ที่ประชุมครม.เห็นชอบปรับขึ้นภาษีเหล้า-บุหรี่ มีผลบังคับใช้ 16 ก.ย.นี้ โดยเหล้าจะปรับภาษีเพิ่มตามดีกรี ส่วนบุหรี่จัดเก็บภาษีเฉลี่ยมวนละ 1 บาท 50 สตางค์ ขณะที่ คสช.เตรียม ใช้มตรา 44 ยกเลิก กรอก ใบตม.6"สำหรับคนสัญชาติไทย เพื่อแก้ปัญหาผ่านเข้าเมืองล่าช้า

พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า ที่ประชุมคสช.มีมติเห็นชอบออกอำนาจตามมาตรา 44 แก้ปัญหาความล่าช้าในการผ่านเข้าเมืองและอำนวยความสะดวกให้กับบุคคลสัญชาติไทย โดยไม่ต้องกรอกแบบรายการบุคคลซึ่งเดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรไทย (ใบ ตม.6)

ทั้งนี้ รัฐบาลมั่นใจในฐานข้อมูลฐทะเบียนราษฎร์ที่หน่วยงานราชการมีข้อมูลดังกล่าวชัดเจนอยู่แล้ว จึงไม่กังวลเรื่องการรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะบุคคลที่มีสัญชาติไทย

แต่คนต่างด้าวยังต้องกรอกข้อมูลในใบตม. 6 เช่นเดิม เพียงแต่จะปรับรูปแบบ โดยลดข้อมูลบางประเภทลง ขณะเดียวกันจะเพิ่มข้อมูลบางประเภทที่ต้องกรอก ซึ่งครม.ให้ใช้ใบตม.รูปแบบเดิมจนหมดก่อน จากนั้นค่อยเปลี่ยนไปใช้ใบตม.รูปแบบใหม่สำหรับคนต่างด้าว

พลโทสรรเสริญ กล่าวว่า ในที่ประชุมครม.ได้มีมติปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต เหล้า บุหรี่ และไพ่ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะเกรงว่า จะทำให้มีการกักตุนสินค้า จึงต้องรอให้มีผลบังคับใช้ตามกฏหมายในวันที่ 16 ก.ย. 2560 ก่อน เบื้องต้น เหล้าจะปรับเพิ่มตามดีกรี หรือ ความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ ส่วนบุหรี่จะมีการจัดเก็บ อัตราภาษีต่อมวน และเก็บตามอัตราของราคาบุหรี่

เบื้องต้นกรมสรรพสามิตได้อธิบายต่อครม. ว่า กรณีของสุราไม่ได้จัดเก็บจากมูลค่าหรือราคาเท่านั้น แต่จะจัดเก็บจากดีกรีหรือความแรงของแอลกอฮอล์ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการดูแลสุขภาพของประชาชน และมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่เก็บภาษีจากราคาหน้าโรงกลั่นมาเป็นตามราคาขายปลีก โดยหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ กรมสรรพสามิตจะแถลงรายละเอียดเกี่ยวกับอัตราภาษีอีกครั้ง

มีรายงานว่า หลักการจัดเก็บภาษีดังกล่าวจะมีผล ทำให้สุราที่มีดีกรีสูง เช่น เหล้าขาว ถูกจัดเก็บ ภาษีสูงขึ้น ส่วนโครงสร้างการจัดเก็บภาษีของบุหรี่ในครั้งนี้จะมีผลให้ราคาบุหรี่ทุกชนิดเพิ่มขึ้น และทำให้ช่องว่างของบุหรี่ราคาถูกและบุหรี่ราคาแพงลดลง โดยบุหรี่ทุกชนิดทุกยี่ห้อจะถูกเก็บภาษีอีกมวนละ 1 บาท 50 สตางค์ ภาษีใหม่ทั้งหมดนี้กระทรวงการคลังจะเปิดแถลงข่าวในช่วงวันที่ 15 ก.ย.2560 ก่อนที่จะมีผลหลังเที่ยงคืนของวันที่ 15 ก.ย. สำหรับเหล้า และบุหรี่ หากประชาชนพบเห็นการกักตุน หรือปฏิเสธการขาย สามารถร้องเรียนมาได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน โทร. 1569

ที่ประชุม ครม.เห็นชอบปรับโครงสร้างบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านค่าราชการใหม่ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เคยได้รับขั้นต่ำไม่เกินเดือนละ 800 บาท และสูงสุดไม่เกินเดือนละ 4,000 บาท เพิ่มขึ้นใหม่เป็น 5 อัตรา คือ อัตราไม่เกินเดือนละ 2,500 บาท 3,000 บาท 4,000 บาท 5,000 บาท และ 6,000 บาท โดยใช้เงินงบประมาณปีละ 4,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิม 1,500 ล้านบาท คาดว่า จะครอบคลุมข้าราชการทุกระดับกว่า 2 ล้านคน

โดยเน้นข้าราชการชั้นผู้น้อยเป็นหลัก แบ่งออกเป็นข้าราชการพลเรือน ข้าราชการศาลยุติธรรม ข้าราชการรัฐสภา และข้าราชการธุรกรรมตาม กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ เช่น ฝ่ายบริหารที่เคยได้ค่าเช่าเดือนละ 3,500-4,000 บาท เพิ่มเป็นเดือน 5,000-6,000 บาท

ส่วนข้าราชการตำแหน่งทั่วไปที่เป็นชั้นผู้น้อยจะได้รับการปรับค่าเช่าจากเดิมเดือนละ 800-4,000 บาท เป็นเดือนละ 2,500-6,000 บาท เป็นต้น โดยอัตรานี้จะมีผลเมื่อพระราชกฤษฎีกามีผลใช้บังคับ

โดยการปรับเพิ่มอัตราค่าเช่าบ้านพักข้าราชการครั้งนี้จะส่งผลต่อข้าราชการประมาณ 2 ล้านคน

ครม.ไฟเขียวปรับขึ้นภาษีเหล้า-บุหรี่ มีผลบังคับใช้ 16 ก.ย.