"นายสมชัย ศรีสุทธิยากร" เตรียมเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประเด็นกรอบเวลาจัดเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน เพื่อให้เกิดความความชัดเจน โดยยืนยันไม่ได้ตีรวน หรือ เรื่องมาก ด้านกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เผยพิจารณากฎหมายลูก 10 ฉบับเสร็จแล้ว เตรียมทยอยส่ง 2 ฉบับให้สนช.สัปดาห์หน้า

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กรธ.กำลังพิจารณาตรวจทานร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งให้กับสภานิติบัญญัติ (สนช.)พิจารณาต่อไป คาดว่า จะพิจารณากฎหมายทั้ง 2 ฉบับเสร็จในสัปดาห์หน้า โดยขณะนี้กรธ.ได้พิจารณาร่างกฎหมายลูกเสร็จแล้วทั้ง 10 ฉบับ แต่ต้องทบทวนข้อคิดเห็น เหตุผล และผลกระทบต่างๆ รวมทั้งเก็บรายละเอียดจากการรับฟังความคิดเห็นตาม มาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อส่งข้อมูลทั้งหมดส่งต่อให้สนช.เพื่อนำไปใช้ในการพิจารณาต่อไป นายอุดม กล่าวว่า สาระสำคัญของร่างกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คือ กำหนดให้ศาลสามารถพิจารณาคดีได้ กรณีไม่มีจำเลยมาศาล เพื่อแก้ปัญหาจำเลยที่หนีคดี เพราะที่ผ่านมา นักการเมืองที่โดนคดี มักหลบหนีออกนอกประเทศ จนทำให้คดีค้างที่ศาล และไม่สามารถพิจารณาคดีต่อไปได้ แต่หากจำเลยกลับมาสู้คดีก็สามารถรื้อฟื้นคดีเพื่อตรวจสอบความถูกต้องได้

"สมชัย"จ่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความปมจัดเลือกตั้ง 150 วัน

ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านบริหารกลาง กล่าวว่า กกต.เตรียมเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เกี่ยวกับกรอบกำหนดเวลาการเลือกตั้ง ที่กำหนดให้กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งให้เสร็จภายใน 150 วัน โดยยืนยันว่า กกต.ไม่ได้เรื่องมาก แม้ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ระบุว่า ระยะเวลาดังกล่าวไม่รวมการประกาศผลเลือกตั้งก็ตาม แต่ กกต.คิดว่าคนที่มีอำนาจวินิจฉัยเรื่องนี้ ไม่ใช่ กรธ. แต่เป็นศาลรัฐธรรมนูญ จึงควรถามความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนจะมีการเลือกตั้ง เพราะหากเลือกตั้งไปแล้ว และมีผู้ร้องเรียน แล้วศาลวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ คนรับผิดชอบไม่ใช่กฤษฎีกา หรือ กรธ. หรือ กกต.ชุดนี้ แต่เป็น กกต.ชุดใหม่ 7 คน จึงเห็นว่า ควรทำประเด็นนี้ให้ชัดเจนก่อน คิดว่า การยื่นให้ศาลวินิจฉัย ไม่ได้ทำให้เสียเวลามาก และอยากให้เห็นใจฝ่ายปฏิบัติ พร้อมยืนยันว่า การเสนอเรื่องดังกล่าวไม่ใช่การตีรวน เพราะคงไม่มีใครอยากจะตีความกฎหมาย ให้ตัวเองต้องทำงานหนักขึ้น และถ้าจะตีรวนก็ต้องตีรวนให้ตัวเองทำงานสบายขึ้น

กมธ.เสนอสนช.ลงมติร่างกฎหมายกกต. 9 มิ.ย.

ส่วนความคืบหน้าพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของสนช. พลโท พิศณุ พุทธวงศ์ โฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายกกต. เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการฯ จะเสนอร่างกฎหมายกกต.ให้ที่ประชุมสนช.ลงมติเห็นชอบในวันที่ 9 มิ.ย. โดยขณะนี้ได้พิจารณาในหลายประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะมาตรา 70 ว่าด้วยสถานภาพในการดำรงตำแหน่งต่อไปของกกต. ซึ่งมีความเห็นหลายแนวทาง อาทิ การเสนอให้กกต.ที่ขาดคุณสมบัติไปทำหน้าที่ที่ปรึกษาของสำนักงานกกต. หรือ ให้ดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระ โดยคณะกรรมาธิการจะดำเนินการให้เสร็จในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ และคิดว่าคงไม่จำเป็นต้องเชิญกกต.มาให้ความเห็นอีก

สนช.ชงเก็บภาษีเพิ่ม 1 % คาดรายได้เข้ารัฐเพิ่ม 6-7 หมื่นล้าน

ส่วนที่ประชุมสนช. ได้พิจารณารายงานเรื่องแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างภาษีและระบบบริหารจัดเก็บเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของแผ่นดิน ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง สนช.เป็นผู้เสนอ ประเด็นที่น่าสนใจของรายงานดังกล่าว คือ เรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม เสนอว่า ควรจัดเก็บในรูปแบบที่มีหลายอัตรา โดยควรจัดเก็บภาษีในอัตราที่แตกต่างกันในแต่ละประเภทสินค้า และควรปรับเพิ่มอัตราการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากเดิมอีกร้อยละ 1 เพื่อนำรายได้ดังกล่าวไปใช้เฉพาะในด้านการศึกษาและการสาธารณสุขเท่านั้น คาดว่าจะทำให้จัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 6-7 หมื่นล้านบาท โดยที่ประชุม สนช.เห็นชอบกับรายงานฉบับดังกล่าว โดยไม่มีการลงมติ ก่อนจะส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

กรธ.เตรียมส่งกฎหมายลูก 2 ฉบับให้สนช.สัปดาห์หน้า