'วิลาศ จันทร์พิทักษ์' แฉ ป.ป.ช.ไต่สวนข้อเท็จจริงคดีจัดซื้อรถดับเพลิง และเรือดับเพลิงของกทม.ล่าช้า จนส่งผลให้หมดอายุความ และทำให้ข้าราชการ 4 คนที่เกี่ยวข้องไม่ต้องรับผิดคดีอาญา พร้อมเรียกร้องให้นายกฯตรวจสอบความผิดปกติ กรณีการกีฬาแห่งประเทศไทย โอนงบ 1

วานนี้ (19มี.ค.) นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เร่งรัดตรวจสอบกรณีที่การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) โอนงบประมาณ 1270 ล้านบาท ให้กรมทางหลวง ไปดำเนินการสร้างสนามกีฬา 7 แห่ง และสนามกอล์ฟอีก 1 แห่ง ซึ่งมีการเซ็นเอ็มโอยูกันตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค.55 แต่จนบัดนี้ยังสร้างไม่เสร็จแม้แต่แห่งเดียว

โดยนายวิลาศ ระบุว่า เรื่องนี้มีความผิดปกติตั้งแต่การโอนงบประมาณจาก กกท.ไปให้กรมทางหลวง ซึ่งไม่ได้มีภารกิจเรื่องการสร้างสนามกีฬา นอกจากนี้ ยังมีความผิดปกติที่กรมทางหลวงมอบให้ศูนย์สร้างทางจังหวัดลำปาง ไปสร้างสนามกีฬาถึง 4 แห่ง โดยอ้างว่าเป็นศูนย์ที่มีความพร้อมที่สุด ซึ่งล่าสุดผู้อำนวยการศูนย์ลาออกไปแล้ว

ขณะที่การสร้างสนามกอล์ฟที่ จ.สระบุรี เป็นพื้นที่ป่าทึบมีการตัดต้นไม้ใหญ่เป็นจำนวนมาก จึงร้องไปยังกรมป่าไม้ให้ตรวจสอบด้วยว่า มีการขออนุญาตตัดไม้อย่างถูกต้องหรือไม่ และพบว่า ขณะนี้ไม่มีการทำงานแล้วมีเฉพาะคนงานตัดหญ้าเท่านั้นที่ยังทำงานอยู่ จึงอยากให้นายกฯ สั่งการไปที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย และอยากให้นายกฯ เอาจริงเอาจังกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่พูดลอยๆ แล้วไม่มีการดำเนินการใดๆ เพราะหากพูดบ่อยๆ แต่ไม่เกิดผล คนจะเสื่อมศรัทธาต่อตัวนายกฯ

'วิลาศ'ติงป.ป.ช.สอบคดีโกงล่าช้าส่งผล 4 ขรก.พ้นคดีอาญา

นายวิลาศ ยังแถลงเรียกร้องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกมาชี้แจงกรณีการไต่สวนข้อเท็จจริงล่าช้า เกี่ยวกับการจัดซื้อรถดับเพลิง และเรือดับเพลิง พร้อมอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย กทม. ที่มีข้าราชการของกทม.เข้าไปเกี่ยวข้อง จนทำให้ไม่สามารถดำเนินคดีอาญา กรณีกระทำความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 หรือพ.ร.บ.ฮั้ว ตามมาตรา 7 และมาตรา16 ได้ เพราะขาดอายุความ ทำให้ข้าราชการ 4 คน พ้นจากความผิดในกรณีนี้ ซึ่งการทำงานที่ล่าช้าของป.ป.ช.เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การปราบปรามการทุจริตไร้ประสิทธิภาพ

สตง.เล็งสอบ 'อดีตรมว.เกษตรฯ'เอี่ยวทำกังหันลมพื้นที่ส.ป.ก.

ด้านนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)เปิดเผยว่า ได้ส่งหนังสือให้สำนักงานปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) เร่งทบทวนในการให้บริษัทเอกชนเช่าพื้นที่ส.ป.ก.ทำกังหันลม 20 ราย ซี่งล่าสุดเหลือ 17ราย โดยให้พิจารณาตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ตามที่มีมติให้บริษัทเอกชนหยุดดำเนินกิจการกังหันลม ในพื้นที่ส.ป.ก.จ.ชัยภูมิ โดยสตง.พบว่า โครงการดังกล่าวมีกลุ่มการเมืองเข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ส.ป.ก.และทำให้คนจนไม่มีที่ทำกิน ความเป็นมาของบริษัทเหล่านี้ จะมีบริษัทแม่ 5 กลุ่ม ร่วมกับนักการเมืองใหญ่ในจ.นครราชสีมา และชัยภูมิ แตกบริษัทลูกอีก10กว่าบริษัท แต่ละบริษัทมาลงทุนทำกังหันลม 30-40 ต้น ต่อ 1สัญญาสามารถทำกำไรเป็นพันล้าน โดยเสียค่าเช่าเพียงปีละล้านกว่าบาท อีกทั้งการตั้งกังหัน เพื่อใช้ใบพัด ทำให้เกิดพลังงานไฟฟ้านั้น เป็นการนำไปขาย ไม่ใช่ให้เกษตรกรได้ใช้ไฟฟ้า ซึ่งขณะนี้ สตง.กำลังพิจารณาไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในอดีตว่า มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร จึงอนุญาตให้กิจการกังหันลมเช่าพื้นที่ ส.ป.ก.ได้

'วิลาศ' ติง ป.ป.ช.ตรวจสอบคดีโกงล่าช้าส่งผล 4 ข้าราชการพ้นคดีอาญา