BTS ประกาศชัด ไม่ทอดทิ้งผู้โดยสาร แม้ต้องแบกภาระหนี้ที่ กทม. ไม่จ่ายค่าจ้างเดินรถติดต่อกัน 3 ปี ของส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือ-ใต้

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการบริหารบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) มี นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบรรษัทภิบาลฯ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ได้ประกาศชัดว่า จะเดินรถไฟฟ้า BTS ส่วนต่อขยายต่อไป โดยไม่ทิ้งผู้โดยสารไว้ข้างหลัง แม้จะได้รับผลกระทบจากการเดินรถโดยไม่ได้รับค่าจ้าง 8,000 ล้านบาทจากกรุงเทพมหานคร ก็ตาม นับตั้งแต่เปิดให้บริการเดินรถ ได้แก่

1.ส่วนต่อขยายสายสีเขียวใต้ (แบริ่ง-สำโรง)
2.ส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือ (หมอชิต-คูคต) ที่เปิดเดินรถแล้ว 9 สถานี ตั้งแต่หมอชิต-วัดพระศรีมหาธาตุ นับตั้งแต่ วันที่ 9 สิงหาคม 2562
3. ส่วนต่อขยาย สายสีลม สะพานตากสิน-วงเวียนใหญ่-บางหว้า
และ 4.ส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท ช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง

BTS มองว่า ยังพอรับภาวะหนี้ได้ ทั้งหุ้นกู้ กองทุน สถาบันการเงินเจ้าหนี้ อีกทั้ง ได้สอบถามผู้ถือหุ้นแล้ว ยืนยัน ยังรอ กทม. หาเงินมาจ่ายค่าจ้าง หรือ เร่งขยายสัมปทานเดินรถไฟฟ้า แลกภาระหนี้ซึ่งสามารถนำรายได้จากอนาคตมาใช้ก่อน

นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า ล่าสุดพอเห็นความเคลื่อนไหว คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ได้รับทราบในหลักการถึงผลเจรจาระหว่างกระทรวงมหาดไทย โดย กทม. กับ บริษัทระบบรถไฟฟ้ากรุงเทพจำกัด (มหาชน) หรือ BTSC กรณีขยายสัมปทานเดินรถ สายสีเขียว ทั้งระบบ แลกกับเอกชนรับภาระหนี้วงเงิน 1 แสนล้านบาทแทนรัฐ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรางการคลังเสนอ แม้จะมีเสียงคัดค้านจากกระทรวงคมนาคมก็ตาม

สำหรับภาระหนี้ที่ กทม. ค้างชำระ ได้แก่ ค่าเดินรถส่วนต่อขยาย 8,000 ล้านบาท ค่าติดตั้งงานระบบอาณัติสัญญาณ 20,000 ล้านบาท และ ค่างานโยธาที่กทม.รับโอนจาก การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) 60,000ล้านบาท จากส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือและใต้ เป็นต้น