ทหารยศ "ร้อยเอก" เข้าพบตำรวจตามหมายเรียก ปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้อำนวยการ กองการศึกษา อบต.ชำหายตัว ด้านตำรวจ แจ้ง 4 ข้อหา ก่อนปล่อยตัวชั่วคราว และ มั่นใจมีพยานหลักฐานเอาผิดได้

 "ร้อยเอก" ปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา ปัดไม่เกี่ยว ผอ.สาว อบต.ชำ หายตัว

เมื่อบ่ายวานนี้ ( 11 ส.ค.) พลตำรวจตรี สุรเดช เด่นธรรม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยคณะพนักงานสอบสวน รับมอบตัว ทหารยศ "ร้อยเอก" คนหนึ่ง สังกัดกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 6 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี จากทหารพระธรรมนูญ หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของ นางสาว จุฑาภรณ์ หรือ อ้อย อุ่นอ่อน ผู้อำนวยการ กองการศึกษา อบต.ชำ อำเภอกันทรลักษ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ ตำรวจ ได้ออกหมายเรียก ในความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพ ให้เข้ามาพบ

จากนั้น ตำรวจได้นำตัว นายทหารคนดังกล่าว เข้าห้องประชุมสอบสวนนานกว่า 4 ชั่วโมง โดยไม่อนุญาติให้ผู้สื่อข่าวบันทึกภาพแต่อย่างใด

ภายหลังสอบปากคำเสร็จ พลตำรวจตรี สุรเดช เปิดเผยว่าพนักงานสอบสวน สอบปากคำ ร้อยเอก คนนี้ ในหลายประเด็น เกี่ยวกับเส้นทางการเงินที่ นางสาวจุฑาภรณ์ โอนเงินเข้าบัญชีทหารคนนี้หลายครั้ง ทั้งยังโทรศัพท์ติดต่อกันมาตลอด รวมทั้งใช้ไลน์และเฟซบุ๊กของ นางสาวจุฑาภรณ์ไปยืมเงินเพื่อนอีกหลายคน ซึ่งทหารนายนี้ ได้ให้การปฏิเสธ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินและการหายตัวไป ขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น

เบื้องต้น ตำรวจแจ้ง 4 ข้อหาประกอบด้วย กักขังหน่วงเหนี่ยว ลักทรัพย์ (รถยนต์) หรือ รับของโจร ปลอมแปลงเอกสาร และนำเอกสารของผู้อื่นไป

หลังสอบปากคำเสร็จ ตำรวจอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากผู้ต้องหาเข้ามอบตัวและไม่มีเจตนาหลบหนี แต่ต้องมารายงานตัวทุก 12 วัน หรือ หากพนักงานสอบสวนมีประเด็นข้อสงสัย ก็จะเรียกตัวมาสอบปากคำทันที จากนั้นทหารพระธรรมนูญคุมตัว ทหารคนนี้ ไปควบคุมต่อที่ต้นสังกัด

 แนวทางสืบสวน พบสัณญาณโทรศัพท์ผู้สัญหาย เชื่อมโยง 'ร้อยเอก'

ทั้งนี้ มีรายงานว่า แนวทางสืบสวน ชุดสืบสวน ใช้เทคโนโลยี “ไซเบอร์คอป” ตรวจจับความเคลื่อนไหวบุคคล หลังได้รับแจ้งเบาะแสหลักฐานเชื่อมโยงว่าทั้ง นางสาวจุฑาภรณ์ และ นายทหารยศ “ร้อยเอก” ที่ถูกกล่าวหา มีพิกัดเคลื่อนไหวอยู่สถานที่เดียวกัน

โดยเดินทางเชื่อมโยง 4 จังหวัด ทั้งศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ก่อนจะไปสิ้นสุด ที่บริเวณพรมแดนไทย-กัมพูชา ในจังหวัดอุบลราชธานี หลังนางสาวจุฑาภรณ์ โทรศัพท์หาพ่อให้ไปรับหลาน ในช่วงเย็นวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา แล้วหายตัวไป แต่กลับส่งข้อความยืมเงินญาติพี่น้อง โดยไม่ยอมรับโทรศัพท์

อีกทั้ง ในช่วงเย็นวันที่ 3 กรกฎาคม นายทหารคนนี้ ยังได้นำ รถเก๋งวีออส นางสาวจุฑาภรณ์ ไปฝากขายกับเจ้าของร้านเสริมสวยในจังหวัดอุบลราชธานีด้วย ซึ่งตอนนี้ยังไม่ทราบชะตากรรมของนางสาวจุฑาภรณ์ ว่า เป็นอย่างไร

พ่อร้องศูนย์ดำรงธรรมขอความคุ้มครอง มีคนแปลกหน้ามาในหมู่บ้าน 

ขณะเดียวกัน เย็นวานนี้ ( 11 ส.ค.) นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน พ่อ นางสาวจุฑาภรณ์ พร้อมญาติพี่น้อง เดินทางมาที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเข้าร้องทุกข์ ขอรับความคุ้มครอง ญาติพี่น้องเกิดความหวาดกลัว อาจมีอันตรายจากภัยมืด เนื่องจากว่า ผู้ต้องหา เป็นคนมีสี และมีกำลังทหารอยู่ในมือ เกรงว่าจะได้รับอันตราย จึงอยากให้มีเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือดูแลด้านความปลอดภัย

ทั้งนี้ นายบุญเลิศ บอกว่า ช่วงบ่ายวันที่ 10 สิงหาคม มีชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่ง มาถามหา นายบัวกัน อุ่นอ่อน อาของนางสาวจุฑาภรณ์ โดยมีลักษณะท่าทางไม่น่าไว้วางใจ ก่อนจะพากันขับรถกระบะออกไป อีกทั้งยังมีชายแปลกหน้าหลายคน เข้ามาวนเวียนในหมู่บ้านที่ตนเองอยู่ ทำให้ตนเองและญาติพี่น้อง หวาดกลัวว่าจะได้รับอันตราย หลังเข้าไปร้องเรียนสื่อมวลชนให้ช่วยตามหาลูก จนนำไปสู่การออกหมายเรียกนายมหารคนหนึ่งมารับทราบข้อกล่าวหา

ด้านหัวหน้างานกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรม บอกว่า จะรายงานเรื่องนี้ให้นายธวัช สุระบาล ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษให้ทราบต่อไป และจะประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับนายบุญเลิศ และญาติพี่น้องอย่างเร่งด่วนต่อไป

"ร้อยเอก" ปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา ปัดไม่เกี่ยว ผอ.สาว อบต.ชำ หายตัว