ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาชิงทองร้านออโรร่า ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยผู้ต้องหาอ้างว่า ทองคำที่หายไป 57 บาท ฝากเพื่อนนำไปหลอม และใช้หนี้ยาเสพติดแล้ว ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผล

ตำรวจนครบาลบางพลัด คุมตัวนายอัศวิน ผู้ต้องหาใช้ปืนจี้ชิงทองจากร้านทองออโรร่า ได้ทองไป 179 บาท ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังตำรวจสืบสวนนครบาล 7 บุกเข้าจับกุมได้ที่ห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านนนทบุรี เมื่อวานนี้ พร้อมยึดทองรูปพรรณคืนประมาณ 97 บาท จากทั้งหมด 155 บาท เงินสด 13,000 บาท อาวุธปืนจริง ขนาด 11 มม. 1 กระบอก ปืนปลอม 1 กระบอก รถจักรยานยนต์ 1 คัน และเสื้อผ้าที่ใส่วันก่อเหตุ

การทำแผนใน 2 จุด จุดแรก เป็นจุดที่นายอัศวิน ขับรถจักรยานยนต์ มาดูลาดเลาก่อนลงมือ 1 วัน และจุดที่ 2 ร้านชาบูในห้าง ซึ่งนายอัศวินมาดูลาดเลาก่อนก่อเหตุ และจุดสุดท้าย บริเวณร้านทองที่นายอัศวิน ใช้ปืนจี้ชิงทอง 179 บาท พร้อมเงิน 4 หมื่นบาท ก่อนหลบหนี ซึ่งผู้ต้องหา รับสารภาพว่า ก่อเหตุเพียงคนเดียว โดยใช้ปืนบีบีกัน เป็นอาวุธมาก่อเหตุ เพราะต้องการเงินไปใช้หนี้ และซื้อยาเสพติด

พลตำรวจโทสุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลติดตามทองคำ ที่หายไปอีก 50 บาท โดยผู้ต้องหาอ้างว่า นำทองไปหลอม และใช้หนี้ยาเสพติดแล้ว ซึ่งตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ ส่วนเพื่อนอีก 5 คน ที่อยู่ในห้องกับผู้ต้องหา ขณะตำรวจเข้าจับกุม ตอนนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนว่า มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่

สำหรับนายอัศวิน พบประวัติเคยต้องโทษ คดีร่วมกันลักทรัพย์นายจ้างในเวลากลางคืน ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เมื่อปี 2556 และเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ถูกตำรวจจังหวัดชุมพรจับกุม ข้อหาครอบครองยาเสพติด เพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่าย อยู่ระหว่างประกันตัวออกมาสู้คดี ก่อนมาก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

คุมคนร้ายชิงทองทำแผน อ้างใช้หนี้-ซื้อยาเสพติด