'เพื่อไทย' ซัดรัฐปกปิดอหิวาต์แอฟริกา หวังล้มล้างเกษตรรายย่อย-หนีชดเชยใช่หรือไม่ จ่อร้อง ป.ป.ช. เอาผิดทั้งองคาพยพ มั่นใจเรื่องหมูไม่หมู ทำ 'ประยุทธ์' พ้นตำแหน่งได้

 

วันที่ 11 ม.ค. 2565 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน ส.ส.พรรค และ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรค ร่วมแถลงข่าวถึงประเด็นราคาหมูแพง

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เรื่องหมูที่ไม่ใช่หมู เพราะสามารถล้มรัฐบาลได้ เนื่องจากรัฐบาลปล่อยปละละเลยจนทำให้ประเทศเสียหาย ทั้งที่รัฐบาลประกาศให้โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ยกระดับเป็นวาระแห่งชาติตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. 2562 แต่กลับปกปิดและไม่ให้ความใส่ใจ

โดยตั้งข้อสังเกตด้วยว่า สาเหตุที่รัฐปกปิดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร เพราะไม่มีเงินชดเชยและเยียวยาเกษตรกรใช่หรือไม่ หรือปกปิดเพราะต้องการทำลายล้างเกษตรกรรายย่อยที่เลี้ยงหมู เพื่อให้กิจการการเลี้ยงหมูเป็นของผู้ประกอบการรายใหญ่เท่านั้นใช่หรือไม่ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้น จะต้องมีผู้รับผิดชอบ แต่ที่ผ่านมาทั้งนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กลับไม่เคยใส่ใจ

 

"ท่านนายกรัฐมนตรีไปอยู่ไหน ถึงไม่สนใจความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แต่หมูนี่แหละ จะเอานายกรัฐมนตรีออก ไม่ต้องรอ 8 ปี พี่น้องประชาชนจะเดือดร้อนจนทนไม่ไหว และรัฐมนตรีเกษตรฯ ไปอยู่ไหน ปล่อยให้กรมปศุสัตว์ออกมา คุณต้องการอะไร ต้องการช่วยเหลือใคร ถ้าคุณปกป้องผลประโยชน์เพื่อพวกพ้อง พี่น้องประชาชนจะว่าอย่างไร"

 

นพ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า ในวันที่ 20 ม.ค.นี้ ฝ่ายค้านจะยื่นญัตติด่วนด้วยวาจา เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนโดยด่วน จากนั้น จะตั้งกระทู้ถามสดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยจะถามว่า ทำอะไร ไม่ทำอะไร ไปดักดานอยู่ที่ไหน ใครเอาเท้าเหยียบปากคุณไว้ ถึงไม่พูดอะไร  และเรื่องนี้จะอยู่ในญัตติอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ม.152 ที่จะยื่นภายในสิ้นเดือนนี้อย่างแน่นอน และหากไม่มีความรับผิดชอบออกมา ก็จะอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อเลย ตามมาด้วยการยื่นร้องต่อ ป.ป.ช. เพราะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทำความเสียหายกับบ้านเมือง เราไม่เอาไว้แน่นอน ส่วนข้าราชการก็ว่ากันไปตามความผิด เพราะถือว่าเป็นการบกพร่องต่อหน้าที่หรือไม่ จึงเรียกร้องผู้นำประเทศให้แก้ปัญหา เราทุกข์ร้อนจริง ๆ กับรัฐบาลที่ไม่มีจิตสำนึก ไม่มีความรับผิดชอบ ไร้ภูมิปัญญา ไม่งั้นเราจะตายกันหมด

ด้านนายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ไดนำเอกสารการเบิกจ่ายเงินไปแก้ปัญหาโรคอหิวาต์ในหมูมาโชว์  แต่รัฐบาลกลับออกมาปฏิเสธว่าไม่มีโรคระบาดในหมู จึงเป็นเรื่องน่าละอาย ดังนั้น ถึงเวลาที่กรมปศุสัตว์ต้องปฏิรูปทั้งหมด ขณะที่ธุรกิจเกี่ยวกับการเลี้ยงหมูต้องปรับโครงสร้างทั้งหมด เพราะการปกปิดทำให้เชื้อระบาดไปทั่ว เกษตรกรซื้อวัคซีนไปฉีด แต่สุดท้ายหมูก็ตายหมดคอก หมดเนื้อหมดตัว หลายคนจะฆ่าตัวตายเพราะความเดือดร้อน ซึ่งฝ่ายการเมืองต้องใส่ใจมากกว่านี้ ต้องมีความรับผิดชอบทางการเมือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ต้องยอมรับความผิดพลาดและขอโทษประชาชน

 

“วันนี้ท่านโกหกไปถึงต่างประเทศ ใครจะเชื่อถือ ถ้าเป็นผม ผมลาออก ผมละอาย”

 

ขณะที่ น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวย้ำว่า รัฐบาลผิดพลาดตรงที่การปกปิดข้อมูลว่าไม่มีโรคระบาดในหมู และไม่รับฟังข้อเสนอการแก้ปัญหา จึงตั้งข้อสงสัยว่า ความผิดพลาดของรัฐบาลนั้น เป็นความผิดพลาดจริงหรือเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ แต่ความผิดพลาดดังกล่าว กลับเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน