นายกรัฐมนตรี ออกเดินทางไปยังประเทศเวียดนาม เพื่อเข้าร่วมประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคแล้ว ก่อนจะเดินทางไปประชุมสุดยอดอาเซียนที่ประเทศฟิลิปินส์ต่อ แต่รายการศาสตร์พระราชา ยังออกอากาศตามปกติ โดยนายกฯ ได้กล่าวเชิญชวนประชาชนตอบ 6 คำถาม ยืนยันไม่ได้ต้องการเป็นศัตรูกับใคร พร้อมแนะพรรคการเมืองปฏิรูปตัวเอง เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ

ช่วงเช้าวานนี้ (10พ.ย.) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนางนราพร จันทรโอชา ภริยา พร้อมคณะ ออกเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติดานัง นครดานัง สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 25 ระหว่างวันที่ 10-12 พ.ย.นี้ หลังจากนั้นจะเดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 31 ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ต่อในวันที่ 13 – 15 พ.ย.นี้

ก่อนเดินทาง ผู้สื่อข่าวได้สอบถึงการปรับคณะรัฐมนตรี โดยนายกฯ กล่าวเพียงสั้นๆด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มว่า ยังไม่ได้นำรายชื่อรัฐมนตรีใหม่ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย และในช่วงที่ตนไม่อยู่ในไทย ฝากดูแลประเทศด้วย

จากนั้น เวลา 20.15 น. พลเอก ประยุทธ์ ได้กล่าวผ่านรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านประเทศ มีการปฏิรูปมากมายที่กำลังดำเนินการอยู่ และจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งไปสู่วิสัยทัศน์ของประเทศ คือ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามคำโบราณกล่าวไว้แล้วว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น

สำหรับอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ คือ คำถามอีก 6 ข้อ ซึ่งเป็นคำถามต่อเนื่อง ต่อจากคำถาม 4 ข้อเดิมที่ได้สอบถามพี่น้องประชาชนไปแล้ว รวมทั้งหมดเป็น 10 ข้อ ซึ่งทุกคนสามารถไปให้คำตอบได้ แสดงความคิดเห็นได้ หรืออาจเขียนข้อเสนอแนะเพิ่มเติมความคิดเห็นได้อย่างเป็นอิสระ

นายกฯ กล่าวว่า สำหรับผู้ที่เคยตอบ 4 คำถามแรกมาแล้ว สามารถจะตอบใหม่ได้ทั้ง 10 ข้อ เรื่องนี้ โดยยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีเจตนาทางด้านการเมืองหรือจะไปสร้างความขัดแย้งกับบรรดานักการเมือง เพราะพรรคการเมืองที่ดีๆ ทำประโยชน์เพื่อชาติบ้านเมือง มีมากมาย เพียงแต่ต้องการสร้างความเข้าใจ สร้างหลักคิดให้กับพี่น้องประชาชนกับกลุ่มทุกฝ่ายทุกหมู่เหล่า เพราะประชาชนย่อมมีสิทธิ์มีเสียงที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบการเมืองไทยได้

พลเอก ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า อยากให้ประชาชนทั้งประเทศมีความหวัง สมหวัง และมองอนาคต แล้วเดินหน้าไปสู่อนาคต เพื่อทำให้ประเทศชาติและประชาชนอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นนโยบายที่เป็นยุทธศาสตร์ชาติและทำงานร่วมกับนโยบายของพรรคการเมือง

ยืนยันว่า ตนไม่ใช่ศัตรูกับบรรดานักการเมืองทุกท่าน และไม่ใช่เป็นศัตรูของใคร แต่ต้องการทำให้ทุกอย่างมันเดินไปข้างหน้าได้อย่างมีอนาคต ไม่เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก จึงคาดหวังว่า หลายคน และหลายพรรคการเมือง จะมีการเปลี่ยนแปลง ปรับตัวและปฏิรูปตัวเอง เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนที่จะต้องมาก่อนเสมอ

พลเอก ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี2560 หรือ ช้อปช่วยชาติว่า การซื้อสินค้า หรือรับบริการ เพื่อขอรับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามจำนวนเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินคน จะต้องเป็นการซื้อสินค้าภายในประเทศเท่านั้น และสินค้านั้นต้องไม่ใช่สุรา เบียร์ ไวน์ ยาสูบ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ น้ำมันก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ ซึ่งเริ่มมาตรการตั้งแต่วันที่11พ.ย.-ธ.ค.นี้ และอย่าลืม ขอหลักฐานเป็นใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบด้วย

โครงการนี้รัฐบาลไม่ได้มุ่งหวังให้มีการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย เพียงแต่ต้องการลดค่าใช้จ่าย สำหรับประชาชนที่มักจะมีการจับจ่ายใช้สอยสิ่งของที่จำเป็นสำหรับชีวิต ซ่อมแซมอุปกรณ์ประจำบ้านซ่อมรถ ซ่อมเครื่องมือประกอบอาชีพ หรือเป็นของขวัญปีใหม่ในช่วงปลายปี จึงขอให้พิจารณาใช้จ่ายอย่างประหยัด หากคนมีมากก็ใช้มาก คนมีน้อยก็ใช้น้อยเท่าที่จำเป็นอย่างพอเพียง ให้เหมาะสมกับฐานะ

นายกฯชวนประชาชนตอบ 6 คำถาม ยันไม่ใช่ศัตรูของใคร