ตำรวจหัวหิน นำกำลังเข้าควบคุมตัวหนุ่มใหญ่ที่โบกรถตำรวจประกาศท้ายิง นายกรัฐมนตรี ผบ.ตร.และ ผบ.ทบ. ล่าสุดตำรวจควบคุมตัวส่งโรงพยาบาลหัวหิน เตรียมส่งรักษาตัวต่อที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ เผยไม่ใช่ชายเสียชีวิตที่แห่แชร์กัน พบเคยประสบอุบัติเหตุผ่าตัดสมอง

ความคืบหน้ากรณีที่มีการเผยแพร่คลิปของชายคนหนึ่งพูดท้าให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.และ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ออกมายิงกับตนเอง โดยผู้ชายคนดังกล่าวได้บอกชื่อตัวเอง พร้อมเบอร์โทรศัพท์ จนมีการแชร์ต่อกันในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า มีการแชร์ภาพในโซเชียลว่าชายคนดังกล่าวถูกยิงที่ศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์เสียชีวิต ซึ่งจากการตรวจสอบทราบว่า ภาพชายที่เสียชีวิตนั้นเป็นคนละคนกับชายที่อยู่ในคลิป

ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (วันที่ 21 เม.ย. 60) พ.ต.อ.สิทธิชัย ศรีโสภาเจริญรัตน์ ผกก.สภ.หัวหิน พร้อมด้วย พ.ต.ท.เสมอ อยู่สำราญ รอง ผกก.ป.สภ.หัวหิน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หัวหิน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน ได้เดินทางไปยังบ้านพักของชายคนดังกล่าว ซึ่งตรวจสอบพบว่า นายปืน (นายทรงวิทย์ สุขประเสริฐ)อายุ 52 ปีอาศัยอยู่กับญาติ โดยปลูกเพิงพักเล็กๆอยู่ในรั้วบ้านเดียวกัน บริเวณถนนโค้งพระจันทร์ เขตเทศบาลเมืองหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามญาติ ทราบข้อมูลว่า นายปืน เคยประสบอุบัติเหตุ เมื่อวันที่ 13เมษายน พ.ศ.2547 ขณะกำลังขี่รถจักรยานไปทำงานที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่ปากน้ำปราณ แต่ถูกรถยนต์ชนระหว่างทาง ทำให้ต้องผ่าตัดสมองซีกขวา เพราะมีเลือดคลั่งในสมอง ทำให้มีอาการไม่ปกติตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยมักจะพูดซ้ำๆ ตามที่ตัวเองคิด อารมณ์ร้อนขึ้น โดยทุกเช้าจะชอบเดินไปหาซื้อกาแฟร้อนกับปาท่องโก่ และหนังสือพิมพ์กลับมาอ่านที่บ้านและชอบพูดตามเรื่องที่อ่านในหนังสือพิมพ์ ยิ่งช่วงระยะหลัง 2-3 เดือน นายปืนอยู่คนเดียว เพราะหลานไปอาศัยอีกบ้าน คาดว่าอาจจะมีส่วนทำให้เขามีความเครียดมากขึ้นด้วย ทางญาติเตรียมจะพานายปืนไปพบแพทย์ แต่ก็มาเกิดเรื่องเสียก่อน โดยทางญาติได้กล่าวคำขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนที่ต้องเดือดร้อนจากพฤติกรรมของนายปืนด้วย

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้นำตัวนายปืน ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลหัวหิน และเตรียมนำตัวส่งรักษาที่ สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ จ.นครปฐม ตามลำดับ เพื่อให้แพทย์เฉพาะทางทำการตรวจรักษาอาการป่วยของนายทรงวิทย์ โดยยังไม่ได้ฟันธงว่าจะดำเนินคดีกับนายทรงวิทย์ หลังจากนี้หรือไม่ ขณะที่ทางตำรวจก็ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการเสพข้อมูล อย่าหลงเชื่อข้อมูลที่บิดเบือน

ตามรวบตัวประกาศท้ายิง นายกฯ-ผบ.ตร-ผบ.ทบ.