"ชัชชาติ" จับมือ ททท. ส่งเสริมการท่องเที่ยวกรุงเทพฯ ตั้งเป้าเมืองท่องเที่ยวอันดับ 1 ของโลก เตรียมจัดเทศกาลทุกเดือน

 

วันที่ 29 มิ.ย.65 ที่ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมหารือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ถึงแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยมี น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. เข้าร่วมประชุมด้วย

นายชัชชาติกล่าวว่า ภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่กรุงเทพฯ มีมูลค่าถึง 8 แสนล้านบาท ในปี 2562 ซึ่งเป็นภาคส่วนสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจให้กับกรุงเทพฯ เพื่อให้สภาพเศรษฐกิจดีขึ้น จึงได้จัดตั้งคณะทำงานร่วมกันกับทาง ททท. เพื่อทำงานกันอย่างใกล้ชิด ซึ่งทาง กทม.เป็นผู้อำนวยความสะดวก ดูแลเรื่องโครงสร้างพื้นฐานเรื่องความปลอดภัย อำนวยความสะดวกห้องน้ำสาธารณะ ป้ายบอกทาง สาธารณูปโภค แต่ ททท.จะเข้าใจเรื่องการท่องเที่ยวมากกว่า

นายชัชชาติกล่าวว่า หลายเรื่องที่ ททท.ทำ มีความสอดคล้องกับ 216 นโยบาย ที่ตั้งไว้ เช่น อัตลักษณ์ของย่านทั้ง 50 เขตในกรุงเทพฯ การทำ 12 เทศกาล ซึ่งในแต่ละเดือนอาจจะมีมากกว่า 1 เทศกาล เช่น แข่งเรือยาว เทศกาลดอกไม้ หนังกลางแปลง งานคราฟต์ เป็นต้น ขณะที่ ททท. ก็มีการจัดเทศกาลหลายอย่าง เช่น อะเมซิ่งไทยแลนด์มาราธอน (Amazing Thailand Marathon) ซึ่งอาจเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกได้

"การจัดอะเมซิ่งไทยแลนด์มาราธอน เป็นปรากฏการณ์ระดับโลกได้เลย อยู่ในระดับบอสตันมาราธอน นิวยอร์ก มาราธอน ให้อยู่ในปฏิทินที่คนต้องมา" นายชัชชาติกล่าว และเสริมว่า จะนำซอฟต์เพาเวอร์ ที่เรามี เรื่องเสน่ห์อาหาร ความมีน้ำใจ ประสานกับการวางแผน ยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน เชื่อว่ากรุงเทพฯ จะกลับมาเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับ 1 ของโลก และมีคุณภาพ รวมทั้งสร้างรายได้ให้กับคนไทย การท่องเที่ยว เป็นสิ่งสำคัญที่จะผลักดันเศรษฐกิจให้กลับคืนมา กรุงเทพฯ จะพัฒนาได้ โดยต้องอาศัยร่วมมือกับทุกภาคส่วน

ผู้สื่อข่าวยังถามว่า จะมีเทศกาลร่วมกันจัดเร็วนี้หรือไม่ ซึ่งนายชัชชาติกล่าวว่า มีเทศกาลภาพยนตร์ในเดือนกรกฎาคมนี้ เทศกาลงานคราฟต์ ที่มีฐานข้อมูลหัตถกรรมแต่ละพื้นที่อยู่แล้ว การแข่งเรือยาวในเดือนตุลาคม ซึ่งอาจจะเชิญฮ่องกง สิงคโปร์ มาร่วมด้วย ทั้งนี้ กิจกรรมต่างๆ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความสนุกให้กับคนกรุงเทพฯ และผู้มาเยือน

นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงการผลักดันเรื่องคลองเวนิสตะวันออก ตามที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าฯ กทม. เคยทำไว้ ซึ่งอาจจะขยายผลไปยังคลองแสนแสบ คลองภาษีเจริญ อีกทั้งยังมีเรื่องแบรนดิ้งกรุงเทพฯ ให้สอดคล้องกับความต้องการทั่วโลก ซึ่งจะมีสื่อหลายรูปแบบเจาะกลุ่มตลาดหลายเซ็กเมนต์

ขณะที่เขามองว่า ในช่วงแรกต้องเน้นลูกค้าในประเทศ เป็นตัวสำคัญในการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย การท่องเที่ยวเป็นตัวสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับคืนมา ต้องทำอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งเป้าหมายให้ชัด มีความก้าวหน้า มีแผนปฏิบัติการออกมา

"นอกจากนี้ มีตลาดหลายที่เปลี่ยนไป อย่างอินเดียที่มาแรงมาก จะมีคอนเทนต์อย่างไร ให้สอดคล้องกับความต้องการนักท่องเที่ยวอินเดีย กรุงเทพฯ พัฒนาได้ ไม่ใช่ กทม.เป็นคนทำ แต่ต้องร่วมมือกับทุกภาคส่วน การท่องเที่ยวเป็นเซ็กเมนต์ใหญ่ของเอกชน ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ซับพลายเชนลงลึกมาก ไปจนถึง รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แท็กซี่ สามล้อ ถ้าจะให้เศรษฐกิจกลับมาต้องให้ท่องเที่ยวกลับมา ทำให้เราฟื้นได้เร็วขึ้น" นายชัชชาติกล่าว