เจ้าของคลิปรีวิวครีมทาก้นขาว เข้ารับทราบข้อหา วอนสังคมเห็นใจที่ทำไปเพราะคืองานต้องเลี้ยงดูแม่ และลูกเพียงลำพัง ยอมรับว่า โป๊แต่มั่นใจไม่เข้าข่ายอนาจาร เพราะไม่เห็นของลับ

นางสาวนิษฐกานต์ นันทสุธีพัฒน์ หรือ เฟิร์ส แม่ค้าขายครีมก้นขาว เดินทางเข้าพบ ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ ปคบ. พร้อมได้นำผลิตภัณฑ์ครีมทาก้นขาว มาให้เจ้าหน้าที่ อย. ตรวจสอบ หลังจากถูกแจ้งความดำเนินคดีข้อหานำสื่อลามกอนาจารเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ กรณี อัดคลิปเปิดกางเกง ใช้ครีมทาก้น ซึ่งคลิปดังกล่าวถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ ว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม และถูกตั้งข้อสังเกตว่า ครีมดังกล่าวอาจมีสารอันตรายผสมอยู่ด้วยหรือไม่

นางสาวนิษฐกานต์ กล่าวขอโทษสังคม พร้อม ร้องขอความเห็นใจ ซึ่งคลิปดังกล่าวเป็นการทำงาน เพื่อให้เห็นสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ และเป็นการเพิ่มยอดขาย  ทำเช่นนี้มานานกว่า 1 ปี สาเหตุที่ต้องทำ เพราะต้องหาเลี้ยงครอบครัวเนื่องจากทำงานคนเดียว เพื่อดูแลแม่และลูกสาวที่ยังเล็ก

สำหรับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีอย.ถูกต้อง ไม่ได้แอบอ้างสรรพคุณเกินจริง เพียงแต่ต้องใช้อย่างต่อเนื่อง ยืนยันไม่ได้มีเจตนาโชว์อนาจาร หรือ กระทำการยั่วยวน  อีกทั้งได้ปรึกษาทนายความแล้วว่า การถ่ายคลิปโชว์ก้นดังกล่าวโป๊ แต่ยังไม่เข้าข่ายอนาจาร เพราะยังไม่เห็นของลับ

ศาลปรับแม่ค้าครีมก้นขาว3,000 แสดงฉลากไม่ถูกต้อง

ขณะที่ พันตำรวจเอกชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้กำกับการ 4 ปคบ. ระบุว่า ผลิตภัณฑ์ที่นำมาตรวจสอบจะส่งให้กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.ว่ามีสารต้องห้ามหรือไม่ โดยเมื่อวานนี้(12ม.ค.) พนักงานสอบสวนได้พาตัว นางสาวนิษฐกานต์ หรือเฟิร์ส ไปฟ้องศาลแขวงดอนเมือง ดำเนินคดีความผิด พ.ร.บ.เครื่องสำอางข้อหาขายเครื่องสำอางที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง ผู้ต้องหารับสารภาพ ศาลตัดสินทางโทษปรับเป็นเงินจำนวน 3,000 บาท

จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหากลับมาที่ กองบังคับการ ปคบ. แจ้งอีก 2 ข้อหา คือ โฆษณาเกินจริง และ ข้อหานำเข้าภาพลามกอนาจารตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากนั้นได้ปล่อยตัวกลับโดยไม่มีเงื่อนไขอะไร เพราะเข้ามอบตัวด้วยตนเอง

พันตำรวจสง่า ฝากเตือนบรรดาผู้ค้าทางออนไลน์ว่า การแสดงรีวิวสินค้าอะไรก็ขอให้เหมาะสมกับสังคมไทย ให้คำนึงถึงเรื่องศีลธรรมอันดีงาม ไม่ใช่นึกอยากจะรีวิว หรือ อวดอ้างสรรพคุณโฆษณาสินค้ากันแบบเลยเถิด

"ระเบียบรัตน์"ตำหนิสาวโชว์ก้นขายครีม-ชี้ให้นึกถึงสังคม

ส่วนนางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช นักสังคมสงเคราะห์ และ นักวิพากษ์สตรีที่ทำให้สังคมเสื่อมเสีย กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นดาบสองคม เพราะสินค้าอาจขายได้ แต่ในมุมกลับกันอาจทำให้วัยรุ่นหรือเยาวชน ที่ต้องการขายสินค้าต้องโชว์ของสงวนตามไปด้วย เพื่อให้ได้ยอดขาย ซึ่งเป็นเรื่องน่าละอาย ที่ศีลธรรมไทยตกต่ำลงแล้ว จึงขอฝากขอให้แม่ค้าที่ทำเพราะประโยชน์ส่วนตน ขอให้คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่า และเลิกการทำเช่นนี้

อย.เผยโฆษณาอวดอ้างเกินจริงมีโทษจำคุก 1 ปีปรับ1แสน

ขณะที่เจ้าหน้าที่คณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ระบุว่า กรณีการโฆษณาผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ซึ่งมีการจดแจ้งกับ อย.  จะต้อง ตรวจสอบ ทั้งตัวฉลาก และส่วนผสมว่า มีการใช่สารต้องห้ามหรือไม่

เบื้องต้นมีความผิดเรื่องโฆษณาโอ้อวดว่าสามารถเปลี่ยนจากก้นดำเป็นก้นขาวได้ ซึ่งโดยหลักแล้วไม่สามารถเป็นไปได้ และไม่เคยอนุญาตให้มีการโฆษณาในลักษณะนี้ ถือเป็นการทำผิดชัดเจนเรื่องโฆษณาที่ไม่อนุญาตให้โอ้อวดเกินจริง และขัดต่อศีลธรรมอันดีงาม  โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้จากการตรวจสอบยังพบด้วยว่าน.ส.นิษฐกานต์ เคยมีการโฆษณา และทำการรีวิวสบู่ในลักษณะเช่นนี้มาแล้ว จนถูกดำเนินคดีไปเมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ความผิด พ.ร.บ. เครื่องสำอาง จึงถูกเปรียบเทียบปรับไปแล้วเป็นเงิน 30,000 บาท

แม่ค้าทาครีมก้นขาว เข้าให้ปากคำ วอนสังคมเห็นใจต้องหาเงินเลี้ยงครอบครัว