หนุ่มนักศึกษาปริญญาโท เจ้าของบ้าน ที่ใช้แขนล็อกคอคนร้ายเสียชีวิต หลังพบบุกเข้ามาลักทรัพย์ แล้วแอบนอนหลับในห้องนอน เข้าพบตำรวจเพื่อรับทราบ "ฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา" ยืนยัน มีการต่อสู้กัน และมีการใช้กระทะตี เพื่อป้องกันตัว แต่ไม่สามารถทำอะไรคนร้าย จึงได้ใช้แขนล็อกคอคนร้ายไว้ จนแน่นิ่งไป

เจ้าของบ้าน ล็อกคอคนร้ายดับ เข้าพบตำรวจรับทราบข้อกล่าวหา

จากเหตุการณ์ที่คนร้าย บุกเข้าไปลักทรัพย์ในบ้านพักหลังหนึ่ง ภายในซอยงามวงศ์วาน 17 จังหวัดนนทบุรี แต่ถูกเจ้าของบ้านมาพบ ขณะนอนใจเย็นอยู่ในห้องนอน และมีการต่อสู้กัน คนร้ายพลาดท่าถูกเจ้าของบ้านใช้แขนล็อกคอไว้ จนคนร้ายแน่นิ่งเสียชีวิต เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ล่าสุดช่วงเย็นวานนี้ (2 ธ.ค.) นายทรงวุฒิ ปุณณรัตน์กุล อายุ 23 ปี นักศึกษาปริญญาโท พร้อมด้วย นายสหรัฐ ปุณณรัตน์กุล อายุ 56 ปี พ่อลูกกัน ได้เดินทางมาพบ พนักงานสอบสวนภูธรมืองนนทบุรีเพื่อสอบสวนเพิ่มเติม และ รับทราบข้อกล่าวหา "ฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา"

นายสหรัฐ (พ่อ) ยืนว่า วันเกิดเหตุมีการใช้กระทะตีจริง แต่ไม่ถึงกับให้คนร้ายเสียชีวิต เนื่องจากขณะเกิดเหตุลูกชาย ได้ต่อสู้กับคนร้ายและจับคนร้ายกดไว้ แต่คนร้ายไม่ยอมแพ้ ลูกชายจึงต้องกดคาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้าย ลุกขึ้นมาทำอันตราย เพราะคนร้ายมีมีด ขณะที่ลูกชาย ก็เพิ่งไปหาหมอมา มีแผลเต็มตัว ตอนนี้ปลอดภัยดี

ด้าน ตำรวจ ระบุว่า จากการสอบสวนเจ้าของบ้าน พบว่า มีการต่อสู้กัน และ มีการใช้กระทะตีเพื่อป้องกันตัว แต่ไม่สามารถทำอะไรคนร้ายได้ จากนั้นได้มีการกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่พักใหญ่ เจ้าของบ้านได้ใช้แขนล็อกตัวคนร้ายไว้ จนแน่นิ่งไป

เบื้องต้น แพทย์ชันสูตร ว่า คนร้ายเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ ซึ่งต้องรอผลการผ่าพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง

ทนาย ยันเจ้าของบ้าน ล็อกคอโจรเสียชีวิต ไม่ต้องรับโทษ หากป้องกันตัว

ขณะที่ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ และ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ให้ข้อมูล ว่า แม้เจ้าของบ้านจะต้องถูกตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

แต่เจ้าของบ้านมีสิทธิ ที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า เป็นเหตุป้องกันตัว เมื่อภัยอันตรายที่จะใกล้มาถึงตัว เป็นเหตุยกเว้นโทษ

นอกจากนี้ นายรณณรงค์ ยังแนะนำว่า หากเกิดเหตุการณ์ คนร้ายเข้ามาขโมยของภายในบ้าน ทางที่ดีเจ้าของบ้าน ควรรีบแจ้งตำรวจให้มาระงับเหตุ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับตัวเราเอง และทรัพย์สิน

แม้เจ้าของบ้าน อาจมีความสามารถในการป้องกันทรัพย์สินเองได้ ก็ไม่มีสิทธิที่จะใช้อาวุธปืน หรืออาวุธต่างๆ เข้าทำร้ายคนร้ายได้ทันที ซึ่งจะต้องใช้วิธีขู่ด้วยการยิงปืนลงพื้น หากใช้อาวุธปืนยิงคนร้ายโดยตรง อาจจะถูกดำเนินคดีในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีโทษจำคุกถึงตลอดชีวิต

"กองปราบฯ" เผยขอบเขต "การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย"

ขณะที่ ตำรวจกองปราบปราม ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุถึง หลักเกณฑ์ ของการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 68 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

ระบุว่า....

1. มีภยันตราย ซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย คือ ภยันตรายที่เกิดขึ้นนั้น ผู้กระทำไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะกระทำได้ หากผู้กระทำมีอำนาจที่จะกระทำได้ ก็ไม่มีสิทธิป้องกัน ผู้ที่จะอ้างป้องกัน โดยชอบด้วยกฎหมายนั้น จะต้องไม่มีส่วนผิดในการก่อให้เกิดภยันตรายขึ้นด้วย แต่ถ้าผู้จะอ้างป้องกันนั้น มีส่วนก่อให้เกิดภยันตรายนั้น ก็ไม่สามรถอ้างป้องกันได้

2. ภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายนั้น จะต้องเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง คือ ภยันตรายที่เกิดขึ้นนั้นกระชั้นชิดถึงขนาดที่หากไม่ป้องกันตัวในขณะนั้น ก็อาจจะเกิดอันตรายแก่ตนเองหรือผู้อื่นได้

3. ผู้กระทำจำต้องกระทำการเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่น ให้พ้นจากภยันตรายนั้น

4. การกระทำเพื่อป้องกันนั้น จะต้องกระทำพอสมควรแก่เหตุ คือการกระทำเพื่อป้องกันนั้น จะต้องได้สัดส่วนกับภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายนั้น เช่น ภยันตรายที่เกิดขึ้นจากการถูกตบหน้า จะป้องกันโดยใช้ปืนยิง ถือว่าไม่ได้สัดส่วนกัน  การกระทำเพื่อป้องกันนั้น ถ้าผู้กระทำได้ใช้วิถีทางน้อยที่สุดที่จะทำให้เกิดอันตรายแล้ว ถือว่ากระทำไปพอสมควรแก่เหตุ"