ตำรวจสุราษฎร์ธานีออกหมายจับ 2 ผู้ต้องหา ขบวนการส่งยาบ้าถึงคนตาย พร้อมคุมตัวเจ้าของเบอร์โทรศัพท์ปลายทาง สอบปากคำเครียด พร้อมเตรียมขยายผลเนื่องจากเชื่อว่าก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง

จากกรณีที่ชาวบ้านในพื้นที่ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ต้องแตกตื่น หลังมีพนักงานส่งพัสดุของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง มาส่งพัสดุกล่องใหญ่ ให้กับนายเฉลิม นิลวรรณ ซึ่งเป็นชาวบ้านในหมู่บ้าน แต่นายเฉลิม เสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 2555 เรียกว่า ตายไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ซึ่งผู้ใหญ่บ้าน ก็พยายามโทรกลับไปที่เบอร์ผู้ส่งตามหน้ากล่องพัสดุ แต่ไม่มีคนรับสาย

ญาติของนายเฉลิม และผู้ใหญ่บ้าน จึงขอให้พนักงานส่งพัสดุเปิดดูว่า ข้างในกล่องมีอะไร ปรากฏว่า เปิดออกมา พบห่อสีเหลือง ประทับตรา 999 จำนวนมาก ทุกคนมั่นใจว่า เป็นยาเสพติดอย่างแน่นอน จึงแจ้งตำรวจ และนายอำเภอเข้าตรวจสอบพบมี และเป็นยาบ้าจริงๆ ทั้งหมด 4 หมื่นเม็ด

เมื่อตรวจสอบข้อมูลพบว่า พัสดุดังกล่าว ส่งโดยนางสาวอารยา โดยใช้บริการบริษัทขนส่งเอกชนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่สายไหม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2562 เวลา 15.33 น. ก่อนที่พัสดุจะส่งไปถึงปลายทาง วันที่ 8 กรกฏาคม เวลา 10.28 น.

ชุดสืบสวน เชื่อว่า ขบวนการนี้น่าจะทำมาแล้วหลายครั้ง แต่ทุกครั้งคงจะมีการติดต่อรับส่งพัสดุกันได้ จึงไม่มีใครทราบเรื่องที่เกิดขึ้น

ล่าสุด พลตำรวจตรีอภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี สั่งให้ชุดสืบสวน ไปขอภาพวงจรปิดจากร้านรับส่งพัสดุเอกชน ในพื้นที่สายไหม กรุงเทพมหานคร

และพบว่า ช่วงเวลาดังกล่าว มีบุคคล เข้ามาส่งพัสดุจริง จนนำมาสู่การขออำนาจศาลออกหมายจับ เป็นชาย 1 คน หญิง 1 คน ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดประเภท1(ยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัว โดยเชื่อว่า ขบวนการนี้ น่าจะเป็นเพียงผู้ค้ารายย่อย ที่สั่งยาบ้ามาจำหน่ายให้ชาวบ้าน และวัยรุ่นในพื้นที่เท่านั้น

ข้อมูลการสืบสวนยังพบว่า มีการส่งยาบ้าผ่านบริษัทขนส่งเอกชน มาแล้วหลายครั้ง ขณะนี้ได้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข้อมูล เพื่อขยายผลจับกุมขบวนการเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ยังมีรายงานด้วยว่า ชุดสืบสวนได้เข้าควบคุมตัวเจ้าของเบอร์โทรศัพท์ ที่ถูกระบุเป็นผู้รับพัสดุ พบว่า เป็นชาวบ้านในพื้นที่อำเภอท่าชนะ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำ

ขณะเดียวกัน มีข้อมูลจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า พฤติการณ์ของผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยเวลานี้เปลี่ยนไปมาก โดยมักเลือกใช้ระบบขนส่งไปรษณีย์ และบริษัทขนส่งเอกชน ในการส่งยาเสพติด เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้น และจับกุม

ผู้ประกอบการก็เริ่มไหวตัวทัน เพิ่มความเข้มงวดในการกำหนดสิ่งของต้องในการส่งพัสดุ โดยกำหนดสิ่งที่ห้ามส่งประกอบไปด้วย สิ่งมีชีวิต สิ่งเสพติด วัตถุอนาจาร  วัตถุระเบิด ธนบัตร สิ่งโสโครก มีพิษ และสิ่งของลอกเลียนแบบ

เมื่อเข้าเครื่องแสกน หรือตรวจพบ หากเป็นยาเสพติด จะถือเป็นความผิดฐานจำหน่าย โทษจำคุกตลอดชีวิต ปรับ 1-5 ล้านบาท หรือประหารชีวิต หากเป็นสิ่งของต้องห้ามที่ไปรษณีย์กำหนด มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับ 8 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แต่ต้องยอมรับว่า บริษัทขนส่งเอกชน ยังไม่มีเครื่องเอ็กซเรย์ตรวจสิ่งของภายในกล่อง จนกลายเป็นช่องว่างให้ขบวนการค้ายาเสพติดเลือกใช้บริการมากขึ้น