จากกรณีบริเวณสามแยกไฟแดงตลาดสุวินทวงศ์ ต.คลองอุดมชลจร อ.เมืองฉะเชิงเทรา เมื่อช่วงเย็นของวันนี้ ( 27 พ.ย.66 ) มีหญิงสาววัย 25 ปี ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.อรวรรณ กระโดดหนีออกมาจากรถยนต์เก๋งสีขาว ที่กำลังจะเคลื่อนตัวออกจากแยกไฟแดง

เมื่อ น.ส.อรวรรณ ลุกขึ้นมาได้ จึงรีบวิ่งและตะโกน ขอความช่วยเหลือ พ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ภายในตลาดสุวินทวงศ์ โดยมีผู้หญิงและสาวประเภท 2 ได้วิ่งตามอย่างไม่ลดละ ก่อน น.ส.อรวรรณ จะไปหยุดอยู่ที่ร้านข้าวมันไก่ในตลาด ก่อนจะมีการโต้เถียงกันอีกครั้ง ซึ่งชาวบ้านได้ช่วยกันแจ้งให้ตำรวจสายตรวจตำบลคลองอุดมชลจร สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เข้ามาระงับเหตุ ก่อนจะพาทั้ง 2 เข้าไปพูดคุยสอบถามถึงรายละเอียดที่เกิดขึ้น

ทีมข่าวช่อง 8 เดินทางมายัง ร้านโทรศัพท์มือถือที่ทางด้าน น.ส.อรวรรณ เป็นผู้ทำงานที่ห้างสรรพสินค้าแห้งหนึ่งโดยจะเห็นได้ว่าทางร้านกำลังนั่งนับจำนวนสินค้านับสต๊อกที่เสียหาย ที่ถูกพนักงานรายหนึ่งได้แอบยักยอกนำสินค้าไปติดและขายให้กับลูกค้า โดยสินค้าดังกล่าวนั้นเป็นสินค้าที่ทางร้านมีการนับจำนวนเอาไว้ ที่เป็นสินค้าพร้อมจำหน่ายให้กับลูกค้า แต่เมื่อตรวจสอบดูแล้วนั้นฟิล์มกระจกกันรอย กว่า 175 ชิ้น ไม่มีสินค้าอยู่ภายใน และเคสโทรศัพท์มือถือมือถือหายไปกว่า 200 ชิ้น มูลค่ารวมกว่า 56,250 บาท

นายเกียรติชัย เจ้าหน้าที่ตรวจนับสต๊อกสาขา ได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ตนเองเป็นเจ้าหน้าที่ในการนับจำนวนสินค้าของแต่ละสาขาโดยร้านโทรศัพท์นี้มีสาขาประมาณกว่า 30 ร้านทั่วประเทศ โดยเจ้าของร้านเจ้าของบริษัทนั้นก็ได้ส่งให้ตนเองเข้ามาตรวจนับจำนวนสินค้าภายในร้านแห่งนี้เนื่องจากรู้สึกว่ายอดขายของทางร้านลดลงและมีความผิดปกติเกิดขึ้น

เมื่อตนเองมาตรวจสอบก็พบว่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการติดฟิล์มให้กับลูกค้านั้นที่เป็นสินค้าคงสต๊อกสินค้าใหม่เหลือเพียงกล่องเปล่าไม่มีฟิล์มกระจกของโทรศัพท์แต่ละรุ่นอยู่ภายในกล่องเลยเมื่อนับนับดูแล้วเกินกว่า 50 ถึง 100 ชิ้น ณ ตอนที่มาถึงร้าน จึงได้ถาม กับ น.ส.อรวรรณ เขาก็ได้บอกว่าสินค้าที่สั่งมาจากบริษัทเมื่อส่งมาแล้วบางกล่องก็ไม่มีสินค้าอยู่ภายใน สั่งมา 10-20 ชิ้นก็จะมีประมาณ 2-3 ชิ้นที่ไม่มีสินค้าภายในกล่อง

ตนเองจึงให้เขานั่งนับว่าจำนวนสินค้าที่ไม่มีฟิล์มกระจกอยู่ภายในกล่อง เขาก็นับได้ เรื่อยๆ เกินกว่า 50 กล่อง เขาก็บอกว่า หนูยอมแล้วค่ะ พี่จะพาหนูไปไหน จะพาไปโรงพักก็ได้

ซึ่งตนเองก็ได้บอกไปตั้งแต่ต้นแล้วว่าเดี๋ยวจะพาไปที่สถานีตำรวจใกล้บ้านของเจ้าของร้านซึ่งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ในระหว่างทางนั้นก็เดินทางไปเรื่อยเรื่อย เมื่อไปถึงสี่แยกดังกล่าวเขาก็ได้เปิดประตูรถออกและกระโดดลงรถวิ่งเข้าไปในตลาด

ส่วนกรณีที่น.ส.อรวรรณ อ้างว่า พวกตนเคยอุ้มพนักงานที่ร้านไปทำร้ายมาก่อน ตนยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ตนก็ไม่รู้ว่าเขาไปเอาเรื่องนี้มาจากไหน แต่ยืนยันว่าไม่เคยทำพฤติกรรมแบบนั้นแน่นอน

ลูกจ้างโดดรถหนีตายกลางแยกอ้างถูกอุ้มไปซ้อม นายจ้างแฉกลับหนังคนละม้วน