กล้าคุย ที่ผ่านมาชาวบ้านได้มีการแจ้งไปที่ สภ.บางใหญ่ มาแล้วประมาณ 9 ครั้ง ซึ่งก็ยังไม่สามารถจะทำอะไรเขาได้ มองเป็นปัญหาโลกแตกแต่ก็อยากให้มีการคลี่คลายสิ่งที่เกิดขึ้น

กรรชัยไม่ทน บุกเคลียร์ เสธ. ซ่า เจอตัวจริงไหว้แทบตัก บอกเสเพลอย่ายัดคุก