จากกรณีนักแสดงหนุ่ม "โอ๊ตมีล" เป็นนักแสดงสังกัดบริษัทหนึ่ง ออกมาโพสต์คลิประบาย ขอความช่วยเหลือจากสื่อผ่านช่องทาง TikTok ของตัวเอง ว่า "ผมทนไม่ได้แล้วครับ ไร้ความรับผิดชอบ ไร้จรรยาบรรณ โคตรเสียใจเลยครับทุกคน" หลังเดินทางไปตัดผมแต่กลับถูกตัดพลาดไปโดนหู แต่ทางร้านกลับไม่แสดงความรับผิดชอบ จนเวลาล่วงเลยมา 1 เดือน หลังจากทางช่างจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แล้ว 15,375 บาท และไม่มีการรับผิดชอบอะไรเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังได้มีการเจรจาไปแล้ว 1 ครั้ง ช่างตัดผมไม่ให้ค่าสินไหมใด ๆ ทดแทน



โอ๊ตมีล ร้องตำรวจทองหล่อ ขอความเป็นธรรมดำเนินคดีช่างตัดผม ทำตนหูแหว่ง หมดอนาคต

ล่าสุด (6 พฤจิกายน 2566 ) นายณัฐพงษ์ คัดทะจันทร์ หรือ โอ๊ตมีล ดารานักแสดงวัยรุ่นหนุ่มจากซีรีย์วาย พร้อม น.ส.มนธิรา สองเมือง ทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับทางช่างตัดผมย่านทองหล่อ ที่ทำให้ตน บาดเจ็บบริเวณใบหูด้านขวามีลักษณะแหว่ง เสียโฉม และที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการเยียวยาชดใช้ใด ๆ

โดยโอ๊ตมีล ระบุว่า ในวันนี้ที่ตนเองต้องเดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กับทางตำรวจ เนื่องจากตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ตนเองยอมถอยให้กับช่างตัดผมรายนี้ ถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกหลังเกิดเรื่องคู่กรณีได้มีการจ่ายค่ารักษาพยาบาลกับทางโรงพยาบาลในจำนวนเงิน 15,375 บาท ตนเองได้มีการขอค่าสินไหมเยียวยา เนื่องจากหลังเกิดเรื่องตนเองต้องรับการรักษาและใบหูมีแผลในลักษณะแหว่ง ทำให้ไม่สามารถรับงานได้ แต่ทางผู้ก่อเหตุกลับบอกว่า จำนวนเงินที่จ่ายค่ารักษาไปกว่า 15,000 บาทนั้น ถือว่าเป็นการชดใช้แล้วและไม่สามารถชดใช้สินไหมตามที่มีการร้องขอได้ เพราะตนเองไปตัดผมฟรี ตามที่ทางร้านเป็นสปอนเซอร์ให้กับทางค่ายไม่ใช่การเสียเงินตัดแบบปกติ



จนในเวลาต่อมาทางต้นสังกัดของตนเองกับทางร้านได้มาเป็นตัวกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ยกันอีกครั้ง จนมีข้อสรุปว่าจะมีการไปทำบัตรกดเงินสดของธนาคารแห่งหนึ่ง และให้ทำประกันอุบัติเหตุกับทางบัตร ซึ่งจะต้องจ่ายเงินในจำนวน 1,599 บาท ซึ่งตนเองก็ยอมถอยเป็นครั้งที่สอง เพราะต้องการให้เรื่องมันจบ แต่เมื่อรอมาจนครบกำหนดที่ทางคู่กรณีจะต้องเป็นคนจ่ายเงินจำนวน ดังกล่าว ทางคู่กรณีกลับไม่ยอมจ่ายและเงียบหาย ในวันนี้จึงต้องตัดสินใจเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินการทางคดีให้ถึงที่สุด

ด้าน น.ส.มนธิรา ทนายความ ระบุว่า การดำเนินคดีในวันนี้จะเป็นการ แจ้งความตามข้อกล่าวหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ซึ่งในส่วนของการเรียกร้องเงินเยียวยา จะว่ากันไปตามข้อเท็จจริง คือ ในเรื่องของการดูแลบาดแผลรวมถึงการศัลยกรรมตกแต่งให้สามารถกลับไปเป็นปกติ สามารถรับงานในวงการบันเทิงได้ เนื่องจากผู้เสียหายเป็นดาราวัยรุ่นยังมีอนาคตในวงการบันเทิงอีก และรูปลักษณ์หน้าตารวมถึงแผลเป็นอาจเป็นอุปสรรคในการรับงานได้



เพราะจากการพูดคุยทำให้ทราบว่าหลังเกิดเรื่องได้มีการไปทดสอบหน้ากล้องของงานโฆษณาแห่งหนึ่งก็ถูกปฏิเสธกลับมา โดยสาเหตุว่ามีบาดแผลอยู่ที่บริเวณใบหู ดังนั้นการดำเนินการทางคดีจะเรียกร้องขอให้ทางผู้ก่อเหตุชดใช้เงินในการดูแลบาดแผลไปจนเสร็จสมบูรณ์ รวมถึงจะมีการเรียกร้องค่าเยียวยาเล็กน้อยตามความเหมาะสม

ซึ่งการดำเนินคดีในครั้งนี้แต่ยังไม่มีมีการดำเนินดำเนินการในทางแพ่งจะขอดูการเจรจาหรือการดำเนินคดีในชั้นอาญาก่อน ซึ่งจากการพูดคุยกับทางผู้เสียหาย ก็พร้อมที่จะยุตติเรื่องหากคู่กรณียินยอมตามข้อตกลงที่จะมีการเจรจากันต่อจากนี้ เพราะจากที่ตนเองดูก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่บานปลายอะไรถ้าการเจรจาสามารถคุยกันได้

ช่างผมเปิดใจ ตัดหูลูกค้าแหว่งเป็นอุบัติเหตุ

ทีมข่าวช่อง 8 ได้เดินทางมาร้านที่เกิดเหตุ มีลักษณะห้องกระจกสีขาว ทีมข่าวได้พบกับพนักงานร้านท่านหหนึ่ง (เบลอหน้า) ทางร้าน ได้บอกกับทีมข่าวว่า ตอนนี้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายกำลังคุยหาข้อตกลงกันอยู่ ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยงดให้สัมภาษณ์ขอคุยกันภายในก่อน โดยตอนนี้ที่ร้านไม่มีใครให้ข้อมูลได้ หากผู้ใหญ่ได้บทสรุปอย่างไรจะแจ้งให้กับสื่อมวลชนทราบอีกที เเละทาง ร้านได้รับทราบเเล้วว่า ผู้เสียหายไปแจ้งความแล้ว ตอนนี้พนักงานที่ตัดผมไม่อยู่ที่ร้านกลับบ้านไปแล้ว โดยทางร้านนี้เป็นสปอนเซอร์ให้กับดาราหลายท่าน จึงมีดาราเข้ามาใช้บริการบ่อย

ต่อมาทีมข่าวได้โทรศัพท์หาช่างตัดผมคนก่อเหตุ (สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์) ได้พูดกับทีมข่าวสั้น ๆ ว่า ตอนนี้ตนได้บอบช้ำมากแล้ว เหมือนตนได้ตกเป็นจำเลยสังคม โดยสังคมตัดสินไปหมดแล้ว ในฐานะความเป็นช่างตน รู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ทำให้ตัวลูกค้าเจ็บ มันเป็นอุบัติเหตุ ส่วนในด้านของค่าชดเชยความเสียหายได้มีการตกลงกันก่อนหน้านี้แล้วอาจเป็นเพราะการสื่อสารที่ผิดพลาดตนยืนยันไม่ได้ปฎิเสธการชำระ ในส่วนของที่เป็นประเด็นข่าวที่เกิดขึ้นใหญ่โตตนมองว่าเกิดจาก ผู้เสียหายโพสต์ลงโซเชียล



ล่าสุด ทางทีมข่าวช่อง 8 ได้ติดต่อพูดคุยกับ นายคณาพศ หรือก้อง ช่างตัดผม คู่กรณี ของ “โอ๊ตมีล” พร้อมเผยถึงความรู้สึกต่อเหตุการณ์นี้ว่า มันเป็นอุบัติเหตุ และความผิดพลาดที่ตนไม่สามารถควบคุมได้ และขอเล่าว่าในวันนั้นน้องโอ๊ตมีลมากับเพื่อนนักแสดงอีก 3 ราย และน้องโอ๊ตมีลนั่งอยู่เก้าอี้ตรงกลาง และในระหว่างตัดผมนั้นน้องโอ๊ตมีลมีอาการนั่งไม่นิ่ง มีการหันไปคุยกับเพื่อนอยู่ตลอด

รวมทั้งยังก้มเล่นโทรศัพท์อีกด้วย ตนยังบอกให้นายโอ๊ตมีลระวังอยู่เลย จนมาเกิดเหตุดังกล่าวและในวันนั้นมีรุ่นน้องของตนอยู่ด้วย ที่จะสามารถเป็นพยานให้ตนได้ว่านายโอ๊ตมีล ค่อนข้างก้าวร้าวกับตน และตนก็ได้จ่ายค่ารักษาพยาบาล จำนวน 15,375 บาท แล้วเป็นที่เรียบร้อยเวลา

พร้อมหลังจากเกิดเรื่องราว ทางตนได้พูดคุยเจรจากับทางค่ายว่าจะรับผิดชอบดูแลในเรื่องค่าตัดไหม และการรักษาแผลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จนในตอนนี้ที่จากเรื่องที่เกิดขึ้น ตนยังสงสัยว่าตนไม่รับผิดชอบในส่วนไหน ซึ่งประเด็นที่ยังค้างคาอยู่ในขณะนี้ นั่นคือค่าประกัน 1,599 บาท ที่ทางค่ายเสนอให้เอง และในตอนนั้นตนยังทักท้วงไปว่าจะสามารถเคลมได้หรือไม่ เนื่องจากว่าเกิดอุบัติเหตุไปแล้ว
แต่สุดท้ายตนก็ยินดีที่จะรับผิดชอบ ซึ่งก็ตกลงกันว่าจะมีการจ่ายในวันที่ 16 ตุลาคม แต่ที่ตนไม่ได้จ่ายนั้นเพราะลืม ไม่ได้มีเจตนาที่จะไม่ปัดความรับผิดชอบ



หลังจากนั้นด้านน้องโอ๊ตมีล และทางค่ายก็ไม่ได้ติดต่อมา ว่าอยากให้รับผิดชอบตรงไหนเพิ่มเติม ส่วนในเรื่องที่ออกมาบอกว่าตนปัดรับผิดชอบ ไม่ตอบข้อความ ซึ่งตนยอมรับเพราะตนรับงานเยอะ ทำให้ข้อความมันไหลหรืออาจมองไม่เห็น อีกทั้งมองว่า หากสำคัญจริง ๆ ทำไมถึงไม่โทรมา ทำไมถึงกลับเอาเรื่องราวนี้ไปลงโซเชียล ทำให้ทางร้านและชื่อเสียงของตนเสียหาย ทั้ง ๆ ที่ตนนั้นตั้งใจดูแลลูกค้าทุกคนเป็นอย่างดีมาโดยตลอด

โดยเฉพาะนักแสดงและศิลปินกว่า 30 คน ทั้งสังกัดหรือก็คือเป็นสปอนเซอร์ให้ตลอด 15 ปี ตนอาจจะไม่ใช่ช่างที่เก่งที่สุด ฝีมือดีที่สุด แต่ตนเชื่อว่าตนเองนั้นดูแลและใส่ใจลูกค้าไม่แพ้ใครแน่นอน ตนสามารถการันตีได้จากถ้วยรางวัล และลูกค้าทุกคนที่มาที่มาใช้บริการที่ร้าน ตนเป็นเพียงแค่ช่างตัวเล็กๆคนหนึ่ง อยากจะถามน้องว่าต้องทำกันขนาดนี้เลยเหรอ ถ้าตนไม่รับผิดชอบจริง จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลทำไมตั้งแต่แรก อีกทั้งระหว่างเจรจาน้องโอ๊ตมีลยังขึ้นเสียงใส่ตนเลย



ส่วนประเด็นที่น้องโอ๊ตมีล อ้างว่าตนนั้นเคยพลาดแบบนี้มาแล้ว 2 ครั้ง และเขาเป็นหัวสาม ตนมองว่าจริง ๆ แล้วเรื่องนี้ไม่น่าพูด เพราะมันเป็นเรื่องของตน และไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย ยอมรับว่าเคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาแล้วจริง แต่เป็นความผิดพลาด ตั้งแต่ช่วงที่ตนเพิ่งมาเป็นช่างใหม่ ๆ

และตนให้เหตุผลกับน้องเค้าดี ๆ แต่ทำไมวันนี้สิ่งที่เขาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ ทำให้เป็นประเด็นทางสังคม เป็นขี้ปากชาวบ้าน ทำไมทำให้ ตนดูเหมือนเป็นคนร้ายจัง ทั้งที่ตนก็ดูแลศิลปินของทางค่ายมาโดยตลอด

ทั้งนี้ ในเรื่องของการรับผิดชอบตนได้แจ้งไปตั้งแต่แรกแล้วว่ายินดี แต่อีกฝ่ายก็เลือกที่จะเงียบ ไม่มีการติดต่อกลับมา ตนเองเลยตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงไม่ติดต่อมาแต่เลือกที่จะอัดคลิปลงโซเชียลและโจมตีให้คนมองว่าตนเองเป็นคนไม่ดี ต้องการอะไรก็แค่บอกมาตามตรง ที่สำคัญที่สุดเลิกทำแบบนี้เถอะ กว่าตนเองจะก้าวมาถึงจุดนี้ได้ ตนเองใช้เวลาและแรงเยอะมาก ตนเองไปประกวดจนได้แชมป์มา
ตอนนี้ร้านของตนเองกำลังมีปัญหา โดนโจมตีจากทุกคน ทำไมถึงทำกับตนเองแบบนี้ สุดท้ายนี้ตนเองยืนยันว่าใส่ใจและดูแลลูกค้าทุกคน อย่าตัดสินจากข่าว เพราะถ้าหากว่าตัดสินตนเองไปแล้วคนที่เดือดร้อนคือทีมงานที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้เลย

อย่างไรก็ตามกล้องวงจรปิดที่ร้านไม่สามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้เนื่องจากความจำกล้องไม่เพียงพอ

 

ร้านตัดผมโต้ทั้งน้ำตา ทำดาราหนุ่มหูแหว่ง แจงนั่งไม่นิ่ง เจ้าตัวงงขอชดใช้แค่ 1.5 หมื่น