"พล.อ.ประวิตร" วอนเลิกใช้สินค้าปลอม หวังปลดล็อคไทยถูกจับตา

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 07:50 น.
เปิดอ่านแล้ว 444 ครั้ง
รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กำชับทุกหน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้ไทยได้รับการปลดล็อค จากบัญชี PWL ในเดือนเมษายนนี้

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลัง เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ว่า ที่ประชุมได้เน้นย้ำถึงการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

โดยเฉพาะกรณี ที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ จัดอันดับให้ประเทศไทยอยู่ในบัญชีประเทศที่ถูกจับตามากเป็นพิเศษ Priority Watch List (ไพออริตี้ วอช ลิสต์) หรือ PWLซึ่งได้เน้นย้ำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะตำรวจ กรมศุลกากร และกระทรวงพาณิชย์ แก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ก่อนที่หน่วยงานดังกล่าวจะเข้ามาตรวจสอบสถานการณ์สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ในไทยอีกครั้ง ในเดือนเมษายนนี้

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ พร้อมกำชับให้ทุกฝ่าย ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง ซึ่งรวมถึงการโฆษณาขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ทางโซเชียลมีเดีย ก็ต้องมีการติดตามจับกุมอย่างเด็ดขาด

ส่วนกรณีที่มีข้อเสนอให้นำสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ที่ตรวจยึดได้ ไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นแทนการเผาทำลายนั้น พลเอกประวิตร กล่าวว่า ไม่สามารถทำได้ เพราะจะยิ่งทำให้ปัญหาบานปลาย ซึ่งวิธีการเดียวที่เจ้าหน้าที่ทำได้ คือการเผาทำลายเท่านั้น

ขณะะเดียวกัน พลเอกประวิตร ยังกล่าวถึงกรณีที่กรุงเทพมหานคร เตรียมยกเลิกโครงการรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ (บีอาร์ที) ว่า ข่าวการยกเลิกให้บริการ เดินรถ บีอาร์ที ที่ออกนั้นเนื่องจากประสบ ปัญหาด้านรายได้จากการเดินรถ และ ขาดทุน นอกจากนั้น ยังพบว่าในช่องทางการเดินรถ ยังมีรถยนต์ส่วนบุคคล จักรยานยนต์ เข้ามาแทรก ทำให้รถไม่สามารถวิ่งได้ตามกำหนดเวลา

อย่างไรก็ตาม เท่าที่สำรวจและสอบประชาชน ผู้ใช้บริการรถ บีอาร์ที พบว่า ผู้ใช้บริการยังนิยมใช้บริการรถบีอาร์ที และยินยอมให้เพิ่มค่าบริการ จากเดิมที่เก็บเที่ยวละ 5 บาท เนื่องจาก รถบีอาร์ที สามารถช่วยอำนวยความสะดวกใน การเดินทาง ดังนั้น จึงยังไม่มีการยกเลิกให้บริการเดินรถในขณะนี้

ด้าน พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การยกเลิกให้บริการารถบีอาร์ที หรือไม่นั้น กทม.ไม่สามารถตัดสินใจได้ เนื่องจากโครงการดังกล่าวยังคงดำเนินการอยู่ และ จะหมดสัญญาใน วันที่ 30 เมษายนนี้ ส่วนผู้ที่จะให้คำตอบสังคมในเรื่องนี้ได้คือผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งกทม.ขอเวลาสำรวจความคิดเห็นประชาชนที่ได้รับผลกระทบก่อน

หากต้องมีการยกเลิก ก็ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ โดย กทม. จะให้มหาวิทยาลัยหลายแห่งทำการสำรวจความเห็นกลุ่มผู้ใช้บริการใน 10 สาขาอาชีพ อาชีพละ 200 คน เช่น ทั้งผู้ใช้บริการ ที่ นักเรียน นักศึกษา ผู้ใช้รถใช้ถนน แท็กซี่ คนชรา และ ผู้พิการ ตลอดจนผู้ที่อาศัยบริเวณโดยรอบ รวมทั้งสิ้น 2,000 ตัวอย่าง คาดว่าใช้เวลา 15 วันจากนี้ จึงจะตอบได้ว่า จะยังคงให้บริการเดินรถบีอาร์ทีอยู่ หรือต้องยกเลิกไป

ข่าวล่าสุด
หญิงวัย 36 ปีท้องแก่นั่งรถยนต์เดินทางกลับบ้านเกิดที่จังหวัดกาญจนบุรี แต่ระหว่างทางเจ็บท้องคลอดลูกสาวบนรถ กลางแยกทุ่งพระเมรุ จังหวัดนครปฐม ครอบครัวเล่าว่าลูกสาวให้โชคตั้งแต่อยู่ในครรภ์ได้ 1 เดือน เตรียมเสี่ยงโชคเลขทะเบียนรถยนต์ ในงวดนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด" ชี้แจง สร้างกรุ๊ปไลน์หัวหน้าส่วนราชการ ไม่ได้หวัง...
"นายศรีสุวรรณ จรรยา" เตรียม ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. สอบ 7 สนช.ส่อเข้าข่ายทุจริ...
"สวนดุสิตโพล" เผย ประชาชน ถูกใจรัฐบาลใช้ ม.44 ปราบทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมทั้...