'สาทิตย์' ควง 'เลขาตาร์ท' ประกาศชัยชนะเลือกตั้งซ่อม จ.ชุมพร เขต 1 เชื่อบทเรียนครั้งนี้สั่งสอนผู้หลงอำนาจ ที่ประกาศว่าแพ้ไม่ได้  หลังจากนี้ผู้ใหญ่ "ปชป-พปชร." ต้องเปิดหน้าคุยถึงสัมพันธภาพ หลังปราศัยโจมตีกันจนไม่เหลือความเป็นเพื่อนพรรคร่วมรัฐบาล

 

วันที่ 16 ม.ค. 2565 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งซ่อม จังหวัดชุมพร เขตเลือกตั้งที่ 1 พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายอิสรพงษ์ มากอำไพ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง รวมกันประกาศชัยชนะเลือกตั้งซ่อม  โดยขอกราบขอบพระคุณหัวใจของชาวชุมพร พี่น้อง กปปส. และพี่น้อง ปชป. ทั้งจังหวัด  ที่โหวตเลือกผู้สมัครของพรรคซึ่งสะท้อนถึงการให้ความเป็นธรรมกับ "ลูกหมี" นายชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ที่พ้นตำแหน่ง และต้อนรับว่าที่ ส.ส. "น้องตาร์ท - อิสรพงษ์ มากอำไพ" อย่างอบอุ่น และย้ำว่าผลการเลือกตั้งเป็นการยืนยันว่า อำนาจรัฐที่ฉ้อฉลและอิทธิพลที่ข่มขู่ ไม่อาจเอาชนะหัวใจของคนที่รักความเป็นธรรมได้

พร้อมกันนี้ เชื่อว่าบทเรียนของการเลือกตั้งครั้งนี้จะสั่งสอนผู้ที่คิดว่าตัวเองมีอำนาจ ที่ประกาศว่าแพ้ไม่ได้ ซึ่งหลังผลประกาศอย่างไม่เป็นทางการ ออกมาแล้วผู้สมัครรับเลือกตั้งจะขึ้นรถแห่กล่าวขอบคุณชาวชุมพรในวันพรุ่งนี้ 

นายสาธิต กล่าวต่อว่า ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ในจังหวัดชุมพร วิเคราะห์ถึงผลการเลือกตั้งครั้งนี้ มาจากหลายเหตุผลประกอบกัน โดยยุทธศาสตร์ของการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ คือการขอความเป็นธรรมคืนให้กับลูกหมี ขณะเดียวกันพรรคประชาธิปัตย์ได้นำเสนอคนรุ่นใหม่ที่มีความพร้อม ซึ่งมีพื้นฐานการเมืองท้องถิ่น โดยยังเป็นผู้ช่วย ส.ส.ของลูกหมี

สำหรับสัมพันธภาพระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลประชาธิปัตย์กับพลังประชารัฐหลังจากการเลือกตั้งซ่อม นายสาทิตย์ ระบุว่า จะต้องมีการหารือกัน เนื่องจากเห็นว่าการเลือกตั้งทั้ง 2 ที่มีการใช้อำนาจรัฐ รวมถึงมีการกระทบกระทั่งการปราศรัย โดยไม่เหลือความเป็นเพื่อนพรรคร่วมรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งนี้

ส่วนตัวพยายามคิดว่า ในพรรคพลังประชารัฐมีหลายกลุ่ม ซึ่งกลุ่มที่มาทำการเลือกตั้งเป็นเพียงกลุ่มหนึ่ง แต่กลุ่มนี้หัวหน้ากลุ่มคือ"เลขาธิการพรรค" ปฎิเสธไม่ได้ว่ากระทบจิตใจของคนในพรรคประชาธิปัตย์ อย่างแน่นอน หลังเสร็จการเลือกตั้งครั้งนี้ เชื่อว่าผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์จะหารือกับผู้ใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐ ไม่เช่นนั้นจะกระทบความสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งต้องดูท่าทีพรรคพลังประชารัฐหลังจากนี้

ส่วนกระแสกดดันจากคนในพรรคให้พิจารณาทบทวนการร่วมรัฐบาลหลังการเลือกตั้งนั้น นายสาทิตย์ เห็นว่าเป็นความเห็นที่แสดงความห่วงใยต่อพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบกระเทือนจิตใจของคนในพรรค ซึ่งเคยเหตุการณ์ดังกล่าวมาแล้วตั้งแต่การเลือกตั้งซ่อม ส.ส. นครศรีธรรมราช ซึ่งนอกจากไม่มีการปรับท่าทีแล้วยังมีการกระทบกระทั่งและก้าวร้าวถึงผู้ใหญ่ในพรรคอีกหลายคนโดยชี้ว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ซึ่งภาษาชาวบ้านเรียกว่าผู้ใหญ่ต้องดีดปากสั่งสอนกันบ้าง